สมุนไพรพร้อมสรรพคุณมีอะไรบ้าง พืชรักษาโรค มากกว่า 500 ชนิด

สมุนไพรไทย มากกว่า 500 ชนิด ความรู้เกี่ยวกับสมุนไพร ความหมาย ประเภท ความสำคัญ สรรพคุณ ประโยชน์และโทษมีอะไรบ้าง เป็นอย่างไร เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคน

สมุนไพร สมุนไพรไทย พืชสมุนไพร

ความหมายของสมุนไพร

สมุนไพร คือ พืช สัตว์ หรือ แร่ธาตุ เพื่อบำบัดโรคหรือบำรุงร่างกาย ตามตำรับยาแผนโบราณ โดยการนำมาใช้มีหลายรูปแบบทั้งการนำมาพอก การต้มดื่ม การตากแห้ง การดองยา เป็นต้น

สมุนไพรไทย หมายถึง พืชที่มีสรรพคุณในการรักษาโรคและอาการเจ็บป่วยต่างๆ พืชที่ใช้ทำเป็นยา

ยาสมุนไพร มีความหมายตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 ว่า ยาที่ได้จากพืช สัตว์ หรือ แร่ธาตุ  ซึ่งมิได้ผสม ปรุง หรือแปรสภาพ ส่วนใหญ่มาจากพืช หรือ ส่วนของพืช เช่น ราก ลำต้น ใบ ดอก ผล เป็นต้น ปัจจุบันมีขึ้นบัญชีเป็นยาหลักแห่งชาติแล้ว มีเกือบ 100 ชนิด

สรุปแล้ว สมุนไพร หมายถึง ยารักษาโรคที่ได้มาจากธรรมชาติ เช่น พืช สัตว์ และ แร่ธาตุจากธรรมชาติที่ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงสภาพ สามารถแบ่งได้หลายชนิดตามลักษณะของพืชเพื่อการรักษาโรค

เราได้รวบรวมความรู้ต่างๆเกี่ยวกับพืชเพื่อการรักษาโรค ประกอบด้วย ลัักษณะของพืช คุณค่าทางโภชนาการ สรรพคุณและโทษของพืชนั้นๆ โดยรายละเอียด ดังนี้

ดอกมะลิ  ชะอม
กัญชา ต้นรวงผึ้ง
 คำฝอย ลูกใต้ใบ
ตังกุย ยางนา
หญ้าปักกิ่ง เก๋ากี้ โกจิเบอร์รี่
รากสามสิบ กัญชง
ยี่หร่า  ชะมวง
จันกระพ้อ เข็มแดง
ขี้เหล็กเทศ ดีปลี
กระดังงา ว่านมหาหงส์
สะแกแสง  ว่านหางจระเข้
ว่านชักมดลูก ปอผี
บอระเพ็ด ถั่งเช่า
ปีบ  กานพลู
 ฟ้าทะลายโจร บุก
เก๊กฮวย อัญชัน
 แคนา  โสน
ขี้เหล็กอเมริกัน  เตย
พวงชมพู ข่อย
บัวหลวง โหราเดือยไก่
โด่ไม่รู้ล้ม กวาวเครือขาว
จำปา ต้นยอ
ต้นชิงชัน ขี้ไก่ย่าน
 ดาวเรือง  รางจืด
ซ่อนกลิ่น  ไมยราบ
 อินทนิล  หญ้าคา
กระทือ  ชมจันทร์
มะลิ ชะมดต้น
หมามุ้ย หญ้าขัด
สมอพิเภก พลูคาว
จำปูน ตรีผลา
ทองพันชั่ง สมอไทย
มะกอก ท้าวยายม่อม
กระวาน ชุมเห็ดเทศ
กระเจียว ต้นนุ่น ต้นงิ้ว
กระจับ กาแฟ
ย่านาง คาเคา
ผักไชยา ตะขบ
อะโวคาโด หม่อน
ตะลิงปลิง มะดัน
แห้ว เผือก
มะขามป้อม ทุเรียน
 มะเฟือง มะละกอ
 มะพร้าว อ้อย
ขนุน กระท้อน
 ส้มโอ มังคุด
ลูกเดือย มะขาม
 ทับทิม กล้วยน้ำว้า
ฝรั่ง กระเจี๊ยบแดง
สับปะรด เสาวรส
ส้มแขก เงาะ
 ฟักข้าว แก้วมังกร
มะตูม มะยม
คื่นฉ่าย กระเพรา
สะเดา มะกรูด
 ผักโขม  ขิง
 แตงกวา ผักขวง
ผักบุ้ง มะระ
 มะรุม  ฟักทอง
คะน้า มะนาว
 สะระแหน่ กุยช่าย
แครอท เห็ดหอม
ฟักเขียว มะเขือพวง
มะเขือเทศ ถั่วแดง
ข่า หอมแดง
พริก ถั่วเหลือง
ถั่วเขียว บัวบก
ผักชีฝรั่ง ผักแพรว
มะเขือยาว  พริกไทย
ตะไคร้ ผักกระเฉด
ขมิ้น  กระเทียม
ตำลึง  ชะอม
ชะพลู งาดำ
กระเจี๊ยบเขียว  กระชาย
กระถิน หอมหัวใหญ่
ผักชี อบเชย
บอน ชะคราม
ถั่วเขียว แมงลัก
โหระพา หญ้าหวาน

สมุนไพร ภูมิปัญญาชาวบ้านตั้งแต่สมัยโบราณมักจะเอาพืชที่มีสรรพคุณต่างๆใช้รักษาโรค แต่การรักษาโรคสามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งจาก พืช สัตว์ และ แร่ธาตุ มีผลต่อคุณภาพชีวิตของมนุษย์มาตั้งแต่ไหนแต่ไรมา มักจะถูกแปรรูป ด้วยการหั่น การบด ให้เป็นชิ้นเล็ก หรือ เป็นผงบดละเอียด อัดให้เป็นแท่ง ปั้นเป็นเม็ดกลมๆ เพื่อง่ายต่อการรับประทาน

พืชสมุนไพร เช่น กระวาน กานพลู และ จันทน์เทศ เป็นต้น พืชเหล่านี้มีหลายชนิดนำมาเป็นส่วนประกอบของอาหาร ซึ่งอาหารไทยมักจะมีพืชเหล่านี้เป็นส่วนประกอบของอาหารทั้งสิ้น

สมุนไพรจากสัตว์ เป็นการนำเอาส่วนต่างๆของสัตว์ อวัยวะต่างๆมาใช้ทำยารักษาโรค มีทั้งสัตว์บก สัตว์น้ำ สัตว์อากาศ และสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ เช่น กระดองเต่าหับ กระดูกค่าง กระดูกงูเห่า ดีงูเหลือม น้ำนมเสือ หนังเสือโคร่ง เป็นต้น

สมุนไพรจากแร่ธาตุ เป็นการนำเอาแร่ธาตุจากธรรมาชาติ จำพวก การบูร พิมแสน เกลือ สารส้ม ดินสอพอง กำมะถันแดง เป็นต้น มาใช้ประโยชน์ด้านการบำรุงร่างกายและการรักษาโรค

สมุนไพรกับสังคมไทย

ความรู้ทางการแพทย์มีการใช้มาตั้งแต่อดีตอย่างยาวนาน มีตำราทางการแพทย์โบราณใช้สมุนไพรในการรักษาโรค ทั้ง ตำรายากรีก ตำรายาอินเดีย ตำรายาจีน นอกจาก การศึกษาวิจัยทางการแพทย์จากอดีตจนถึงปัจจุบันก็ยังใช้พืชเพื่อการรักษาโรคในการรักษาโรคอยู่

ประเทศไทยมีพืชเพื่อการรักษาโรคเป็นจำนวนมาก แต่ยังมีปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบมากพิสมควร เนื่องจากเกษตรกรยังไม่รู้วิธีการเลือกสายพันธุ์ วิธีการปลูกที่เหมาะสมกับดินฟ้าอากาศ จึงต้องเร่งรัดส่งเสริมด้านการผลิตทั้งระบบ ซึ่งการดำเนินงานจะต้องร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมป่าไม้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ โรงพยาบาลอภัยภูเบศร ฯลฯ โดยเบื้องต้นจะร่วมกับกรมป่าไม้ในการจัดพื้นที่ปลอดสารเคมีในป่าชุมชน ให้ทำการเพาะปลูกสมุนไพรเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 6,000 ไร่ ในระยะ 2 ปี และจะส่งเสริมให้ประชาชนเปลี่ยนอาชีพ

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปีพุทธศักราช 2560 มาตรา 55 ว่าด้วยการสนับสนุนให้มีการพัฒนาด้านการแพทย์แผนไทยในการบริการสุขภาพ โดยบัญญัติไว้ว่า รัฐต้องดําเนินการให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง เสริมสร้างให้ประชาชนมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค และส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการพัฒนาภูมิปัญญาด้านแพทย์แผนไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุด บริการสาธารณสุขต้องครอบคลุมการส่งเสริมสุขภาพ การควบคุมและป้องกันโรค การรักษาพยาบาส และการฟื้นฟูสุขภาพด้วย รัฐต้องพัฒนาการบริการสาธารณสุขให้มีคุณภาพและมีมาตรฐานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมาตรา 69 ว่าด้วยเรื่อง การส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมเพื่อสร้างเศรษฐกิจให้กับ ประเทศ และการสร้างนวัตกรรมยาสมุนไพรก็นับเป็นโอกาสทองของคนไทย

รูปแบบของสมุนไพร

สมุนไพรต่างๆนั้น มาจากวัตถุดิบทางธรรมชาติ เช่น พืช สัตว์ และ แร่ธาตุ ซึ่งลักษณะการใช้ประโยชน์นั้นมักไม่นำมาใช้ประโยชน์แบบสดๆตามลักษณะของวัตถุดิบนั้น จะต้องมีการนำมาแปรรูปให้อยู่ในรูปแบบต่างๆ เช่น ของแหว ของแข็ง กึ่งของเหลวกึ่งของแข็ง และ รูปแบบการอบไอน้ำหรือรมควัน รูปแบบของพืชเพื่อการรักษาโรคต่างๆที่กล่าวมานั้น มีรายละเอียด ดังนี้

  • สมุนไพรในรูปแบบของเหลว ลักษณะของการนำมาต้ม ตากแห้งและบดเป็นผงเพื่อใช้ชงเป็นน้ำดื่ม หรือนำมาดองกับเหล้า รวมถึง การผสมกับน้ำและคั้นสดๆ
  • สมุนไพรรูปแบบของแข็ง เป็นลักษณะของการนำมาตากแห้งจากนั้นนำมาบดเป็นผง และ ผสมกับน้ำผึ้ง ปั้นเป็นลูกกลมๆ นำมารับประทานเป็นยาเม็ด
  • สมุนไพรรูปแบบกึ่งแข็งกึ่งเหลว เป็นลักษณะใช้การพอก คือ นำใบพืชสดๆมาตำให้แหลก และ นำมาพอกแผล
  • สมุนไพรรูปอบไอน้ำหรือรมควัน จะเป็นลักษณะพิเศษ เช่น การต้มเพื่อใช้ไอน้ำ การเผาเพื่อรมควัน การนำมาห่อในผ้านึ่งให้ร้อนและนำมาประคบกาย เป็นต้น ลักษณะนี้ใช้ในการรักษาโรคระบบทางเดินหายใจ และ การอยู่ไฟในสตรี หลังการคลอดบุตร

หลักการใช้สมุนไพร

สำหรับการใช้เพื่อรักษาโรคให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการรักษาโรคนั้น มีหลักในการใช้สมุนไพร มีดังนี้

  • มีโรคหลายโรคที่ยังไม่สามารถพิสูจน์จากเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ว่าการรักษาด้วยสมุนไพรไม่ได้ผล เช่น งูพิษกัด สุนัขบ้ากัด โรคบาดทะยัก กระดูกหัก วัณโรค โรคเบาหวาน เป็นต้น
  • ลักษณะอาการต่างๆที่มีความรุนแรงที่ต้องนำตัวส่งแพทย์ด่วน ไม่ควรรักษาด้วยพืชเพื่อการรักษาโรค เช่น อาการไข้สูง ปวดหัวอย่างรุนแรง อาเจียนเป็นเลือด ตกเลือดจากช่องคลอด หมดสติ เป็นต้น
  • พืชเพื่อการรักษาโรค ต้องรักษาให้ถูกส่วน ถูกวิธี และ รักษาอย่างถูกโรค
  • พืชเพื่อการรักษาโรคหากเก็บไว้นานเกินไป สรรพคุณทางยารักษาโรคสามารถเสื่อมสภาพได้ ไม่ควรเก็บพืชเพื่อการรักษาโรคไว้นานเกินไป
  • หากใช้พืชเพื่อการรักษาโรค และ เกิดอาการแพ้ต่างๆ ให้หยุดการใช้พืชเพื่อการรักษาโรคทันที

คุณค่าของสมุนไพร

คุณค่าของสมุนไพรด้านการสาธารณสุข พืชเพื่อการรักษาโรคเป็นสิ่งที่ใช้ประโยชน์ด้านการแพทย์ การบำบัดรักษาโรค ซึ่งยาแผนโบราณที่ประชาชนนิยมใช้กัน เช่น ยาหอม ยานัตถุ์ ยาบำรุงโลหิต ยาระบาย ยาแก้ร้อนใน และยาแก้ไอ เป็นต้น

คุณค่าของสมุนไพรด้านเศรษฐกิจ พืชเพื่อการรักษาโรคเป็นทรัพยากรที่สำคัญของประเทศ อุตสาหกรรมยาแผนโบราณมีการผลิตยาแผนโบราณที่ใช้กว่า 1,000 ชนิด ในหลายรูปแบบ เช่น ยาเม็ด ยากวน ยาแผ่น เป็นต้น รูปแบบของพืชเพื่อการรักษาโรคสมัยใหม่ต่างจากสมุนไพรแบบเดิมๆ

คุณค่าของสมุนไพรด้านนิเวศวิทยา พรรณพืชหลากหลายเป็นพื้นฐานสำหรับยารักษาโรค สีย้อม น้ำหอม เครื่องปรุงรสและแต่งสีมีคุณค่าต่อเศรษฐกิจและสังคม พืชเพื่อการรักษาโรคจากธรรมชาติ ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

คุณค่าของสมุนไพรด้านการเกษตรกรรม พืชเพื่อการรักษาโรคต้องปลูกแบบอินทรีย์ ไม่ใช้สารเคมีเป็นการพัฒนาวงการเกษตรกรรมของสังคมไทย

คุณค่าของสมุนไพรด้านภูมิปัญญาและวัฒนธรรม การใช้พืชเพื่อการรักษาโรค รักษาอาการเจ็บไข้ได้ป่วยที่นับเป็นภูมิปัญญาอันทรงคุณค่า ที่บรรพบุรุษได้ลองผิดลองถูกค้นคว้าวิจัยตามธรรมชาติเหนือสิ่งอื่นใด

โทษของสมุนไพร

สำหรับการใช้ประโยชน์เพื่อการรักษาโรคนั้น เป็นดาบสองคม คือ มีทั้งประโยชน์และโทษ การใช้พืชเพื่อรักษาโรคควรจะต้องระมัดระวัง คือ ต้องใช้อย่างถูกต้อง และ ใช้ในปริมาณที่เหมาะสม จึงจะได้ประโยชน์สูงสุด ไม่เกิดโทษ ซึ่งอันตรายจากการใช้พืชเพื่อรักษาโรค มีข้อควรระวังดังนี้

  • การใช้สำหรับรักษาโรคอันตราย ซึ่งหากขาดการรักษา เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหืดหอบ โรคเหล่านี้การแพทย์ปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ การใช้พืชเพื่อการรักษาโรครักษาเพียงช่องทางเดียว อาจทำให้อาการป่วยกำเริบหนักมากขึ้น
  • พืชเพื่อการรักษาโรคหลายชนิดมีพิษ การนำมาใช้ให้สกัดนำพิษออกก่อน ดังนั้น ความเข้าใจในสรรพคุณและสารต่างๆในพืชเหล่านี้จึงมีความจำเป็น เช่น ผลมะเกลือ มีสรรพคุณในการขับถ่ายพยาธิ แต่ในตำรับแนะนำให้ใช้ผลมะเกลือสดตำคั้นผสมกะทิ แต่ผลมะเกลือแก่ที่ดำมีความเป็นพิษ ทำให้มีไข้ อาเจียน ท้องเดิน และ ทำลายประสาทตา เนื่องจากผลมะเกลือที่แก่เต็มที่ มีสาร nepthalene ซึ่งมีความเป็นพิษ การใช้ผลมะเกลือจึงต้องใช้ผลมะเกลือสด การใช้ประโยชน์จากพืชเพื่อการรักษาโรคต้องมีความเข้าใจอย่างแท้จริงจึงจะไม้เกิดโทษ
  • อาจมีสารเจือปน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้ทำการตรวจวิเคราะห์พืชเพื่อการรักษาโรค เพื่อจะหาสารเจือปน หลายร้อยรายการ พบว่ามี arsenic ร้อยละ 60 มีร้อยละ 30 มีสารsteroids นอกจากนั้น อาจมีสารปรอทและสารตะกั่ว ปนเปื้อนด้วย

หมวดหมู่ของสมุนไพร

การนำพืชต่างๆมาใช้ประโยชน์นั้นมีหลากหลาย ซึ่งเราได้แยกพืชเพื่อการรักษาโรคต่างๆ แยกตามสรรพคุณในการรักษาโรคต่างๆ เพื่อให้ง่ายต่อการจัดหมวดหมู่ให้ง่ายต่อการแยกแยะ มีรายละเอียด ดังนี้

ปัญหาการใช้ยาของคนไทย

นิสัยในการใช้ยาของคนไทยในปัจจุบัน คนไทยบริโภคยาอย่างฟุ่มเฟือยและไม่เหมาะสมเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทย และ เป็นปัญหาเดียวกันในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก พบว่าประมาณ 1 ใน 3 ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพถูกใช้ไปกับการบริโภคยาและประมาณ 1 ใน 3ของมูลค่าการบริโภคดังกล่าว เกิดจากพฤติกรรมการรักษาตนเองของประชาชน

ซึ่งเป็นที่มาของปัญหาการใช้ยาที่ไม่เหมาะสมหลายชนิด ก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพของประชาชนทั้งโดยตรงและโดยอ้อม กระทบถึงความสิ้นเปลืองและความไม่คุ้มค่าของการใช้จ่ายด้านสุขภาพ ซึ่งเป็นปัญหาเศรษฐกิจเชิงมหภาค การป้องกันหรือวิธีการลดพฤติกรรมการใช้ยาที่ไม่ถูกต้อง จำเป็นต้องร่วมมือกันในทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชนรวมถึงองค์กรและสภาวิชาชีพทางการแพทย์และเภสัชศาสตร์

การให้ความรู้ด้านยาที่ถูกต้องและวิธีการรับรู้ข่าวสารต้องไปถึงยังกลุ่มเป้าหมายในชนบท ควรทบทวนหรือปรับปรุงการขายยาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ภาครัฐและสภาวิชาชีพทางการแพทย์และเภสัชศาสตร์ต้องส่งเสริมให้ร้านขายยาที่มีเภสัชกรมีบทบาทและสามารถให้ความรู้กับประชาชนได้กว้างขวางครอบคลุมมากขึ้น

ปัจจุบันประเทศไทยเป็นประเทศที่มีระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง ที่ภาครัฐเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยประชาชนไม่ต้องร่วมจ่ายในค่ารักษาพยาบาล ทำให้ประชาชนจำนวนมาใช้บริการมากขึ้นเกินความจำเป็น ซึ่งภาครัฐต้องแบกรับภาระมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ในด้านการซื้อยากินเองของคนไทยยังคงมีอยู่โดยเฉพาะในชนบท ยังมียาในร้านขายของชำและร้านเร่ ซึ่งทำให้มีการใช้ยาที่ผิด การรักษาตนเองของชาวบ้านมีสาเหตุหลายอย่างเช่นการไปพบแพทย์ต้องเสียเวลามาก จำเป็นต้องทำ งานเก็บเกี่ยวหยุดไม้ได้ เป็นต้น ดังนั้น การแก้ปัญหาจะต้องประกอบกันหลายด้านทางเศรษฐกิจและสังคมที่จะเป็นพื้นฐานให้เกิดการอุปนิสัยการใช้ยาเองในคนไทย

สรุป

สมุนไพรนับว่าเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ เป็นสิ่งที่ก่อเกิดขึ้นตามธรรมชาติและถูกพัฒนาเพื่อใช้ในการรักษาโรคด้วยความรู้และภูมิปัญญา แม้โลกยุคใหม่จะพัฒนาด้านการแพทย์อย่างรวดเร็ว ยาสมัยใหม่มีส่วนผสมของสารเคมีหลายชนิด แต่การใช้พืชต่างๆในการรักษาโรคยังมีความสำคัญ จำเป็นต้องพัฒนาอย่างครบวงจร เพื่อให้คุณค่าของพืชเพื่อการรักษาโรคครบทุกมิติมิติ เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต

สมุนไพรเพื่อการรักษาโรคนั้น จำเป็นต้องได้รับการใช้งานอย่างถูกต้องโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การศึกษาหาข้อมูลด้วยตนเองและนำเอาไปใช้ประโยชน์ โดยขาดความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริงทำให้เกิดโทษอย่างร้ายแรง คำแนะนำก่อนใช้เพื่อการรักษาโรคควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเสียก่อน