มะดัน ( Madan ) คือ พืชไม้ยืนต้น เป็นผลไม้รสเปรี้ยว สามารถบริโภคผลสดได้ ต้นมะดันเป็นอย่างไร คุณค่าทางโภชนาการของมะดัน สรรพคุณของมะดัน เช่น ขับเสมหะ แก้เจ็บคอ เป็นยาระบาย แก้ไข้ทับระดู แก้กระษัย โทษของมะดัน ผลมะดันมีวิตามินซีสูง มี เบตาแคโรทีน รวมถึงแร่ธาตุสำคัญ เช่น แคลเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส เป็นตัน

มะดัน ต้นมะดัน สรรพคุณของมะดัน ประโยชน์ของมะดัน

ต้นมะดัน ชื่อสามัญ คือ Madan ชื่อวิทยาศาสตร์ของมะดัน คือ Garcinia schomburgkiana Pierre พืชตระกูลเดียวกับมังคุด ชื่อเรียกอื่นๆของมะดัน เช่น ส้มมะดัน  ส้มไม่รู้ถอย เป็นต้น

ลักษณะของต้นมะดัน

ต้นมะดัน เป็นไม้ยืนต้น ไม่ผัดใบ มีรสเปรี้ยว สามารถเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่เขตร้อน โดยเฉพาะประเทศไทย สามารถขยายพันธ์โดยการเพาะเมล็ด ลักษณะของลำต้น ใบ ดอก ผล มีดังนี้

  • ลำต้นมะดัน มีความสูงประมาณ 7 – 10 เมตร ลักษณะแตกกิ่งก้านเป็นพุ่ม เปลือกของลำต้นเรียบ สีน้ำตาลอมดำ
  • ใบมะดัน ลักษณะเป็นใบเดี่ยว มีสีเขียวเข้ม ขอบใบเรียบ โคนใบและปลายใบแหลม แผ่นใบมะดันลักษณะเรียบลื่น
  • ดอกมะดัน ดอกของมะดันจะออกตามซอกใบ ออกดอกเป็นดอกเดี่ยว ลักษณะเป็นกระจุก ซึ่งกระจุกหนึ่งจะมี 3 – 6 ดอก ดอกมะดันมีสีเหลืองอมส้ม กลีบดอกคล้ายรูปไข่
  • ผลมะดัน มีลักษณะเป็นทรงรี ปลายของผลแหลม มีสีเขียว ผิวเรียบ มันลื่น ผลมะดันมีรสเปรี้ยว ภายในผลมีเมล็ด ผลละหนึ่งเมล็ด

คุณค่าทางโภชนากการของมะดัน

สำหรับการนำมะดันมาบริโภค นั้นนิยมบริโภคใบอ่อนและผลของมะนั้น นักโภชนาการได้ศึกษาคุณค่าทางโภชนากการของผลมะดันและใบมะดัน โดยมีายละเอียด ดังนี้

  • คุณค่าทางโภชนาการของผลมะดัน ขนาด 100 กรัม มีสารอาหารสำคัญ ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 6.5 กรัม ไขมัน 0.1 กรัม โปรตีน 0.3 กรัม กากใยอาหาร 0.4 มิลลิกรัม วิตามินเอ 431 หน่วยสากล วิตามินบี2 0.04 มิลลิกรัม วิตามินซี 5 มิลลิกรัม ธาตุแคลเซียม 17 มิลลิกรัม และ ธาตุฟอสฟอรัส 7 มิลลิกรัม
  • คุณค่าทางโภชนาการของใบมะดันอ่อน ขนาด 100 กรัม มีสารอาหารสำคัญ ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 7.3 กรัม ไขมัน 0.1 กรัม โปรตีน 0.3 กรัม วิตามินเอ 225 หน่วยสากล วิตามินบี1 0.01 มิลลิกรัม วิตามินบี2 0.04 มิลลิกรัม วิตามินบี3 0.02 มิลลิกรัม วิตามินซี 16 มิลลิกรัม ธาตุแคลเซียม 103 มิลลิกรัม และ ธาตุฟอสฟอรัส 8 มิลลิกรัม

ประโยชน์ของมะดัน

เนื่องจากมะดันมีวิตามิหลายชนิด และ มีวิตามินซีสูง มะดันจึงถูกนำมาเป็นส่วนประกอบของเครื่องสำอางค์บำรุงผิวพรรณ ทั้ง สบู่ ครีมบำรุงผิว โทนเนอร์ เป็นต้น นอกจากนั้นมะดันมีรสเปรี้ยว ดังนั้น จึงนิยมนำเอามะดันมาทำอาหาร ให้รสเปรี้ยวต่างๆ เช่น น้ำพริก ต้มยำ เป็นต้น ผลของมะดัน สามารถนำมาทำผลไม้แช่อิ่มได้

สรรพคุณของมะดัน

สำหรับมะดัน จัดเป็นพืชพื้นเมือง มีประโยชน์ต่อการดำรงค์ชีวิต ในด้านการบำรุงร่างกายและการรักษาโรค โดย สรรพคุณของมะดัน มีการนำเอา รกมะดัน รากมะดัน ใบมะดัน ผลมะดัน เปลือกมะดัน ดอกมะดัน มาใช้ประโยชน์ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  • ดอกมะดัน มีสรรพคุณช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอก รักษามะเร็ง
  • ผลมะดัน มีรสเปรี้ยว สรรพคุณช่วยบำรุงผิวพรรณ ช่วยสร้างภูมิต้านทานโรค ทำให้ชุ่มคอ แก้เจ็บคอ แก้กระษัย รักษาไข้หวัด แก้ไอ ขับเสมหะ ขับประจำเดือน ช่วยขับน้ำคาวปลา แก้ระดูเสีย แก้ประจำเดือนมาไม่ปรกติ
  • ใบมะดัน สรรพคุณ แก้กระษัย ช่วยขับเลือด ช่วยฟอกเลือด รักษาหวัด แก้ไอ ขับเสมหะ ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยแก้ระดูเสียในสตรี แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ ช่วยขับประจำเดือน
  • รกของมะดัน สรรพคุณแก้กระษัย ช่วยขับเลือด ฟอกเลือด รักษาไข้หวัด รักษาไข้ทับระดู ขับเสมหะ
  • รากของมะดัน สรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ ขับปัสสาวะ แก้กระษัย ช่วนขับเลือด ช่วยฟอกเลือด รักษาไข้หวัด รักษาไข้ทับระดู ขับเสมหะ
  • เปลือกของมะดัน สรรพคุณแก้กระษัย ช่วนขับเลือด ช่วยฟอกเลือด รักษาไข้หวัด รักษาไข้ทับระดู ขับเสมหะ

ความเด่นของมะดัน คือ ความเปรี้ยว มีกรดอินทรีย์ วิตามินซีสูง ช่วยสร้างภูมิคุ้มโรคกรดอินทรีย์ในมะดัน สามารถนำมาใช้ในการดูแลผิวพรรณ ช่วยให้ผลัดเซลล์ผิว จึงนำมาใช้ในกระบวนการผลิตเครื่องสำอาง ทั้ง สบู่ ครีมบำรุงผิว เป็นต้น

โทษของมะดัน

มะดันมีลักษณะเด่น ที่ รสเปรี้ยวมาก มีความเป็นกรดสูง แต่ก็มีวิตามินซี การใช้ประโยชน์และการบริโภคมะดัน จึงต้องอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม หากมากเกินไปจะเกิดโทษต่อร่างกายได้ โดยโทษของการกินมะดันมากเกินไป มีดังนี้

  • สำหรับผู้ป่วยโรคระบบทางเดินอาหาร ไม่ความกินมะดัน ที่มีความเปรี้ยวในปริมาณมาก เนื่องจากกรดและความเปรีี้ยวของมะดันจะทำให้ระบบทางเดินอาหารทำงานหนักขึ้น
  • สำหรับผู้ป่วยโรคไต ควรงดการกินมะดัน เนื่องจากรสเปรี้ยวของมะดัน จะกระตุ้นให้ขับปัสสาวะมากขึ้น ทำให้ไตทำงานหนักขึ้น
  • กรดจากอาหารที่มีรสเปรี้ยว จะกัดกร่อน ผิวเคลือบฟัน ทำให้ให้ฟันสึกหรอเร็ว ทำให้เสียวฟัน
  • การกินอาหารรสเปรี้ยวมากเกินไป ทำให้ ท้องเสีย ร้อนใน และ ระบบน้ำเหลืองในร่างกายมีปัญหา
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
รางจืด สมุนไพรไทย ประโยชน์และสรรพคุณของรางจืด... รางจืด ( Laurel clockvine ) สมุนไพรไทย สรรพคุณของรางจืด ช่วยขับสารพิษ ช่วยสมานแผล ใช้ลดไข้ แก้ท้องเสีย แก้ท้องร่วง แก้แพ้ผื่นคัน ลางจืดสามารถใช้ล้างสา...
ดอกคำฝอย สมุนไพร ประโยชน์ของดอกคำฝอยมีอะไรบ้าง... ต้นคำฝอย ( Safflower ) คือ พืชสมุนไพร มีถิ่นกำเนิดในแถบประเทศตะวันออกกลาง ต้นคำฝอยนิยมใช้ประโยชน์จาก ดอกของคำฝอย ดอกคำฝอย สามารถสกัดเอาสีส้มได้ ใช้ผสม...

ไขมันทรานส์ ( trans fat ) คือ ไขมันประเภทหนึ่ง กรดไขมันไม่อิ่มตัว นิยมนำมาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมอาหาร เนื่องจากราคาถูก ทนความร้อน และ ไม่เหม็นหืน ประโยชน์ของไขมันทรานส์ และ โทษของไขมันทรานส์ มีอะไรบ้าง

ไขมันทรานส์ ประโยชน์ของไขมันทรานส์ โทษของไขมันทรานส์ คุณสมบัติไขมันทรานส์

ไขมันทรานส์ คือ ไขมันที่ได้จากการสังเคราะห์ระหว่างกระบวนการผลิตอาหารโดยการเติมไฮโดรเจนเข้าไปในน้ำมันพืช เพื่อทำให้น้ำมันพืชแข็งตัวมากขึ้น ทำให้ไขมันช่วยยืดอายุของอาหารได้ เพิ่มความคงตัวของรสชาติอาหารได้ ไขมันทรานส์ ราคาถูกกว่าไขมันทั่วไป นิยมใช้ไขมันทรานส์ในอุตสาหกรรมอาหาร

คุณสมบัติของไขมันทราน์ คือ เก็บไว้ได้นาน ทนทานต่อความร้อน มีความใกล้เคียงกับไขมันจากสัตว์ ไม่เหม็นหืน เวลานำมาทำเป็นส่วนประกอบของอาหารอร่อย ไขมันทรานส์จึงเป็นส่วนประกอบของอาหารต่างๆ เช่น โดนัท ไก่ทอด เป้นต้น

ประโยชน์ของไขมันทรานส์

จากสรรพคุณของไขมันทรานส์ สามารถเก็บรักษาไว้ได้นานโดยไม่เหม็นหืน ไม่เป็นไข สามารถทนความร้อนได้สูง มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับไขมันกสัตว์ ราคาถูกกว่าไขมันประเภทอื่นๆ

  • ไขมันทรานส์ราคาถูก
  • คุณสมบัติของไขมันทรานส์ใกล้เคียงไขมันจากสัตว์
  • ไขมันทรานส์สามารถเก็บได้นานขึ้น ไม่มีกลิ่นเหม็นหืน
  • สามารถลดความเหม็นหืนของอาหารได้
  • เพิ่มไขมันในร่างกายตามผิวหนัง จะช่วยลดแรงกระแทกต่อร่างกาย ช่วยป้องกันการบาดเจ็บจากการกระแทกได้
  • ช่วยปกป้องร่างกาย ทำให้ร่างกายอบอุ่นได้
  • อาหารที่มีปริมาณไขมันพอดี ทำให้อยู่ท้อง ทำให้อิิ่มท้อง

ไขมันทรานส์ จึงมักนิยมนำมาใช้ประกอบอาหาร เช่น กลุ่มอาหารฟาสต์ฟู้ด ทอดไก่ มันฝรั่งทอด โดนัท เบเกอรี่ ขนมขบเคี้ยว ครีมเทียม และ วิปปิ้งครีม เป็นต้น

อาหารที่มักใช้ไขมันทรานส์เป็นสวนประกอบและใช้ในการผลิต มีดังนี้ โดนัท ขนมขบเคี้ยวต่างๆ เฟรนซ์ฟรายส์ คุกกี้ เนยขาว เนยเทียม ครีมเทียม เค้ก แคร็กเกอร์ วิปครีม นักเก็ต ไก่ทอด หมูทอด อาหารประเภททอดๆ ที่ต้องใช้น้ำมันหรือไขมันทั้งหลาย

โทษของไขมันทรานส์

การใช้ไขมันทารส์มาทำอาหารและเป็นส่วนประกอบของอาหารนั้น ต้องบริโภคไขมันทรานส์ในปริมาณที่ไม่มากเกินไป ซึ่งหากในอาหารมีไขมันทรานส์เกินกว่าปริมาณที่เหมาะสม อาจส่งผลเพิ่มความเสี่ยงอันตรายต่อร่างกายได้ ดังนี้

  • การบริโภคอาหารที่มีไขมันทรานส์ มากเกินกว่าปริมาณที่เหมาะสม จะทำให้ทำงานของเอนไซม์ Cholesterol Acyltranferase มากขึ้น ทำให้คอเลสเตอรอลในเลือดเพิ่มขึ้น
  • ไขมันทรานส์ ย่อยสลายได้ยากกว่าไขมันประเภทอื่นๆ ทำให้ตับทำงานหนักขึ้น อาจส่งผลต่อโรคที่เกี่ยวกับตับ เช่น นิ่วในถุงน้ำดี
  • ทำให้น้ำหนักตัวและไขมันส่วนเกินเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดความเสี่ยงโรคต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด เป็นต้น

องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ได้กำหนดว่า อาหารทุกประเภทที่จัดจำหน่ายภายในประเทศ ต้องระบุปริมาณของกรดไขมันทรานส์ บนฉลากผลิตภัณฑ์ ซึ่งต้องมีปริมาณกรดไขมันทรานส์ไม่เกิน 0.5 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค กระทรวงสาธารณะสุข ประเทศไทย ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้ห้ามผลิต นำเข้า และ จำหน่าย นำมันที่ผ่านกระบวนการผลิตไฮโดรเจนบางส่วน อาหารที่มีน้ำมันที่ผ่านกระบวนการผลิตไฮโดรเจนเป็นบางส่วน ( ไขมันทรานส์ )

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
เกี่ยวกับเรา เว็บไซต์ Beezab.com เว็บไซต์สุขภาพ ในเครือ... BeeZab ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2015 BeeZab.com เป็นเว็บพันธมิตรกับเว็บไซต์เกี่ยวกับอาหารอันดับหนึ่งของประเทศไทย อย่าง nlovecooking.com ด้วยความรักในการ...
โรคกรดไหลย้อน โรคระบบทางเดินอาหาร เกิดจากอะไร... โรคกรดไหลย้อน ( Gastro Esphageal Reflux ) เรียกย่อ GERD คือ  ภาวะของน้ำย่อยที่มีฤทธ์เป็นกรดที่อยู่ในกระเพาะอาหาร ไหลย้อนเข้าสู่หลอดอาหาร ทำให้เกิดอากา...