ใบเตย Pandan leaves สมุนไพร กลิ่นหอม ต้นเตยเป็นอย่างไร สรรพคุณช่วยขับปัสสาวะ บำรุงหัวใจ รักษาเบาหวาน ใบเตยนิยมนำทำอาหารให้กลิ่นหอม และ ให้สีเขียวจากธรรมชาติ

เตย สมุนไพร ใบเตย สรรพคุณของเตย

ต้นเตย หรือที่เรียกกันว่า เตยหอม มีชื่อภาษาอังกฤษ ว่า Pandan leaves ชื่อวิทยาศาสตร์ของเตย คือ  Pandanus amaryllifolius Roxb. ชื่อเรียกอื่นๆ ของเตยนั้น เช่น ใบส้มม่า ส้มตะเลงเครง ส้มปู ส้มพอดี ผักเก็งเค็ง ต้นลำเจียก เตยทะเลลำ เป็นต้น

เตยในสังคมไทย

พืชที่อยู่คู่ครัวไทย หลีกหนีไม่พ้น หนึ่งในในั้น คือ ใบเตยหอม เนื่องจากอาหารไทยนิยมใช้ใบเตยมาประกอบอาหาร โดยการนำมาแต่งกลิ่นและสีของอาหาร ใบเตยจะให้สีเขียวแบบธรรมชาติ การปลูกใบเตยจึงมีอยู่ทั่วไปในทุกบ้านของสังคมไทย ปัจจุบัน เตยเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศไทย มีการส่งออกใบเตยรูปแบบใบแช่แข็งในหลายประเทศทั่วโลกที่มีชุมชนชาวไทยอาศัยอยู่

ชนิดของเตย

สำหรับต้นเตยนั้น มี 2 ชนิด คือ เตยหนาม และ เตยไม่มีหนาม โดยรายละเอียดดังนี้

  • เตยหนาม เรียกว่า ต้นลำเจียก เตยทะเลลำ ซึ่ง ต้นเตยจะออกดอก และดอกมีกลิ่นหอม เตยหนามนั้นไม่นิยมนำใบมาประกอบอาหาร และนิยมนำมาใช้ทำเครื่องจักสาน
  • เตยไม่มีหนาม เรียกว่า เตย หรือ เตยหอม ซึ่งลักษณะของลำต้นจะเล็ก ไม่มีดอก นิยมนำมาใช้ประกอบอาหาร หรือ ทำขนมหวาน

ลักษณะของต้นเตย

เตย เป็นไม้ยืนต้น มีพุ่มเล็ก ลักษณะเป็นกอ ลำต้นของเตยอยู่ใต้ดิน ลักษณะใบเป็นใบเดี่ยว ใบเป็นทางยาว สีเขียวเข้ม มัน ขอบของใบเรียบมีกลิ่นหอม ซึ่งใบของเตย เราสามารถนำมาทำสีผสมอาหาร ให้สีเขียวได้

คุณค่าทางอาหารของเตย

นักโภชนาการได้ศึกษา คุณค่าทางโภชนาการของใบเตยหอม ขนาด 100 กรัม พบว่าให้พลังงาน 35 กิโลแคลลอรี่ มีสารอาหารสำคัญ ประกอบด้วย เบต้าแคโรทีน 3 ไมโครกรัม วิตามินซี 8 มิลลิกรัม วิตามินบี 2 0.2 มิลลิกรัม วิตามินบี 3 1.2 มิลลิกรัม ธาตุแคลเซียม 124 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 0.1 มิลลิกรัม ธาตุฟอสฟอรัส 27 มิลลิกรัม คาร์โบไฮเดรต 4.6 กรัมและโปรตีน 1.9 กรัม

ใบเตย นั้นจะมีน้ำมันหอมระเหย และสารให้สีเขียว ซึ่งในน้ำมันหอมระเหย นั้นประกอบไปด้วยสารหลายชนิด เช่น เบนซิลแอซีเทต (benzyl acetate) และแอลคาลอยด์ (alkaloid) (Fatihanim et.al.,2008) ลินาลิลแอซีเทต (linalyl acetate ) ลินาโลออล (linalool) และเจอรานิออล (geraniol) และสารที่ทำให้ มีกลิ่นหอม คือคูมาริน (coumarin) และเอทิลวานิลลิน (ethyl vanillin)

สรรพคุณของเตย

เตย เรานำสามารถนำมาทำเป็นสมุนไพร เพื่อประโยชน์การบำรุงร่างกายและการรักษาโรค ได้ทั้งราก และ ใบ ซึ่งรายละเอียดดังนี้

  • ใบเตย มีสรรพคุณ บำรุงหัวใจ และช่วยลดการกระหายน้ำ มีกลิ่นหอม เมื่อนำไปต้มน้ำ ดื่มจะรู้สึกชุ่มคอ และให้ความสด นิยมนำมาน้ำผสมกับขนมไทย ใหเกลิ่นหอมและมีสีเขียว
  • รากเตย มีสรรพคุณ ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ลดระดับน้ำตาลในเลือด

โทษของเตย

การบริโภคเตยให้ปลอดภัยสูง ไม่มีข้อมูลทางการแพทย์รายงานว่าการบริโภคใบเตยมีอันตราย แต่พืชทุกชนิดจำเป็นต้องใช้อย่างเหมาะสมและถูกต้อง การกินใบสดๆ นำมาเคี้ยวรับประทาน กลิ่นที่หอมของใบเตย อาจทำให้เกิดอาหารอาเจียนได้ โดยการใช้ประโยชน์จากใบเตย ต้องนำไปต้มเพื่อให้ได้กลิ่นหอม หรือ การนำเอาใบเตยมาบดให้ละเอียด และ คั้นเอาน้ำสีเขียวจากใบเตยมาใช้ประโยชน์ในการรับประทาน

ใบเตย ( Pandan leaves ) สมุนไพร กลิ่นหอม สีเขียว ลักษณะของต้นเตย เป็นอย่างไร สรรพคุณของใบเตย ช่วยขับปัสสาวะ บำรุงหัวใจ รักษาเบาหวาน ใบเตย นิยมนำมาประกอบ อาหาร ให้กลิ่นหอม และ สีเขียว

ต้นคำฝอย ( Safflower ) นิยมใช้ประโยชน์จากดอกของคำฝอย สกัดได้สีส้มจากธรรมชาติ สรรพคุณขับประจำเดือน บำรุงหัวใจ บำรุงโลหิต ลดไขมันในเลือด ขับเสมหะ แก้โรคผิวหนัง

คำฝอย ดอกคำฝอย สมุนไพร สรรพคุรของคำฝอย

คำฝอย นั้นมีถิ่นกำเนิดในแถบประเทศตะวันออกกลาง สามารถเจริญเติบโตได้ดีทั้งในเขตหนาว และเขตร้อน สำหรับประเทศไทยมีการนำมาปลูกมากในภาคเหนือ เพื่อนๆหลายท่านคงไม่ทราบว่า ชาจากดอกคำฝอย เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เป็นเครื่องดื่มที่ไร้ซึ่งคาเฟอีน แถมยังมี สรรพคุณทางยาอีกต่างหาก เป็นสมุนไพรไทยที่ดีมากๆ

ดอกคำฝอย ชื่อภาษาอังกฤษ เรียก Carthamus tinetorius L. ต้นคำฝอย เป็นต้นไม้ที่พบได้ทางภาคเหนือของประเทศ  ชื่อเรียกอื่นๆของคำฝอย เช่น ดอกคำ คำยอง คำยุง คำหยุม เป็นต้น ดอกคำฝอย พบว่ามีบันทึกไว้ในกระดาษปาปิรัสของอียิปต์ ว่ามีการปลูกต้นคำฝอยบริเวณลุ่มน้ำยูเฟรติส สำหรับใช้เป็นสีผสมน้ำมันสำหรับพิธีกรรมการทำมัมมี่ และในปัจจุบันก็มีการปลูกต้นคำฝอยในพื้นที่อียิปต์ อินเดีย จีน และแถบประเทศที่มีอากาศเย็น เพื่อใช้สำหรับเป็นสีผสมอาหาร ผสมเนยแข็ง และสีย้อมผ้า เป็นต้น

คุณค่าทางโภชนาการของคำฝอย

นักโภชนาการได้ทำการศึกษาประโยชน์ของเมล็ดและดอกของคำฝอย พบว่า มีน้ำมัน 35 เปอร์เซ็นต์ โปรตีน 8-17 เปอร์เซ็นต์ กรดโอเลอิก 10-60 เปอร์เซ็นต์ กรดลิโนเลอิก 60-80 เปอร์เซ็นต์ ส่วนกลีบดอกคำฝอยปริมาณ 100 กรัม มีสารอาหารและสารเคมีประกอบ ประกอบด้วย น้ำมัน 0.83 เปอร์เซ็นต์ โปรตีน 5 เปอร์เซ็นต์ เถ้า 1.9 เปอร์เซ็นต์ กากใยอาหาร 10.4 เปอร์เซ็นต์ แคลเซียม 530 มิลลิกรัม แมกนีเซียม 287 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 7.3 มิลลิกรัม สารคาร์ทามีดีน ( carthamidine ) ให้สีเหลือง และ สารคาร์ทามีน ( carthamine ) ให้สีแดง

ลักษณะของต้นคำฝอย

ต้นคำฝอย เป็นไม้ล้มลุก ความสูงประมาณ 1 เมตร ขอบใบเป็นหยักเหมือนฟันเลื่อย ปลายของใบจะแหลม เป็นพืชสมุนไพรที่ปลูกง่ายและชอบอากาศเย็น โดยลักษณะของต้นคำฝอย มีดังนี้

  • ลำต้นคำฝอย เป็นลักษณะสัน แตกกิ่งก้านมาก เป็นพืชที่มีอายุสั้น ทนแล้ง เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ที่มีระดับความสูงต่ำกว่า 1,000 เมตร ชอบดินร่วนปนทรายหรือดินที่มีการระบายน้ำได้ดี โดยอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการงอกจะอยู่ระหว่าง 5-15 องศาเซลเซียส ส่วนอุณหภูมิที่เหมาะสมในช่วงออกดอกคือ 24-32 องศาเซลเซียส ใช้ระยะเวลาการปลูกประมาณ 80-120 วันจนเก็บเกี่ยว
    ต้นคําฝอย
  • ใบคำฝอย มีใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปวงรี ลักษณะของใบคล้ายรูปหอกหรือรูปขอบขนาน ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย ปลายเป็นหนามแหลม ใบมีความกว้างประมาณ 1-5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 3-12 เซนติเมตร
  • ดอกคำฝอย ออกดอกรวมกันเป็นช่ออัดแน่นบนฐานดอกที่ปลายยอด มีดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก ดอกคำฝอยมีลักษณะกลมคล้ายดอกดาวเรือง เมื่อดอกคำฝอยบานใหม่ ๆ จะมีกลีบดอกสีเหลืองแล้วจึงค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีส้ม เมื่อแก่จัดดอกจะเปลี่ยนเป็นสีส้มแดง ที่ดอกมีใบประดับแข็งเป็นหนามรองรับช่อดอกอยู่
  • ผลคำฝอย ลักษณะของผลคล้ายรูปไข่หัวกลับ ผลเบี้ยว ๆ มีสีขาวงาช้างปลายตัด มีสัน 4 สัน ขนาดของผลยาวประมาณ 0.6-0.8 เซนติเมตร ผลเป็นผลแห้งไม่แตก ด้านในผลมีเมล็ดเป็นรูปสามเหลี่ยมยาวรี เปลือกแข็ง มีสีขาว ขนาดเล็ก เมื่อผลแก่แห้งเมล็ดจะไม่แตกกระจาย

สรรพคุณของคำฝอย

การนำเอาต้นคำฝอย มาทำสมุนไพรนั้นสามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้ง ดอกสดและดอกแก่ เกสร และ เมล็ด โดยรายละเอียดดังนี้

  • ดอกคำฝอย จะมีรสหวาน ดอกคำฝอยมีสรรพคุณทางยา บำรุงโลหิต บำรุงระบบประสาท บำรุงหัวใจ ขับประจำเดือน ลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยป้องกันไขมันอุดตัน
  • ดอกคำฝอยแก่ เรานำมาทำสีผสมอาหารหากนำดอกคำฝอยแก่มาแช่น้ำจะให้สีเหลือง สามารถนำมาผสมในอาหารหรือผสมขนมให้สีสันที่ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพของผู้บริโภค ดอกคำฝอยแก่ เรานิยมนำมาชงเป็นชา ที่แก่มาชงกับน้ำร้อน
  • เกสรของดอกคำฝอย มีสรรพคุณช่วย บำรุงโลหิต ช่วยขับประจำเดือน
  • เมล็ดของดอกคำฝอย สรรพคุณช่วยขับเสมหะ แก้โรคผิวหนัง หากนพเมล็ดมาบดและทาจะช่วยแก้อาการบวมได้

โทษของคำฝอย

สำหรับการนำคำฝอยมาใช้ประโยชน์ด้านการบำรุงร่างกายและรักษาโรค มีข้อควรระวัง ดังนี้

  1.  สตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน เนื่องจากดอกคำฝอย มีฤทธิ์ขับประจำเดือน และทำให้กล้ามเนื้อมดลูกหดตัว อาจทำให้แท้งลูกได้
  2. ควรระมัดระวังการใช้ดอกคำฝอยร่วมกับยาในกลุ่มต้านเกร็ดเลือดแข็งตัว

แม้ว่าดอกคำฝอยจะเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณแทบจะครอบจักรวาล แต่ก็ยังมีข้อควรระวังก่อนทานเช่นกัน ดอกคำฝอยมักถูกใช้เป็นส่วนประกอบของยาสมุนไพร โดยจัดรวมกลุ่มใช้ด้วยกันกับยา หรือพืชตัวอื่นๆ จะไม่ใช้ดอกคำฝอยเดี่ยวๆ เพราะต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสม มิเช่นนั้นอาจส่งผลกระทบต่อระบบเลือดได้ หากทานดอกคำฝอยมากเกินไป หรือติดต่อกันนานเกินไป อาจส่งผลให้มีอาการโลหิตจางได้ ซึ่งทำให้มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย วิงเวียนศีรษะ หรืออาจทำให้โลหิตประจำเดือนมามากผิดปกติ

ต้นคำฝอย ( Safflower ) คือ พืชสมุนไพร มีถิ่นกำเนิดในแถบประเทศตะวันออกกลาง ต้นคำฝอยนิยมใช้ประโยชน์จาก ดอกของคำฝอย ดอกคำฝอย สามารถสกัดเอาสีส้มได้ ใช้ผสมอาหาร  คุณค่าทางโภชนาการของดอกคำฝอย สรรพคุณของคำฝอย เช่น ขับประจำเดือน บำรุงหัวใจ บำรุงโลหิต ลดไขมันในเลือด ขับเสมหะ แก้โรคผิวหนัง แก้บวม บำรุงระบบประสาท

ถุงกระสอบ ถุงล้อลาก ถุงสายรุ้ง ถุงการ์ตูน
ขายถุงกระสอบ ถุงสายรุ้ง ย้ายหอ ย้ายบ้าน ต้องการถุงกระสอบ ถุงกระสอบราคาโรงงาน
ติดต่อ ทรัพย์ทวี Line Id : nongnlove