ข้อเสื่อม Osteoarthritis การสึกหรอที่ผิวกระดูกอ่อนหุ้มข้อ ปัจจัยการเกิดโรค คือ อายุ และ อุบัตติเหตุ อาการเจ็บปวดบริเวณข้อ เคลื่อนไหวตัวได้น้อย แนวทางการรักษาโรค

โรคข้อเสื่อม โรคข้อและกระดูก โรคไม่ติดต่อ รักษาข้อเสื่อม

โรคข้อเสื่อม เกิดกับกระดูกอ่อน เกิดกับเยื่อหุ้มข้อ ข้อนิ้วมือ ข้อมือ ข้อกระดูกต้นคอ ข้อกระดูกส่วนหลัง อาการปวด บวม แดง ร้อนบริเวณข้อกระดูก เคลื่อนไหวลำบาก คนอายุ 50 ถึง 60 ปี มีโอกาสเสี่ยงสูง โดยเฉพาะ สตรี มีโอกาศเป็นมากกว่าชาย 2 เท่า ลักษณะเด่นของโรคนี้ คือ ข้อฝืดในช่วงเช้า มีอาการปวดตามข้อ มีเสียงดังกรอบแกรบจากข้อกระดูก

ชนิดของโรคข้อเสื่อม

สำหรับชนิของโรคข้อเสื่อม สามารถ แบ่งได้ 2 ชนิด คือ ข้อเสื่อมปฐมภูมิ และ ข้อเสื่อมทุติยภูมิ รายละเอียด ดังนี้

  • ข้อเสื่อมปฐมภูมิ เรียก primary osteoarthritis คือ อาการข้อเสื่อม เกิดกับผู้สูงอายุ เป็นการเสื่อมตามวัย มักพบอาการเสื่อมของข้อกระดูก บริเวณข้อใหญ่ๆ เช่น ข้อเข่า ข้อสะโพก และ ข้อกระดูกสันหลัง เป็นต้น
  • ข้อเสื่อมทุติยภูมิ เรียก secondary osteoarthritis คือ ข้อเสื่อมจากสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่การเสื่อมตามวัย เช่น การเกิดอุบัตติเกตุ ทำให้เกิดการแตกหักของผิวกระดูกข้อ การเกิดข้อหลุด ไขข้อกระดูกถูกทำลาย การตายของหัวกระดูก หรือ การติดเชื้อที่ข้อกระดูก รวมถึงความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด

ปัจจัยที่ทำให้เป็นโรคข้อเสื่อม

สำหรับปัจจัยการเกิดข้อกระดูกเสื่อม คือ อายุมากเกิดการเสื่อมสภาพของข้อกระดูกตามการใช้งาน น้ำหนักตัวที่มากของมนุษย์ อุบัติเหตุที่เกิดการกระแทกอย่างรุนแรง กรรมพันธุ์ ยังมีปัจจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้อง และส่งผลต่อการเสื่อมของข้อกระดูกเร็วกว่าปกติ มีดังนี้

  • อายุ การเสื่อมสถาพของกระดูกตามวัย เป็นปัจจัยหลักของการเกิดโรคข้อเสื่อม
  • เชื้อชาติ จากการสำรวจพบว่า ชนชาติที่มีลักษณะร่างกายใหญ่ จะพบว่าเกิดโรคข้อเสื่อมมากกว่าคนตัวเล็ก
  • อาชีพ การประกอบอาชีพที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดข้อเสื่อม เช่น อาชีพที่ต้องยกของหนัก และ อาชีพที่มีการกระแทกสูง
  • กรรมพันธุ์ การถ่ายทอดทางพันธุกรรม มีผลต่อการเกิดโรค หากครอบครัวที่ีมีคนเกิดโรคนี้ คนในครอบครัวมีโอกาสเกิดโรคสูง
  • น้ำหนักตัว หากร่างกายมีน้ำหนักมาก ทำให้ระบบข้อและกระดูกทำงานหนักมากขึ้น ส่งผลต่อความเสื่อมที่ง่ายกว่าคนที่ทีน้ำหนักตัวเบา
  • สุขภาพของกระดูก แต่ละคนที่ความหนาแน่นของมวลกระดูกที่แตกต่างกัน ในคนที่มีความหนาแน่นของมวลกระดูกน้อย จะเกิดโรคข้อเสื่อมง่าย
  • ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งฮอร์โมนเอสโอสโตรเจน มีหน้าที่ป้องกันการเสื่อมของผิวกระดูกอ่อน หากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนมีน้อย อัตราการเสื่อมของผิวกระดูกจะเร็วขึ้น
  • พฤติกรรมส่วนตัว ปฏิเสธไม่ได้ว่าพฤติกรรมการใช้ชีวิต ที่ไม่ส่งผลดีต่อระบบข้อและกระดูก ทำให้เกิดการเสื่อมของข้อได้ง่าย
  • การเกิดอุบัติเหตุ ที่ส่งผลกระทบต่อข้อและกระดูก เช่น ข้อเข่าหลุด ข้อมือหัก เป็นต้น ทำให้ผิวหุ้มกระดูกอ่อนถูกทำลายส่งผลทำให้เกิดการเสื่อมที่ข้อที่เร็วกว่าปรกติ

ลักษณะการเสื่อมของผิวกระดูกอ่อน

การเสื่อมของผิวกระดูกอ่อน ที่เป็นสาเหตุของโรคข้อเสื่อมนั้น สามารถแบ่งระยะของความเสื่อมได้ 5 ระยะ รายละเอียดของระยะต่างๆ ดังนี้

  • ระยะที่ 1 ผิวกระดูกอ่อนเริ่มมีการสึกและกร่อนแตกเป็นเศษเล็กๆ บริเวณช่องว่างระหว่างข้อกระดูก
  • ระยะที่ 2 เกิดอาการระคายเคืองที่เยื่อบุข้อ มีอาการอักเสบ เกิดการทำลายผิวกระดูกอ่อนมากขึ้น
  • ระยะที่ 3 ระยะการซ่อมแซมผิวกระดูกอ่อนหุ้มข้อ การซ่อมแซมข้อกระดูกของร่างกายทำให้เพิ่มความหนาของเซลล์กระดูก ส่งผลให้ช่องว่างระหว่างข้อกระดูกแคบลง ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของข้อกระดูก
  • ระยะที่ 4 ความสามารถในการซ่อมแซมผิวกระดูกอ่อนน้อยลง ส่งผลต่อการสึกหรอของข้อกระดูกมากขึ้น ทำให้เนื้อกระดูกอ่อนถูกเสียดสี ทำให้ปวดข้อเวลาเคลื่อนไหว
  • ระยะที่ 5 การทำงานของข้อกระดูกผิดปกติ ข้อกระดูกเกิดการผิดรูป มีอาการบวม ระยะนี้จะมีอาการข้อแข็ง ทำให้การเคลื่อนไหวทำได้น้อย

ลักษณะของการเกิดโรคข้อเสื่อม

โรคข้อเสื่อมเป็นความผิดปกติของข้อแบบ synovial และ diarthrodial ที่มีลักษณะเกิดการเสื่อมของกระดูกอ่อนผิวข้อ จะมี 3 ลักษณะ คือ เกิดกระดูกงอกบริเวณขอบข้อ และ เกิดพังผืดบริเวณเยื่อหุ้มข้อ รวมถึงเกิดการเปลี่ยนแปลงชีวเคมีบริเวณข้อ รายละเอียดของการลักษณะการเกิดโรคมีรายละเอียดดังนี้

  • การโรคระยะแรก จะเกิดกับผิวกระดูกอ่อน ส่วนที่รับน้ำหนักมาก ผิวของกระดูกอ่อนจะเปลี่ยนจากสีเหลือง ผิวกระดูกขรุขระ และ นิ่มลง เกิดการเสื่อมมาก ในบางรายผิวกระดูกอ่อนหลุดลอก เมื่อมีการเคลื่อนไหว จะทำให้เกิดการเสียดสีของข้อกระดูก หากเกิดอาการมากขึ้น จะทำให้เกิดพังผืดรอบกระดูกอ่อน หนาตัวกลายเป็นกระดูกงอก
  • การเกิดการเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมีและเนื้อเยื่อภายในข้อ เช่น ปริมาณของน้ำเพิ่มขึ้น ขนาดเส้นใยคอลาเจนเล็กลง เส้นใยมีลักษณะหลวม เกิดการเปราะ และแตกสลายง่าย
  • การเกิดการเปลี่ยนแปลงของเมตาบอลิซึม ทำให้เซลล์กระดูกอ่อนเพิ่มมากขึ้น ปริมาณคอลาเจนเพิ่มขึ้น การสร้างดีเอ็นเอเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อเซลล์กระดูกอ่อนเพิ่มขึ้น ในขณะที่การสร้างเพื่อชดเชยสิ่งที่ถูกทำลาย จะทำไม่ทันต่อการถูกทำลาย ทำให้เกิดการเสื่อมของข้อตามมา

อาการของโรคข้อเสื่อม

อาการของโรคข้อเสื่อม มีอาการหลักๆ คือ อาการปวดตามข้อ ซึ่งยังมีอาการอื่นอีก รายละเอียดดังนี้

  • อาการเจ็บปวดตามข้อ อาการจะรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามวัย และเวลาลักษณะจะเป็นๆหายๆ
  • อาการข้อติดและข้อตึง เมื่อเกิดอาการปวด ก็เคลื่อนไหวได้น้อย และความหนาของกระดูกมากขึ้น เกิดการผิดรูปของข้อ อาการที่พบคือ ข้อกระดูกติดและแข็ง อาการข้อติดแข็งจะเกิดในเวลาสั้นๆ ประมาณ 1 ชั่วโมง
  • อาการข้อกระดูกมีเสียง เนื่องจากเซลล์กระดูกที่สร้างขึ้นใหม่มีลักษณะไม่เรียบ ผิวขรุขระ เมื่อเกิดการเสียดสีของผิวกระดูกจะทำให้เกิดเสียง ดังกรอบแกรบ
  • อาการบวมตามข้อกระดูก อาการบวมนี้มักจะเกิดหลังจากการทำงานหนักของข้อกระดูก อาการบวมเกิดจาก การหนาตัวของเซลล์กระดูกอ่อนและเชื่อมติดกับเอ็นรอบๆข้อ ทำให้เกิดอาการอักเสบของข้อกระดูก
  • ภาวะน้ำท่วมข้อ เกิดจากการเสื่อมของกระดูกเป็นเวลานาน ทำให้เซลล์กระดูกแตก และ เศษกระดูกติดค้างในช่องว่างระหว่างข้อ ทำให้ร่างกายสร้างน้ำไขข้อขึ้นมาเมื่อมากเกินไปทำให้มีอาการบวมอักเสบบริเวณข้อ
  • อาการข้อกระดูกผิดรูป อาการกระดูกผิดรูป เป็นอาการของข้อเสื่อมระยะสุดท้าย การผิดรูปของข้อ เกิดจากความหนาแน่นและการขยายตัวของกระดูก ลักษณะ เช่น ข้อขยายใหญ่ เป็นต้น

สำหรับความรุนแรงของโรคข้อเสื่อมนั้ เราสามารถแบ่งความรุนแรงของโรคได้ 4 ระดับ คือ ระดับ 1 มีการงอกของกระดูกใหม่จำนวนน้อย ระดับ 2 มีการงอกของกระดูกใหม่จำนวนมาก ระดับ 3 เกิดช่องว่างของข้อกระดูกแคบลง และ ระดับ 4 ช่องว่างระหว่างข้อมีขนาดแคบมาก

การรักษาโรคข้อเสื่อม

สำหรับการ รักษาโรคข้อเสื่อม ทางการแพทย์ไม่สามารถรักษาโรคนี้ให้หายขาดได้ หากาเหตุของการเกิดโรคเกิดจากการเสื่อมของร่างกายตามวัย การรักษาสามารถทำได้เพียงการบรรเทาอาการของโรค ซึ่งการรักษามึ 3 วิธี คือ การรักษาตัวโดนการทำกายภาพบำบัด การใช้ยารักษาและ การผ่าตัด รายละเอียดดังนี้

  • วิธีการรักษาด้วยเวชศาสตร์ฟื้นฟู การทำกายภาพบำบัด เพื่อลดอาการบวม ช่วยให้การเคลื่อนไหวทำได้ดีขึ้น  และป้องกันการผิดรูปของข้อกระดูก เช่น การนวด การใช้เครื่องมีช่วยเดิน การใช้ความร้อนเย็นบรรเทาอาการบวด เป็นต้น
  • การรักษาด้วยการใช้ยา ก็จะเป็นยารักษาอาการอักเสบ รักษาอาการปวด และ ยาที่ทำให้ออกฤทธิ์ชา
  • การรักษาด้วยการผ่าตัด การผ่าตัดนั้นจะใช้สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการแทรกซ้อน เช่น การผ่าตัดล้างข้อ การผ่าตัดเปลี่ยนจุดรับน้ำหนัก การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม การผ่าตัดเชื่อมข้อ เป็นต้น

โรคข้อเสื่อม คือ โรคที่เกิดกับกระดูกอ่อน ภาษาอังกฤษ เรียก cartilage และ เกิดกับเยื่อหุ้มข้อ โดยปรกติแล้วโรคข้อเสื่อมจะเกิดแถว ข้อนิ้วมือ ข้อมือ ข้อกระดูกต้นคอ ข้อกระดูกส่วนหลัง ผู้ที่ป่วยเป็นโรคข้อเสื่อม จะมีอาการปวด บวม แดง ร้อนบริเวณข้อกระดูก เคลื่อนไหวลำบาก โรคข้อเสื่อมเกิดจาก เยื่อหุ้มข้อกระดูกเกิดบางลงทำให้เกิดการเสียดสีของข้อกระดูก จนเกิดหินปูนเกาะที่เยื่อหุ้มข้อกระดูก เมื่อเกิดอาการข้อเสื่อมก็จะทำให้ มีอาการ ปวด บวม แดง ร้อน บริเวณข้อกระดูก และเคลื่อนไหวลำบากเพราะเจ็บ  โรคข้อเสื่อมพบมากในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

สมุนไพรบำรุงกระดูก เราได้รวบรวมสมุนไพรที่มีแคลเซียมสูง ซึ่งช่วยบำรุงกระดูกได้ดี สมุนไพรบำรุงกระดูก ประกอบด้วย

มะละกอ สมุนไพร สมุนไพรไทย ผลไม้
มะละกอ
ส้มโอ ผลไม้ สมุนไพร สมุนไพรไทย
ส้มโอ
กระชาย สมุนไพร สมุนไพรไทย ต้นกระชาย
กระชาย
กระเฉด สมุนไพร สมุนไพรไทย ผักสวนครัวผักกระเฉด
ชะอม สมุนไพร สมุนไพรไทย ผักสวนครัว
ชะอม
ตำลึง สมุนไพร สมุนไพรไทย ผักสวนครัว
ตำลึง

โรคข้อเสื่อม ( Osteoarthritis ) คือ ความผิดปกติของข้อกระดูกแบบเรื้อรัง การสึกหรอที่ผิวกระดูกอ่อนหุ้มข้อ ปัจจัยการเกิดโรค คือ อายุ และ อุบัตติเหตุ อาการเจ็บปวดบริเวณข้อ ทำให้การเคลื่อนไหวตัวได้น้อย โดยเฉพาะ ข้อเข่า ข้อเท้า ข้อมือ ข้อสะโพก ข้อกระดูกสันหลัง เป็นต้น

ปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ ภาวะอักเสบของปลอดหุ้มเอ็นบริเวณกล้ามเนื้อโคนนิ้วหัวแม่มือ ทำให้ปวดบวมข้อมือหรือโคนนิ้วหัวแม่มือ พบในคนทำงานออฟฟิตและสตรีวัยกลางคนปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ โรคข้อและกระดูก ชาแขนชาข้อมือ

โรคปลอกหุ้มเอ็นอักเสบ เป็น กลุ่มอาการของโรคที่เกิดกับเอ็นและข้อมือ เกิดจากการอักเสบของปลอกหุ้มเส้นเอ็นนิ้วหัวแม่มือ  ที่อยู่บริเวณข้อมือ หรือ โคนนิ้วหัวแม่มือ มีอาการปวด และ บวม มีอาการหนาตัวของเส้นเอ็น โรคนี้พบว่าเพศหญิงมีอัตราการเกิดที่สูงกว่าเพศชาย และพบมากในคนช่วงอายุ 30 ถึง 50 ปี

อาการปลอกหุ้มเอ็นอักเสบ นั้น จะมีชื่อเรียกต่างกันตามจุดที่เกิดการอักเสบของปลอกหุ้มเอ็น เช่น

  • หากเกิดการอักเสบที่จ้อศอก เรียก โรคข้อศอกนักเทนนิส ( tennis elbow ) เป็น การอักเสบของเส้นเอ็นบริเวณข้อศอก พบมากใน นักกีฬาที่ใช้การตี ช่างไม้ และ ช่างทาสี เป็นต้น
  • หากเกิดที่ข้อหัวไหล่ เรียก โรคข้อไหล่นักว่ายน้ำ ( swimmer’s shoulder ) เป็น การอักเสบของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นบริเวณไหล่ พบบ่อยในนักกีฬาที่ใช้หัวไหล่มาก เช่น นักว่ายน้ำ นักเทนนิส และ นักยำน้ำหนักเป็นต้น
  • หากเกิดอาการอักเสบที่ข้อมือ เรียก โรคเดอเกอร์แวง ( de Quervain’s disease ) หรือ โรคปลอกเอ็นหุ้มข้อมืออักเสบ เป็นอาการอักเสบของเส้นเอ็นและปลอกหุ้ม พบบ่อยในคนทำงานออฟฟิต ที่ต้องใช้ข้อมือและนิ้วหัวแม่มือบ่อย
  • หากเกิดที่นิ้ว เรียกว่า โรคนิ้วล็อก ( trigger finger ) เป็นอการอักเสบของเส้นเอ็นที่บังคับการงอของนิ้วมือ พบบ่อยในนักกีฬาที่ต้องจับไม้แน่นๆ เช่น นักกีฬาเทนนิส นักกีฬาแบดมินตัน นักกอล์ฟ และคนทำสวน เป็นต้น

สาเหตุของการเกิดโรคปลอกหุ้มข้อมืออักเสบ

สำหรับสาเหตุของการอักเสบที่เส้นเอ็นและปลอกหุ้มข้อมือนั้น มักเกิดการใช้งานข้อมือและนิ้วหัวแม่มือ หนักและไม่ถูกวิธี นอกจากนี้พบว่าเกิดจากอุบัติเหตุ การได้รับบาดเจ็บ ทำงานหนัก หรือ การทำกิจกรรมที่ส่งผลกระทบต่อเอ็นที่ข้อมืออย่างหนักและซ้ำ อย่างเป็นประจำ

อาการของผู้ป่วยโรคปลอกหุ้มเอ็นอักเสบ

สำหรับอาการที่พบ สำหรับผู้ที่ีมีอาการอักเสบที่เอ็นข้อมือ คือ จะมีอาการเจ็บบริเวณโคนนิ้วมือ ลักษณะเป็นๆหายๆ และบางครั้งเจ็บไปถึงข้อศอก จะมีอาการปวดมากขึ้น เมื่อต้องหยิบจับสิ่งของ และอาจมีอาการบวมตรงโคนนิ้ว จะปวดมากขึ้น ต้องเคลื่อนไหวนิ้วหัวแม่มือ เช่น เวลาเหยียดและงอนิ้วหัวแม่มือ การบิดเสื้อผ้า การยกขันน้ำ การกวาดพื้น เป็นต้น ในผู้ป่วยบางรายมีก้อนบริเวณข้อมือ

การรักษาอาการปลอกหุ้มเอ็นอักเสบ

แนวทางการรักษาโรคนี้ สามารถแบ่งได้ 2 ลักษณะ คือ การรักษาโดยไม่ใช้วิธีการผ่าตัด และ การรักษาด้วยการผ่าตัด

การรักษาโดยการไม่ใช้วิธีการผ่าตัด เช่น

  1. หลีกเลี่ยงการใช้งานข้อมือ นิ้วมือ และกิจกรรมทั้งหมดที่ต้องใช้มือหยิบจับ
  2. ใส่เฝือกอ่อนเพื่อดามบริเวณโคนของนิ้วมือ เพื่อลอการเคลือนไหว อันเป็นสาเหตุของการเจ็บปวด
  3. ทานยาแก้ปวดและแก้อักเสบ จะช่วยกดอาการเจ็บปวดลงได้ แต่ต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสม
  4. การนวด โดยการประคบร้อนและการประคบเย็น จะช่วยให้ผ่อนคลายความปวด

การรักษาโดวิธีการผ่าตัด สำหรับการรักษาด้วยการผ่าตัดจะได้ผลค่อนข้างดี แต่การผ่าตัดจะทำเมื่อจำเป็นเท่านั้น โดยการบ่งชี้ว่าต้องรับการรักษาโดยการผ่าตัด มีอาการปวดมาก ต้องเข้ารับการฉีดยาสเตียรอยด์ แต่อาการไม่ดีขึ้น โดยการผ่าตั้นนั้นแพทย์จะฉีดยาชา ใช้ยางยืดรัดแขน เพื่อห้ามเลือด ใช้มีดกรีดแยกเยื่อหุ้มเอ็นที่บีบรัดเส้นเอ็น อยู่ให้แยกจากกัน และเย็บแผล หลังจากการผ่าตัด ต้องทำการล้างผลทุกวัน และตัดไหมภายใน 10 วัน และต้องพบแพทย์เพื่อตรวจทุก 1 ถึง 2 สัปดาห์ในระยะแรก

ภาวะแทรกซ้อนที่พบจากการรักษาโรคปลอกหุ้มเอ็นอักเสบจากการผ่าตัด

  • เกิดอาการเจ็บบริเวณผ่าตัด และ เกิดพังผืดใหม่หลังผ่าตัด
  • เกิดแผลเป็นคีลอยด์
  • มีโอกาสเสี่ยงเกิดอันตรายต่อเส้นประสาท ทำให้มีอาการชา หรือ ปวดแสบปวดร้อน
  • เส้นเอ็นบริเวณโคนนิ้วหัวแม่มือ นูนขึ้นเวลากระดกนิ้วหัวแม่มือ

การปฏิบัติตัวของผู้ป่วยโรคปลอกหุ้มเอ็นอักเสบ

  1. ควรหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหว ที่จะทำให้ปว และเจ็บปวดเส้นเอ็น
  2. บริหารข้อมือเป็นประจำ และต้องอบอุ่นร่างกายก่อนการออกกำลังกาย
  3. หลีกเลี่ยงการใช้งานของข้ออย่างหนัก เพื่อป้องกันการเกิดการอักเสบอีกครั้ง

สมุนไพรช่วยลดไข้ แก้ปวด ช่วยบรรเทาอาการของโรคนี้ได้ สมุนไพรที่มีสรรพคุณลดไข้ แก้ปวดเมื่อย ประกอบด้วย

กระวาน ใบกระวาน สมุนไพร สมุนไพรไทยกระวาน โหระพา ต้นโหระพา ใบโหระพา สรรพคุณของโหระพาโหระพา
ย่านาง ใบย่านาง สมุนไพร สรรพคุณใบย่านางย่านาง มะดัน ต้นมะดัน สรรพคุณของมะดัน ประโยชน์ของมะดันมะดัน
ต้นมะยม มะยม สรรพคุณของมะยม สมุนไพรมะยม ต้นพลูคาว พลูคาว สรรพคุณของพลูคาว ประโยชน์ของพลูคาวพลูคาว

โรคปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ โรคข้อและกระดูก การอักเสบของปลอดหุ้มเอ็นบริเวณกล้ามเนื้อโคนนิ้วหัวแม่มือ ทำให้ปวดบวม บริเวณข้อมือ หรือ โคนนิ้วหัวแม่มือ พบบ่อยในคนทำงานออฟฟิต พบมากในสตรีวัยกลางคน

ถุงกระสอบ ถุงล้อลาก ถุงสายรุ้ง ถุงการ์ตูน
ขายถุงกระสอบ ถุงสายรุ้ง ย้ายหอ ย้ายบ้าน ต้องการถุงกระสอบ ถุงกระสอบราคาโรงงาน
ติดต่อ ทรัพย์ทวี Line Id : nongnlove