ส้มแขก Garcinia นิยมนำผลส้มแขกมาทำยาสมุนไพร ขับเสมหะ ลดความดัน รักษาเบาหวาน บำรุงเลือด ฟอกเลือด ช่วยเจริญอาหาร ทำความรู้จักกับส้มแขกอย่างละเอียด

ส้มแขก สมุนไพร

ส้มแขก ภาษาอังกฤษ เรียก Garcinia ชื่อวิทยาศาสตร์ของส้มแขก คือ Garcinia atroviridis Griff. ex T.Anderson ส้มแขกเป็นพืชตระกลูเดียวกับมังคุด  สำหรับชื่อเรียกอื่นๆของส้มแขก เช่น ชะมวงช้าง ส้มควาย อาแซกะลูโก ส้มพะงุน ส้มมะอ้น ส้มมะวน มะขามแขก เป็นต้น

ส้มแขกเป็นพืชท้องถิ่นของอินเดียและศรีลังกา และในประเทศไทยนิยมปลูกในภาคใต้ เนื่องจาก ส้มแขก มีรสเปรี้ยว นิยมนำมาทำส่วนประกอบในการทำ แกงส้ม แกงเลียง ต้มเนื้อ ต้มปลา เป็นต้น

ประโยชน์ของส้มแขก ใบส้มแขก ใบแก่นำมาทำเป็นชา ผลสดนำมาปรุงรสอาหารให้รสเปรี้ยว ลำต้นส้มแขกแก่ๆ สามารถนำมาใช้ทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ หรือทำเป็นไม้แปรรูปใช้ในการก่อสร้างได้ นอกจากนั้นสามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อย่างหลากหลาย เช่น ชาส้มแขก น้ำส้มแขก ส้มแขกกวน แคปซูลส้มแขก เป็นต้น ส้มแขกนำมาทำยาสมุนไพรได้ สรรพคุณของส้มแขก ลดความอ้วน แก้ไอ ขับเสมหะ ลดความดัน รักษาเบาหวาน บำรุงเลือด ฟอกเลือด ช่วยเจริญอาหาร แก้กษัย แก้ปวดท้อง ยาระบายอ่อนๆ ขับปัสสาวะ รักษานิ่ว และ แก้ท้องผูก เป็นต้น

ลักษณะของต้นส้มแขก

ต้นส้มแขกเป็นไม้ยืนต้นตระกูลมังคุด การขยายพันธุ์ สามารถขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด การแตกหน่อ การติดตา และการต่อยอด ลักษณะของต้นส้มแขก มีดังนี้

  • ลำต้นส้มแขก ความสูงประมาณ 10 เมตร ลักษณะของเนื้อไม้แข็ง เปลือกลำต้นมีสีเขียว และ สีน้ำตาลอมดำ ลำต้นมียางสีเหลือง
  • ใบส้มแขก ลักษณะใบเป็นใบเดี่ยว ผิวใบเรียบ ขอบใยเรียบ ลักษณะมันวาว ปลายใบแหลม ใบอ่อนสีน้ำตาลอมแดง ใบแห้งจะเป็นสีน้ำตาล
  • ดอกส้มแขก ลักษณะดอกออกเป็นช่อ โดยดอกออกตามปลายยอด กลีบดอกด้านนอกสีเขียว ส่วนกลีบดอกด้านในสีแดง
  • ผลส้มแขก ลักษณะเป็นผลเดี่ยว เป็นแฉกๆลักษณะกลมมน ผิวของผลเรียบ ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีเหลือง ขนาดใกล้เคียงกับผลกระท้อน เนื้อผลแข็ง ผลมีรสเปรี้ยว ภายในผลมีเมล็ด

การปลูก ให้เตรียมพื้นที่ปลูก เนื่องจากส้มแขกเป็นไม้ผลที่มีทรงพุ่มขนาดใหญ่ ระยะปลูกที่แนะนำ คือ 8 X 8 เมตร หรือ 10 X 10 เมตร ซึ่งจะได้จำนวนต้นประมาณ 20 – 25 ต้นต่อไร่ ก่อนปลูกควรรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก หลังจากปลูกนาน 1 เดือน ให้ปลูกซ่อมต้นที่ตายทันที

นักโภชนาการ ได้ศึกษาส้มแขก พบว่ามีสาร HCA ( Hydroxycitric Acid ) ซึ่งมีคุณสมบัติเด่น คือ ยับยั้งเอนไซม์ในกระบวนการสร้างไขมัน จากคาร์โบไฮเดรต ส้มแขกจึงนิยมนำมาเป็นส่วนประกอบสำหรับอาหารเสริมสำหรับลดน้ำหนัก มีการแปรรูบส้มแขก มากมาย เช่น เม็ด ชา แคปซูล

สรรพคุณของส้มแขก

สำหรับสรรพคุณของส้มแขก มีมากมาย สามารถนำส้มแขกมาใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็น ดอก ผล ราก ใบ รายละเอียด ดังนี้

  • ดอกของส้มแขก มีสรรพคุณ ช่วยแก้ไอ ขับเสมหะ ลดความดันโลหิต
  • ผลของส้มแขก สามารถนำมาช่วยลดความดัน ช่วยรักษาโรคเบาหวาน ช่วยฟอกโลหิต ช่วยเจริญอาหาร ช่วยลดไขมัน
  • รากของส้มแขก สามารถใช้ เป็นยาแก้กษัย บรรเทาอาการปวดท้องสำหรับสตรีมีครรภ์ เป็นยาระบายอ่อนๆ ขับปัสสาวะ รักษานิ่ว
  • ใบของส้มแขก สามารถใช้ แก้อาการท้องผูก ขับปัสสาวะ

ข้อควรระวังในการบริโภคส้มแขก

แม้ส้มแขกจะมีประโยชน์ และได้รับความนิยมมากแค่ไหน ส้มแขกก็ยังมีผลเสียบางประการต่อร่างกายอยู่เช่นกัน เหมือนกับการรับประทานอาหารอื่น ๆ ที่ถ้าหากมากเกินไปก็ย่อมส่งผลเสียต่อร่างกายได้เหมือนกัน ซึ่งข้อควรระวังในการบริโภคส้มแขกที่คุณควรรู้ มีดังนี้

  • ส้มแขกมีฤทธิ์เป็นกรด ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น คลื่นไส้ ไม่สบายท้อง ปวดศีรษะ เป็นต้น
  • สตรีมีครรภ์ หรือหญิงที่อยู่ในระหว่างการให้นมบุตร ควรหลีกเลี่ยงรับประทานส้มแขก เพื่อเป็นการรักษาโรคมากเกินไป เพราะยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน และปลอดภัยมากพอที่จะรับประกันได้ว่า จะไม่เกิดอันตรายต่อร่างกาย โดยเฉพาะกับสตรีมีครรภ์
  • ผู้ที่เป็นไบโพลาร์ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานส้มแขก เพราะอาจส่งผลให้อารมณ์แปรปรวนได้
  • ผู้ที่เป็นโรคตับ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานส้มแขกในทุกกรณีจะเป็นการดีที่สุด เพราะจะทำให้ตับทำงานหนักมากกว่าเดิม และทำให้ตับถูกทำลายได้ในที่สุด

ตะลิงปลิง ผลรสเปรี้ยว สมุนไพร นิยมรับประทานผลสด ต้นตะลิงปลิง คุณค่าทางโภชนาการของตะลิงปลิง สรรพคุณช่วยย่อยอาหาร บำรุงผิวพรรณ ขับเสมหะ โทษของตะลิงปลิงมีอะไรบ้างตะลิงปลิง ผลไม้ สมุนไพร สรรพคุณของตะลิงปลิง

ต้นตะลิงปลิง ( Bilimbi ) ชื่อวิทยาศาสตร์ของตะลิงปลิง คือ Averrhoa bilimbi L. สำหรับชื่อเรียกอื่นๆของตะลิงปลิง เช่น มูงมัง กะลิงปริง ลิงปลิง ปลีมิง บลีมิง มะเฟืองตรน หลิงปลิง เป็นต้น ตะลิงปลิง เป็นพืชท้องถิ่นของภาคใต้ สามารถพบได้ตามป่าดิบชื้นในพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงประเทศใกล้เคียง อย่าง มาเลเชีย และ อินโดนีเชีย

ตะลิงปลิง เป็นพืชที่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่เขตร้อน และ มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศบราซิล นิยมปลูกทั่วไป เพื่อใช้รับประทานผล ตะลิงปลิงคล้ายกับมะเฟือง แต่มีความแตกต่างกันตรงขนาดของผลมะเฟืองใหญ่กว่าตะลิงปลิง

ลักษณะของต้นตะลิงปลิง

สำหรับต้นตะลิงปลิง เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สามารถขยายพันธ์โดยการเพาะเมล็ดพันธ์ การตอนกิ่ง และ การเสียบยอด เป็นต้น ลักษณะของตะลิงปลิง มีดังนี้

  • ลำต้นตะลิงปลิง ลักษณะลำต้นขนาดเล็ก ความสูงประมาณ 8 เมตร มีใบจำนวนมาก ลักษณะของลำต้นคล้ายกับต้นมะยม เปลือกลำต้นสีน้ำตาล แต่ผิวเปลือกลำต้นเรียบ เนื้อไม้ไม่แข็ง ค่อนข้างเปราะ กิ่งหักง่าย
  • ใบตะลิงปลิง ลักษณะเป็นใบเลี้ยงคู่ ลักษณะใบรีปลายใบแหลม คล้ายหอก ใบเป็นมัน ใบอ่อนมีสีส้มแดง ใบแก่สีเขียวสด
  • ดอกตะลิงปลิง ลักษณะดอกเป็นช่อ ออกดอกตามลำต้น และ โคนกิ่ง ช่อดอกมีสีน้ำตาลอมม่วง  กลีบดอกมีสีแดงอมม่วง
  • ผลตะลิงปลิง ลักษณะทรงกลมรียาว เป็นทรงกระบอก ผลอ่อนสีเขียวสด เนื้อในผลสีเขียวอ่อนอมขาว ส่วนผลสุกสีเหลือง ภายในผลมีเมล็ด ผลมีรสเปรี้ยว
  • เมล็ดตะลิงปลิง อยู่ภายในผลตะลิงปลิง เมล็ดสีน้ำตาล เมล็ดเป็นทรงกระบอกแบน

คุณค่าทางโภชนาการของตะลิงปลิง

สำหรับการบริโภคตะลิงปลิง นิยมกินผล ซึ่งให้รสเปรี้ยว นักโภชนาการได้ศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของผลตะลิงปลิง พบว่ารายละเอียด ดังนี้

คุณค่าทางโภชนาการของผลตะลิงปลิง ขนาด 100 กรัม มีสารอาหารสำคัญประกอบด้วย โปรตีน 0.61 กรัม เบต้า แคโรทีน 0.035 มิลลิกรัม วิตามินบี1 0.010 มิลลิกรัม วิตามินบี2 0.026 มิลลิกรัม วิตามินบี3 0.302 มิลลิกรัม วิตามินซี 15.5 มิลลิกรัม ธาตุแคลเซียม 3.4 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 1.01 มิลลิกรัม และ ธาตุฟอสฟอรัส 11.1 มิลลิกรัม

สรรพคุณของตะลิงปลิง

สำหรับประโยชน์ของตะลิงปลิง ด้านการบำรุงร่างกายและการรักษาโรค สามารถใช้ประโยชน์จาก ผล ดอก ใบ เมล็ด เปลือกลำต้น และ ราก โดย สรรพคุณของตะลิง รายละเอียด ดังนี้

  • ผลตะลิงปลิง สรรพคุณบำรุงร่างกาย ป้องกันมะเร็ง ช่วยย่อยอาหาร บำรุงผิวพรรณ ปกป้องการเสื่อมของเซลล์ผิวหนัง ช่วยขับสารพิษ แก้ไอ แก้คออักเสบ ช่วยละลายเสมหะ ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ป้องกันโรคเบาหวาน รักษาโรคหอบหืด รักษาแผลร้อนใน เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยรักษาสิว รักษาฟ้า รักษากะ และ รักษาผิวด่างดำ ช่วยรักษาตาอักเสบ
  • ดอกตะลิงปลิง สรรพคุณแก้ไอ บำรุงผิวพรรณ รักษาสิว ลดรอยกะ ลดรอยฟ้า และ รักษารอยด่างดำ
  • ใบตะลิงปลิง สรรพคุณช่วยแก้ผดผื่นคัน รักษาโรคผิวหนัง รักษาแผลฝี ช่วยรักษาสิว แก้ท้องเสีย ช่วยลดไข้ รักษาโรคซิฟิลิส และ แก้ปวดตามข้อกระดูก
  • เมล็ดตะลิงปลิง สรรพคุณช่วยขับพยาธิ แก้ท้องอืด และ ช่วยขับลม
  • เปลือกลำต้นตะลิงปลิง และ แก่นไม้ตะลิงปลิง สรรพคุณช่วยขับปัสสาวะ รักษาโรคผิวหนัง
  • รากตะลิงปลิง สรรพคุณแก้ร้อนใน แก้กระหาย ช่วยลดไข้ ลดอาการกระเพาะอาหารอักเสบ รักษาโรคริดสีดวงทวาร แก้อาการคันตามผิวหนัง รักษาโรคผิวหนัง ช่วยรักษาแผล

โทษของตะลิงปลิง

ตะลิงปลิง เป็นผลไม้รสเปรี้ยว ซึ่งการกินอาหารเปรี้ยวจัด ส่งเสียต่อสุขภาพของฟัน ทำให้ฟันกันกล่อนง่าย ทำให้เกิดอาการท้องร่วง ท้องเสีย และทำให้บาดแผลหายช้า

ตะลิงปลิง ไม้ผลรสเปรี้ยว สมุนไพร นิยมรับประทานผลสด ลักษณะของต้นตะลิงปลิง คุณค่าทางโภชนาการของตะลิงปลิง สรรพคุณของตะลิงปลิง เช่น ช่วยย่อยอาหาร บำรุงผิวพรรณ ช่วยขับเสมหะ โทษของตะลิงปลิง มีอะไรบ้าง

ถุงกระสอบ ถุงล้อลาก ถุงสายรุ้ง ถุงการ์ตูน
ขายถุงกระสอบ ถุงสายรุ้ง ย้ายหอ ย้ายบ้าน ต้องการถุงกระสอบ ถุงกระสอบราคาโรงงาน
ติดต่อ ทรัพย์ทวี Line Id : nongnlove