โรคต้อกระจก ภาวะเลนส์ตาขาวขุ่น ทำให้มองเห็นภาพไม่ชัด โรคเสี่ยงสำหรับผู้สูงอายุ สาเหตุของต้อกระจกเกิดจากโปรตีนที่เลนส์ตาเสื่อมตามวัย อาการของโรค เช่น มองไม่ชัด แนวทางการรักษาต้อกระจกต้องทำอย่างไร

โรคต้อกระจก โรคตา โรคไม่ติดต่อ การรักษาต้อกระจก

โรคต้อกระจก ( Cataract ) คือ ภาวะที่เลนส์ตาขุ่นมัว ซึ่งมีสาเหตุจากหลายอย่าง เช่น ภาวะโดยกำเนิด การได้รับอุบัติเหตุ ความผิดปรกติของดวงตาเอง เป็นต้น มักเกิดกับคนอายุมากกว่า 70 ปี ซึ่งการที่เลนส์ตาขุ่นมัว ทำให้แสงไม่สามารถเข้าไปในตาได้ตามปกติ การมองเห็นภาพจึงไม่ชัดเจน โรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย

สถานการณ์โรคต้อกระจกในประเทศไทย

สำหรับสถานการณ์ผู้ป่วยตาต้อกระจกในประเทศไทย เหมือนกับประเทศอื่นๆทั่วไป ประชากรที่มีอายุมากตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป มีความเสี่ยงและอัตราการเกิดต้อกระจกสูง เช่น ในพื้นที่ห่างไกลจากตัวเมืองจะพบผู้ป่วยต้อกระจกในระดับรุนแรง คือ พบว่ามีลักษณะต้อสุก ประมาณร้อยละ 20 ถึง 30 ของคนผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการรักษา สำหรับการรักษาต้อกระจกในประเทศไทย มีโครงการลดการตาบอดจากต้อกระจก ทำให้อัตราการตาบอดจากโรคต้อกระจกลดจำนวนลงอย่างเห็นได้ชัด

สาเหตุของการเกิดต้อกระจก

สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดต้อกระจก คือ ภาวะความเสื่อมของโปรตีนที่เป็นองค์ประกอบของเลนส์ตา ส่งผลให้เลนส์ตาขุ่น ซึ่งพบว่าความเสื่อมตามอายุขัยมีผลต่อความเสื่อมนี้ พบว่าร้อยละ 80 ของผู้ป่วยทั้งหมดเกิดจากการเสื่อมสภาพของดวงตาตามวัย แต่ร้อยละ 20 มีสาเหตุของการเกิดโรคมาจากสาเหตุอื่น ซึ่งเราสามารถสรุปปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดต้อกระจก มีรายละเอียด ดังนี้

  • ภาวะการเกิดต้อกระจกโดยกำเนิด เกิดจากมารดาติดหัดเยอรมันในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ หรือบางทีเป็นกรรมพันธ์ และ โภชนาการของเด็กไม่ดี เรียกว่า ขาดสารอาหาร
  • ภาวะต้อกระจกจากการได้รับอุบัติเหตุ การถูกกระทบกระเทือนดวงตาอย่างรุนแรง ในบางครั้งต้อกระจกจะเกิดขึ้นหลังจากเกิดอุบัติเหตุแล้ว 2-3 ปี
  • ภาวะความผิดปรกติของดวงตาเอง เช่น ต้อหิน ม่านตาอักเสบ ตาติดเชื้อ เป็นต้น
  • การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาลดความอ้วน ยาหยอดตา เป็นต้น
  • การได้รับรังสีต่างๆกระทบดวงตาเป็นเวลานาน เช่น ช่างเชื่อม การอยู่ในที่แสงจ้านานๆ เป็นต้น
  • การสูบบุหรี่และการดื่มสุรา ทำให้ร่างกายเสื่อมเร็วกว่าปรกติ รวมถึงสุขภาพดวงตาด้วย
  • ภาวะแทรกซ้อนจากโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน เป็นต้น

อาการผู้ป่วยโรคต้อกระจก

สำหรับผู้ป่วยโรคต้อกระจกจะแสดงอาการที่สายตา และ ประสิทธิภาพการมองเห็นภาพ โดยไม่มีอาการปวดตา ไม่มีอาการตาแดง แต่อย่างใด สามารถสรุปลักษณะของอาการโรคต้อกระจกได้ดังนี้

  • สายตาพล่ามัวมากขึ้นเมื่ออยู่ในที่ๆมีแสงสว่างจัด แต่มองเห็นภาพปรกติในที่มืด
  • การมองเห็นผิดปรกติ เช่น การอ่านหนังสือต้องใช้แว่นช่วยอ่าน มองเห็นภาพซ้อน มองเห็นแสงกระจายตอนขับรถกลางคืน เป็นต้น
  • สามารถสังเกตเห็นต้อสีขาวตรงรูม่านตาอย่างชัดเจน

การรักษาโรคต้อกระจก

แนวทางการรักษาโรคต้อกระจกในปัจจุบันสามารถรักษาได้โดยลอกต้อกระจกและการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาเทียม เนื่องจากมีเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย และ มีความปลอดภัยสูง การรักษาโรคต้อกระจก มีแนวทางที่ต้องพิจารณาก่อนทำการรักษา ดังนี้

  • หากต้อกระจกยังน้อยอยู่ และไม่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตในประจำวันมาก อาจสามารถรอให้ต้อกระจกแก่และสุกก่อนก็ได้
  • หากมีความผิดปรกติกับดวงตา เช่น ตาแดง ปวดตา ตาพล่ามัวรวดเร็ว ให้รีบพบแพทย์ทันที
  • หากเกิดต้อกระจกในระยะปานกลาง สามาถรับการรักษาด้วยการผ่าตัดได้ ขึ้นอยู่กับความพร้อมของคนไข้เอง
  • หากเกิดในระยะที่เป็นมากแล้ว ระยะนี้เรียก ว่า ต้อกระจกแก่ หรือ ต้อกระจกสุกแล้ว หากพร้อมสำหรับการผ่าตัด ให้สามารถเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดลอกต้อกระจกได้

การป้องกันโรคต้อกระจก

สำหรับโรคต้อกระจก สามารถป้องกันการเกิดโรคได้ด้วยการดูแลสุขภาพดวงตา ไม่ให้อยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรค แนวทางการป้องกันโรคต้อกระจก มีรายละเอียด ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการใช้ยากลุ่มยาสเตียรอยด์เป็นเวลานานๆ
  • ระมัดระวังการเกิดอุบัติเหตุที่เกิดกับดวงตา ควรใส่เครื่องป้องกันดวงตาหากจำเป็น
  • สวมแว่นตากันแดด หากจำเป็นต้องออกนอกสถานที่ที่มีแสงแดดจัด
  • หากใช้สายตาอย่างหนัก ควรแบ่งเวลาในการพักการใช้สายตาเป็นระยะๆ
  • ไม่ควรสูบบุหรี่และการดื่มสุรา
  • ควรพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
  • หากอายุเกิน 40 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพตาประจำปีอย่างต่อเนื่อง

โรคต้อหิน ( Glaucoma ) สาเหตุของการตาบอด เกิดจากภาวะความดันตาสูง น้ำหล่อเลี้ยงตาไม่สามารถระบายได้ ทำลายจอประสาทตา โรคต้อหินจะเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถป้องกันและควบคุมการสูญเสียของการมองเห็นได้

ต้อหิน โรคตา ทำให้ตาบอด โรคต่างๆ

โรคต้อหิน หรือ โรคความดันตาสูง ทางการแพทย์เรียก Glaucoma  ปัจจัยหลักของการเกิดต้อหินมาจากความดันลูกตาสูง จนทำให้การระบายน้ำของลูกตามีปัญหา ส่งผลให้ประสาทตาถูกทำลายในที่สุด แต่การเกิดต้อหินไม่จำเป็นต้องมีความดันตาสูงเสมอไป ผู้ป่วยโรคต้อหินไม่สามารถรักษาแล้วหายขาดได้ แต่สามารถควบคุมอาการไม่ให้แย่ลง โดยจะต้องมาพบจักษุแพทย์ทุก ๆ 3 เดือน ที่สำคัญเมื่อพบว่าเป็นโรคนี้ต้องรีบมารักษาโดยเร็ว อย่าปล่อยทิ้งไว้ เนื่องจากอาจถึงขั้นตาบอดในที่สุด

สถานการณ์โรคต้อหินในปัจจุบัน

องค์กรอนามัยโลก ( WHO ) ระบุว่า ต้อหินเป็นสาเหตุของการตาบอดของคนทั่วโลกมากที่สุดรองจากโรคต้อกระจก ซึ่งผู้ป่วยโรคต้อหินทั่วโลก มีประมาณ 4.5 ล้านคน และ ร้อยละ 12 ของผู้ป่วยต้อหินตาบอด และ ชนิดของการเกิดต้อหินเป็นชนิดโรคต้อหินแบบปฐมภูมิ สำหรับประเทศไทย มีอัตราการเกิดต้อหินมากถึงร้อยละ 36 ของประชากรทั่วประเทศ และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นด้วย คาดว่าในปี 2563 จะมีคนไทยป่วยเป็นโรคต้อหินเพิ่มขึ้นประมาณ 7 แสนคน แม้ว่าโรคต้อหินจะเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถป้องกันและควบคุมการสูญเสียของการมองเห็นได้

สาเหตุของโรคต้อหิน

สาเหตุของโรคต้อหินมาจากน้ำหล่อเลี้ยงตาไหลเวียนไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งน้ำหล่อเลี้ยงตามีหน้าที่หล่อเลี้ยงเลนส์ กระจกตา และหลังจากนั้นจะถูกดูดซึมผ่านออกจากลูกตาไปทางมุมตา น้ำหล่อเลี้ยงตาต้องมีความสมดลุย์จึงจะทำให้ความดันตาปกติ ในทางกับกันหากภาวะความดันตาสูงผิดปรกติก็ส่งผลต่อระดับน้ำหล่อเลี้ยงตาเช่นกัน เมื่อน้ำหล่อเลี้ยงตาไม่สามารถระบายได้ ทำให้เกิดการทำลายจอประสาทตา โดยประสาทตาจะเสื่อมลงทีละน้อย

สาเหตุที่ทำให้ความดันในตาสูง ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่มีปัจจัยจากพันธุกรรม การใช้ยาหยอดขยายม่านตา การลดลงของเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงเส้นประสาทตา ความดันโลหิตสูง ภาวะอักเสบและการติดเชื้ออย่างรุนแรง การกระแทกที่ดวงตา การได้รับสารเคมี หรือ การผ่าตัด เป็นต้น

ปัจจัยที่ทำให้เกิดต้อหิน

สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดต้อหิน มีหลายปัจจัยที่ทำให้เซลล์ประสาทจอตาเสื่อมสภาพ ทำให้ลานสายตาผิดปกติ เกิดเป็นรอย หวำกว้างที่ขั้วประสาทตา  ส่งผลทำให้เกิดการสูญเสียการมองเห็น ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคต้อหิน ประกอบด้วย

  • ความดันตาสูง
  • อายุ ที่มากขึ้นทำให้เกิดการเสื่อมตามวัย
  • การถ่ายทอดทางพันธุกรรม
  • โรคที่เกี่ยวกับเลือดที่ไปเลี้ยงจอประสาทตา เช่น โรคหลอดเลือดแดงแข็ง โรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น
  • ดวงตาถูกกระทบจากสารเคมี
  • การใช้ยาหยอดตาขยายม่านตา
  • การได้รับการกระทบกระเทือนที่ตาจากอุบัติเหตุ

ชนิดของต้อหิน

สำหรับโรคต้อหิน สามารถการแบ่งชนิดของต้อหิน ได้ 4 ชนิด ประกอบด้วย ต้อหินปฐมภูมิ ต้อหินทุติภูมิ ต้อหินแต่กำเนิด และ ภาวะสงสัยต้อหิน รายละเอียดของต้อหินชนิดต่างๆ มีดังนี้

  • ต้อหินปฐมภูมิ ( Primary glaucoma ) เป็นต้อหินที่ไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรค พบในผู้สูงอายุ สามารถจำแนกได้ 2 ประเภท คือ ต้อหินชนิดเฉียบพลัน และ ต้อหินชนิเรื้อรัง รายละเอียด ดังนี้
    • ต้อหินเฉียบพลัน ( Acute glaucoma ) คือ การเกิดต้อหินอย่างรวดร็ว ภายใน 48 ชั่วโมง ซึ่งลักษณะอาการรุนแรง มีอาการปวดตา ตามัว ตาแดง หากไม่รักษาอย่างทันท่วงทีทำให้ตาบอดได้
    • ต้อหินเรื้อรัง ( Chronic glaucoma ) ไม่รู้สึกว่า ตามัวและปวดตา แต่การมองเห็นภาพด้านข้างจะแคบลง ผู้ป่วยจะรู้สึกไม่สบายสายตา ทำให้ใช้สายตาได้ไม่นาน อาการแบบนี้ผุ้ป่วยทั่วไปมักเข้าใจว่าเป็นอาการเสื่อมของสายตาตามอายุ อาการของต้อหินเรื้อรังนี้ความดันตาจะค่อยสูงขึ้น วินิจฉัยยาก ต้องรอจนอาการเด่นชันถึงรู้ว่าเป็นต้อหิน
  • ต้อหินทุติยภูมิ ( Secondary glaucoma ) เป็นผลมาจากสาเหตุต่างๆ เช่น อุบัติเหตุทางตา ภาวะเบาหวานขึ้นจอตา ต้อหินชนิดทุติยภูมิจำเป็นต้องรักษาจากต้นเหตุของการเกิดโรค ถ้ารักษาช้าเกินไป อาจส่งผลให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่นๆตามมา ซึ่งเป็นอันตราย
  • ต้อหินแต่กำเนิด ( Congenital glaucoma )  เกิดจากพัฒนาการภายในลูกตาของเด็กผิดปกติจากภาวะความดันตาจะสูงมาก ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของมารดา
  • ภาวะสงสัยต้อหิน ( Glaucoma suspect ) มีอาการบางอย่างเหมือนต้อหินเรื้อรัง แต่อาการไม่ครบ แพทย์จะต้องติดตามดูแลผู้ป่วยในระยะยาว

อาการของโรคต้อหิน

สำหรับอาการของโรคต้อหินจะแสดงอาการผิดปรกติที่สายตา และ อาการปวดที่ดวงตา ซึ่งเราสามารถแบ่งอาการของโรคต้อหินได้ 2 ลักษณะ คือ ต้อหินเฉียบพลัน และ ต้อหินเรื้อรัง รายละเอียดของอาการต้อหิน มีดังนี้

  • อาการของต้อหิน ชนิดเฉียบพลัน ผู้ป่วยจะมีอาการกระทันหัน คือ ปวดตา สายตาพล่ามัว และ ตาแดงความสามารถการมองเห็นไม่ชัดเลย ปวดตามากขึ้นเรื่อยๆจนอาจถึงขั้นอาเจียน ต้องรีบพบแพทย์ทันที
  • อาการต้อหิน ชนิดเรื้อรัง ผู้ป่วยในระยะแรกจะไม่รู้สึกว่ามีความผิดปรกติของดวงตาและสายตา แต่ความสามารถการมองเห็นจะค่อยๆแคบลง รู้สึกไม่สบายสายตา ผู้ป่วยมักเข้าใจว่าเป็นอาการเสื่อมของสายตาตามวัย การวินิจฉัยยาก ต้องรอจนอาการเด่นชันจึงทราบว่าเป็นโรคต้อหิน

การรักษาโรคต้อหิน

สำหรับแนวทางการรักาาโรคต้อหิน ปัจจุบันสามารถรักษาโรคต้อหินได้ 3 แนวทาง คือ การใช้ยารักษาโรค การใช้แสงเลเซอร์รักษา และ การผ่าตัดรักษา รายละเอียดดังนี้

  • การใช้ยารักษา เพื่อลดความดันของดวงตาให้อยู่ในภาวะปรกติ ปัจจุบันยารักษาต้อหินมีหลายกลุ่ม ทั้งยาหยอด ที่มีฤทธิ์ลดการสร้างน้ำหล่อเลี้ยงลูกตา การรักษาด้วยยานั้นจำเป็นต้องหยอดยาอย่างสม่ำเสมอ และพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอเพื่อประเมินผลการรักษาอย่างถูกต้อง
  • การใช้เลเซอร์ในการรักษาโรคต้อหิน ขึ้นอยู่กับชนิดของต้อหินที่เกิดขึ้นและระยะเวลาของการเกิดโรค ซึ่งแนวทางการรักษา เช่น SLT LPT ALPI และ Laser cyclophotocoagulation
    • Selective laser trabeculoplasty ( SLT ) เพื่อรักษาต้อหินมุมเปิด จะใช้วิธีนี้รักษาหากการใช้ยาหยอดตาแล้วได้ผล
    • Laser peripheral iridotomy (LPI) เพื่อใช้รักษาต้อหินมุมปิด
    • Argon laser peripheral iridoplasty (ALPI) สำหรับการรักษาชนิดนี้จะใช้รักษาร่วมกับ Laser peripheral iridotomy (LPI)
    • Laser cyclophotocoagulation จะใช้การรักษาชนิดนี้สำหรับการรักษาในกรณีอื่นไม่ได้ผล
  • การผ่าตัดเพื่อรักษาจะใช้รักษาด้วยการผ่าตัดสำหรับผู้ป่วยที่การรักษาด้วยยาหรือเลเซอร์ไม่ได้ผล

การป้องกันโรคต้อหิน

แนวทางการป้องกันการเกิดโรคต้อหิน ต้องแยกการป้องกันการเกิดต้อหินชนิดเฉียบพลัน และ ชนิดเรื้อรัง โดยรายละเอียด ดังนี้

  • ควรเข้ารับการสุขภาพดวงตาอย่างสม่ำเสมอ
  • สำหรับกลุ่มคนที่มีคนในครอบครัวมีประวัติการเกิดโรคต้อหิน ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพดวงตาอย่างใกล้ชิด
  • ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดดี ลดความเสี่ยงภาวะความดันโลหิตสูง
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารบำรุงสายตา
  • การทำกิจกรรมที่มีความเสียงเกิดอุบัติเหตุที่ดวงตาให้ส่วมเครื่องป้องกันอับุติเหตุ
ขายถุงกระสอบ ถุงกระสอบ ถุงสายรุ้ง ขายถุงสายรุ้ง
ขายถุงกระสอบ ถุงสายรุ้ง ย้ายหอ ย้ายบ้าน ต้องการถุงกระสอบ ถุงกระสอบราคาโรงงาน
ติดต่อ ทรัพย์ทวี Line Id : nongnlove
โรคน่ารู้

โรคฉี่หนู แล็คโตสไปโรซิส โรคติดเชื้อ โรคระบบประสาท
โรคฉี่หนู หรือ โรคเลปโตสไปโรซิส

ท้องร่วง ท้องเสีย ขี้แตก โรคติดเชื้อ
ท้องร่วงจากเชื้ออีโคไล (E. coli)
ไตอักเสบ โรคไต โรคไม่ติดต่อ โรคไตอักเสบ
โรคไตอักเสบ
โรคไตรั่ว โรคไต ไตอักเสบเนโฟรติก ภาวะไตรั่ว
โรคไตรั่ว หรือ ไตอักเสบเนโฟรติก
โรคไตวายเฉียบพลัน โรคไต ภาวะไตวาย โรคไม่ติดต่อ
ไตวายเฉียบพลัน
โรคไตวายเรื้อรัง โรคไต ไตบายเรื้อรัง โรคไม่ติดต่อ
ไตวายเรื้อรัง
โรคไต ภาวะถุงน้ำในไต โรคถุงน้ำในไต โรคไม่ติดต่อ
โรคถุงน้ำในไต
โรคนิ่วในไต ภาวะไตอักเสบ โรคไต โรคไม่ติดต่อ
โรคนิ่วในไต
โรคต่างๆแยกตามประเภทของโรค
การแบ่งโรคสามารถแบ่งได้ตามอวัยวะที่เกิดโรค เช่น ระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ ระบบเลือดและหัวใจ เราได้แบ่งโรคทั้งหลายเพื่อให้ง่ายต่อการเรียนรู้
โรคไม่ติดต่อ โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ
โรคไม่ติดต่อ
โรคติดต่อ โรคต่างๆ การรักษาโรค โรคระบาด
โรคติดต่อ
โรคติดเชื้อ การติดเชื้อ การรักษาโรค โรคต่างๆ
โรคติดเชื้อ
โรคตา โรคเกี่ยวกับการมองเห็น สายตาผิดปรกติ โรคต่างๆ
โรคตา
โรคเกี่ยวกับต่อมไร้ท่อ ระบบฮอร์โมน การรักษาโรค โรคต่างๆ
โรคเกี่ยวกับฮอร์โมน
โรคระบบประสาท โรคต่างๆ โรคมีอะไรบ้าง การรักษาโรค
โรคระบบประสาท
โรคสมอง โรคเกี่ยวกับระบบความจำ โรคเกี่ยวกับสมอง สมองผิดปรกติ
โรคเกี่ยวกับสมอง
โรคในช่องปาก ความผิดปรกติใชช่องปาก โรคปาก การรักษาโรค
โรคในช่องปาก
โรคกระดูก โรคข้อ เกี่ยวกับข้อและกระดูก การรักษาโรค
โรคข้อและกระดูก
โรคตับ โรคเกี่ยวกับตับ โรคในช่องท้อง โรคต่างๆ
โรคเกี่ยวกับตับ
โรคระบบทางเดินอาหาร โรคในช่องท้อง โรคระบบย่อยอาหาร โรคระบบขับถ่าย
โรคระบบทางเดินอาหาร
โรคระบบทางเดินหายใจ โรคเกี่ยวกับการหายใจ โรคปอด โรคในช่องอก
โรคระบบทางเดินหายใจ
โรคไต โรคระบบกรองเลือด ระบบไตผิดปรกติ โรคต่างๆ
โรคไต
โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคต่างๆ
โรคหัวใจและหลอดเลือด
โรคหูคอจมูก โรคหู โรคคอ โรคจมูก
โรค หู คอ จมูก
โรคติดต่อทางเพศ โรคติดเชื้อทางเพศ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคจากเพศสัมพันธ์
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
โรคผิวหนัง ความผิดปรกติของผิวหนัง การรักษาโรค โรคต่างๆ
โรคผิวหนัง
โรคเด็ก โรคของเด็ก โรคเกี่ยวกับเด็ก โรคสำหรับเด็ก
โรคเด็ก
สมุนไพรน่ารู้

ผักชีฝรั่ง สมุนไพร สมุนไพรไทย สรรพคุณของผักชีฝรั่งผักชีฝรั่ง

ซ่อนกลิ่น สมุนไพร สมุนไพรไทย สรรพคุณซ่อนกลิ่นซ่อนกลิ่น
ข่า สมุนไพร สมุนไพรไทย พืชสวนครัวข่า
กุยช่าย สมุนไพร สมุนไพรไทย ผักสวนครัวกุยช่าย
ว่านโด่ไม่รู้ล้ม สมุนไพร สมุนไพรไทย เพิ่มสมรรถภาพทางเพศว่านโด่ไม่รู้ล้ม
บัว บัวหลวง สมุนไพร สมุนไพรไทยบัวหลวง

อ้อย ต้นอ้อย สมุนไพร สมุนไพรไทยอ้อย
กวาวเครือ สมุนไพร สมุนไพรไทย ทำให้นมโตกวาวเครือขาว
สมุนไพรแยกตามสรรพคุณ

สมุนไพรบำรุงเหงือกและฟัน สมุนไพร สมุนไพรไทย
บำรุงเหงือกและฟัน

สมุนไพรแก้หอบหืด สมุนไพร สมุนไพรไทย
รักษาหืดหอบ
สมุนไพรแก้ท้องเสีย สมุนไพร สมุนไพรไทย
แก้ท้องเสีย
สมุนไพรสมองและระบบประสาท สมุนไพร สมุนไพรไทย
บำรุงระบบประสาท
สมุนไพรรักษาหลอดลมอักเสบ สมุนไพร สมุนไพรไทย
รักษาหลอดลมอักเสบ
สมุนไพรช่วยขับประจำเดือน สมุนไพร สมุนไพรไทย
ช่วยขับประจำเดือน
สมุนไพรบำรุงหัวใจ สมุนไพร สมุนไพรไทย
บำรุงหัวใจ
สมุนไพรช่วยลดไข้ สมุนไพร สมุนไพรไทย
ช่วยลดไข้