โด่ไม่รู้ล้ม สมุนไพร สรรพคุณมีฤทธิ์ช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ช่วยลดไข้ ลดอาการอักเสบ ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยยับยั้งการเคลื่อนไหวของลำไส้เล็ก ช่วยกระตุ้นมดลูกโด่ไม่รู้ล้ม สมุนไพร เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ สรรพคุณของโด่ไม่รุ้ล้ม

ต้นว่านโด่ไม่รู้ล้ม เป็นสมุนไพร มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Prickly-leaved elephant’s foot มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Elephantopus scaber L. โด่ไม่รู้ล้ม มีชื่ออื่นๆ เช่น ขี้ไฟนกคุ่ม คิงไฟนกคุ่ม หนาดมีแคลน ตะชีโกวะ ติ๊ซิเควาะด๊ะ โน๊ะกะชอย่อตะ กาว่ะ เนาะดากวอะ เคยโป้ หนาดผา หญ้าปราบ หญ้าไก่นกคุ่ม หญ้าไฟนกคุ้ม หญ้าสามสิบสองหาบ ก้อมทะ เกดสะดุด ยาอัดลม จ่อเก๋ เป็นต้น

โด่ไม่รู้ล้ม มีฤทธิ์ช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ยับยั้งเชื้อไวรัส ช่วยลดไข้ ลดอาการอักเสบ ช่วยต้านความเป็นพิษต่อตับ ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยยับยั้งการเคลื่อนไหวของลำไส้เล็ก และช่วยกระตุ้นมดลูก

สมุนไพรโด่ไม่รู้ล้ม เพิ่มความต้องการและการกระตุ้นทางเพศ นอกจาก ยังสามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส ต้านความเป็นพิษต่อตับ ลดไข้ ลดการอักเสบ ลดความดัน กระตุ้นมดลูก ช่วยขับปัสสาวะ ขับน้ำเหลืองเสีย แก้บิด แก้ท้องเสีย แก้ไอ แก้วัณโรค บำรุงหัวใจ ขับเหงื่อ ขับพยาธิตัวกลม แก้ปัสสาวะพิการ แก้กระษัย รักษาโรคดีซ่าน รักษาฝี รักษาแผลแมลงกัดต่อย รักษาแผลในกระเพาะอาหาร รักษาแผลในช่องปาก

ลักษณะทางพฤษศาสตร์ของโด่ไม่รู้ล้ม

  • ต้นโด่ไม่รู้ล้ม เป็นพืชล้มลุก มีลำต้นสั้นและกลม ชี้ตรง มีความสูงราว 10-30 เซนติเมตรอยู่ในระดับพื้นผิวดิน ตามผิวลำต้นและใบจะมีขนละเอียดสีขาว สาก ห่าง ทอดขนานกับผิวใบ พืชชนิดนี้เมื่อถูกเหยียบหรือโดนทับก็จะดีดตัวขึ้นมาใหม่ได้เหมือนปกติ (สมชื่อเลย) ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้เมล็ด สามารถพบได้ทั่วไปตามป่าโปร่งที่มีดินค่อนข้างเป็นทราย ในป่าเต็งรัง ป่าดิบ และในป่าสนเขาทั่วทุกภาคของประเทศไทย และประเทศในเขตร้อนทั่วโลก
    ต้นโด่ไม่รู้ล้ม
  • ใบโด่ไม่รู้ล้ม มีใบเป็นใบเดี่ยวอยู่บริเวณเหนือเหง้าติดกันเป็นวงกลม เรียงสลับชิดกันอยู่เป็นกระจุก คล้ายกุหลาบซ้อนที่โคนต้น ลักษณะของใบเป็นรูปหอกหัวกลับ แผ่นใบกว้างประมาณ 3-5 เซนติเมตรและยาวประมาณ 8-20 เซนติเมตร ขอบใบหยักหรือเป็นจักคล้ายฟันเลื่อยห่าง ๆ มีเส้นแขนงของใบประมาณ 12-15 คู่ ส่วนของใบที่ค่อนไปทางปลายจะผายกว้าง แล้วสอบเป็นแหลมทู่ ๆ ส่วนโคนใบจะสอบแคบจนถึงก้านใบ มีเนื้อใบหนาสาก ผิวใบจะมีขนสากเล็ก ๆ ขนตรงห่างมีสีขาว และมีขนต่อมห่างอยู่ทั้งสองด้าน โดยท้องใบจะมีขนมากกว่าหลังใบ แผ่นใบมักแผ่ราบไปกับพื้นดิน ก้านใบยาวประมาณ 0.5-2 เซนติเมตร หรือไม่มีก้านใบ
  • ดอกโด่ไม่รู้ล้ม ออกดอกเป็นช่อแทงออกมาจากลำต้น ลักษณะของช่อดอกเป็นรูปขอบขนาน มีดอกย่อยขนาดเล็ก 4 ดอก ยาวประมาณ 9-10 มิลลิเมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2-3 มิลลิเมตร ดอกเป็นรูปหลอดสีม่วง หลอดกลีบดอกยาวประมาณ 3-3.5 มิลลิเมตร เกลี้ยง ส่วนปลายกลีบดอกยาวประมาณ 1.5-2 มิลลิเมตร ไม่มีขน ดอกมีเกสรตัวผู้สีเหลือง มีอับเรณูยาวประมาณ 2.2-2.3 เซนติเมตร ปลายแหลม ฐานเป็นติ่งแหลม ส่วนก้านชูอับเรณูยาวประมาณ 1.5-1.7 เซนติเมตร และเกสรตัวเมียมีก้านเกสรยาวประมาณ 7-8 มิลลิเมตร ยอดเกสรยาว 0.5-0.6 มิลลิเมตร มีขนอยู่ปลายยอดและสิ้นสุดที่รอยแยก แต่ละช่อย่อยจะอยู่รวมกันเป็นช่อกระจุกกลมที่ปลายก้านดอก ที่โคนกระจุกดอกจะมีใบประดับแข็งเป็นรูปสามเหลี่ยมแนบอยู่ด้วย 3 ใบ ยาวประมาณ 1-2 เซนติเมตรและกว้างประมาณ 0.5-1.5 เซนติเมตร ขอบใบเรียบปลายเรียวแหลม ที่ผิวใบทั้งสองด้านมีขนตรงสีขาว ออกที่ปลายยอดแบบช่อแยกแขนง ก้านช่อดอกมีความยาวได้ถึง 8 เซนติเมตรและมีขนสาด ๆ อยู่ทั่วไป ส่วนฐานรองดอกจะแบนและเกลี้ยง มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.5-0.7 มิลลิเมตร วงใบประดับเป็นรูปขอบขนาน มี 2 ชั้น สูงราว 7-10 มิลลิเมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2-3 มิลลิเมตร ใบประดับคล้ายรูปหอก ผิวด้านนอกมีขนตรง ส่วนขอบใบมีขนครุย ชั้นนอกเป็นรูปใบหอกยาวประมาณ 4-6 มิลลิเมตรและกว้างประมาณ 0.5-1.5 มิลลิเมตร ปลายแหลม ส่วนชั้นที่ 2 เป็นรูปขอบขนานกว้างประมาณ 1-2 มิลลิเมตรและยาวประมาณ 8-10 มิลลิเมตร ปลายแหลม สีขาว เป็นเส้นตรงแข็ง มี 5 เส้น เรียง 1 ชั้น ยาวประมาณ 5-6 มิลลิเมตร
  • ผลโด่ไม่รู้ล้ม ผลเป็นผลแห้งและไม่แตก ลักษณะของผลเล็กและเรียว เป็นรูปกรวยแคบ ผิวด้านนอกผลมีขนหนาแน่น ยาวประมาณ 2.5-3 มิลลิเมตรและกว้างประมาณ 0.4-0.5 มิลลิเมตร ผลไม่มีสัน

สรรพคุณของว่านโด่ไม่รู้ล้ม

หากแยกสรรพคุณของว่านโด่ไม่รู้ล้ม สามารถแบ่งได้ ดังนี้

  • รากของว่านโด่ไม่รู้ล้ม สามารถช่วย แก้กระหายน้ำ แก้ไอ ลดไข้ แก้อาเจียน แก้ท้องเสีย แก้บิด รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ขับพยาธิ ช่วยขับระดูขาวของสตรี ช่วยบีบมดลูก ช่วยขับปัสสาวะ บำรุงสมรรถภาพทางเพศ แก้ปวด แก้เมื้อย
  • ใบของว่านโด่ไม่รู้ล้มใช้ ช่วยเจริญอาหาร บำรุงร่างกาย แก้ไอ แก้บิด รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ขับพยาธิ ช่วยขับปัสสาวะ บำรุงสมรรถภาพทางเพศ รักษาโรคผิวหนัง
  • ทั้งต้น ของว่านโด่ไม่รู้ล้ม สามารถนำมาใช้ บำรุงหัวใจ ช่วยเจริญอาหาร แก้กษัย ขับเหงื่อ ขับของเสียในร่างกาย ลดไข้ แก้ไอ รักษาวัณโรค รักษาหลอดลมอังเสบ รักษาตาแดง รักษาต่มทอนซิลอักเสบ รักษาแผลในช่องปาก บำรุงเหงือกและฟัน แก้ท้องเสีย แก้บิด รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ขับพยาธิ ช่วยขับระดูขาวของสตรี ช่วยขับปัสสาวะ บำรุงสมรรถภาพทางเพศ ช่วยแก้ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ ช่วยแก้พิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย

ข้อควรระวังในการบริโภคว่านโด่ไม่รู้ล้ม

ไม่ควรใช้กับหญิงตั้งครรภ์ รวมไปถึงผู้ที่มีอาการกลัวหนาว แขนขาเย็น ชอบดื่มของร้อน ไม่กระหายน้ำ มีอาการปวดท้อง ท้องร่วง และปัสสาวะปริมาณมาก และมีชั้นฝ้าบนลิ้นขาวและหนา

ปัจจุบันนี้จะมีการพูดถึงการใช้สมุนไพรไทยเพื่อการดูแลสุขภาพกันมากยิ่งขึ้นโดยทั่วไปแล้วจะมีการใช้สมุนไพรกันอย่างหลากหลายซึ่งสมุนไพรที่จัดได้ว่ามีคุณสมบัติและสรรพคุณมากมายและรวมถึงผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมนั้นก็มีอยู่หลากหลายชนิดเช่นกันซึ่งโด่ไม่รู้ล้มก็เป็นสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญ และมีการใช้เพื่อการบำรุงร่างกายกันมาตั้งแต่โบราณนั่นเอง ต้นโด่ไม่รู้ล้มเป็นต้นไม้ชนิดหนึ่งเป็นพืชล้มลุกที่ขึ้นอยู่ทั่วไปตามพื้นป่าที่มีสภาพเป็นพื้นทราย โดยสามารถขึ้นทั่วไปบนพื้นป่าทุกภาคของประเทศไทย และมีการกระจายขยายพันธุ์ในป่าเขตร้อนอยู่ทั่วโลก

โด่ไม่รู้ล่มจัดเป็นพืชสมุนไพรที่มีการใช้เพื่อการบำรุงและดูแลร่างการ ซึ่งส่วนใหญ่นั้นจะใช้เป็นสมุนไพรสำหรับการบำรุงร่างกายแก้อาการอ่อนเพลียและรวมถึงยังใช้เป็นยาสมุนไพรสำหรับแก้ไข้ อาการตัวร้อน ช่วยในการขับพิษไข้ และอาการไอเรื้อรังได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้แล้วโด่ไม่รู้ล้มยังถูกนำมาผสมกับสมุนไพรอื่นเพื่อใช้เป็นยาบำรุงกำหนัดและช่วยในการเสริมสร้างและบำรุงสุขภาพทางเพศได้ทั้งเพศชายและเพศหญิง ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีการใช้เป็นส่วนผสมกลักที่ใช้สำหรับการทำยาดองเหล้า โดยเชื่อกันว่าจะช่วยให้สมรรถภาพทางเพศโดยเฉพาะเพศชายนั้นดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยจะช่วยให้มีความอึดทนและมีความคึกปึ๋งปั๋งอยู่ตลอดเวลานั่นเอง

นอกจากนั้นแล้วโด่ไม่รู้ล้มยังเป็นสมุนไพรที่มีคุณสมบัติในการยับยั้งเชื้อโรคและเชื้อแบคทีเรียจึงมีการนำมาใช้เพื่อช่วยลดอาการไข้ต่างๆที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย และยังช่วยในการลดการอักเสบได้เป็นอย่างดีซึ่งรวมถึงลดอาการตับเป็นพิษและช่วยขับพิษออกจากร่างกาย ยับยั้งการเคลื่อนไหวของลำไส้รวมถึงช่วยในการกระตุ้นให้มดลูกกระชับได้เป็นอย่างดี ซึ่งนอกจากวิธีใช้จะใช้ในการดองเหล้าแล้วยังมีการนำมาผสมกับตัวยาอื่นๆและต้มน้ำดื่มได้อีกด้วย ต้นโด่ไม่รู้ล้มเป็นสมุนไพรที่ไม่มีอันตรายและไม่มีพิษต่อร่างกายจึงสามารถที่จะใช้ในการเป็นยาสมุนไพรเพื่อบำรุงร่างกายได้อย่างต่อเนื่องนั่นเองโดยไม่ก่อให้เกิดอากาศเป็นพิษและไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายในระยะยาว

ปัจจุบันนี้มีผู้ที่สนใจและใสใจในเรื่องของสุขภาพเริ่มหันมาสนใจสมุนไพรไทยกันมากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีการปลูกต้นโด่ไม่รู้ล้มกันทั่วไป โดยใช้ปลูกเป็นไม้ประดับตามสถานที่ทั่วไปเช่นอาคารบ้านเรือนเพื่อความสวยงาม อีกทั้งการปลูกต้นโด่ไม่รู้ล้มไว้ในบ้านก็เป็นความเชื่อของคนโบรานง่าจะช่วยสร้างความเป็นสิริมงคลและช่วยในการป้องกันเสนียดจัญไรได้เป็น สำหรับการแปรรูปต้นโด่ไม่รู้ล้มเป็นสมุนไพรในปัจจุบันนี้ก็มีการแปรูปกันหลากหลายชนิดเพื่อให้มีความง่ายต่อการใช้มากยิ่งขึ้น ซึ่งอาจจะมีการทำให้รูปของการตากแห้ง และการบดเป็นผง รวมถุงบรรจุแคปซูลด้วย จึงนับได้ว่าเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีสรรพคุณมากมายและมีการนำมาแปรรูปเพื่อให้สะดวกต่อการใช้งานที่หลากหลายนั่นเอง

โด่ไม่รู้ล้ม สมุนไพร สรรพคุณของโด่ไม่รู้ล้ม มีฤทธิ์ช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ยับยั้งเชื้อไวรัส ช่วยลดไข้ ลดอาการอักเสบ ช่วยต้านความเป็นพิษต่อตับ ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยยับยั้งการเคลื่อนไหวของลำไส้เล็ก และ ช่วยกระตุ้นมดลูก

ว่านหางจระเข้ ( Aloe ) ต้นว่านหางจระเข้เป็นอย่างไร โทษของว่านหางจรเข้ สรรพคุณของว่านหางจระเข้ เช่น สมานแผล บำรุงผิวพรรณ ชื่อเรียกอื่นๆ เช่น ว่านไฟไหม้ หางตะเข้ว่านหางจระเข้ สมุนไพร สรรพคุณของว่านหางจระเข้ ประโยชน์ของว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้ ( Aloe ) ชื่อทางวิทยาศาสตร์ของว่านหางจระเข้ คือ Aloe barbadenisi Mill. ลักษณะของต้นว่านหางจระเข้ โทษของว่านหางจรเข้ สรรพคุณของว่านหางจระเข้ ชื่ออื่นๆของว่านหางจระเข้ เช่น ว่านไฟไหม้ หางตะเข้ สมุนไพร สรรพคุณของว่านหางจระเข้ เช่น รักษาแผล บำรุงผิว รักษาแผลในกระเพาะอาหาร และ บำรุงเส้นผม ว่านหางจระเข้ นิยมนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการทำเครื่องสำอางค์ สำหรับบำรุงผิว

ว่านหางจระเข้ ( Aloe Vera ) คือ พืชชนิดหนึ่งที่ถูกจัดอยู่ในประเภทพืชล้มลุก สีเขียว มีลักษณะลำต้นเป็นข้อปล้อง ใบเดี่ยว ใบหนายาวและโคนใบใหญ่ ปลายแหลม ขอบใบมีหนามห่างกันเป็นระยะ เรียงเป็นชั้น ข้างในใบเป็นวุ้นใสสีเขียวอ่อน มีเมือกเหนียว สามารถออกดอกสีแดงอมเหลืองที่ปลายยอดได้ มีถิ่นกำเนิดมาจากแถบชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและตอนใต้ของทวีปแอฟริกา สามารถปลูกได้ง่ายในดินทราย หรือในกระถางก็ได้ เป็นพืชชอบน้ำ แต่ต้องมีทางระบายน้ำได้ดี ป้องกันไม่ให้อมน้ำมากเกินไปจนรากเน่า

ลักษณะของต้นว่านหางจระเข้

ต้นว่านหางจระเข้ เป็น ไม้ล้มลุก ความสูงประมาณ 30 เซ็นติเมตร ลักษณะเป็นข้อและปล้องสั้น ใบของว่านหางจระเข้ เป็น ใบเดี่ยว ยาว อวบน้ำ มีสีเขียวอ่อน ภายในใบมีวุ้นใส ดอกว่านหางจระเข้ จะเป็นช่อออกตรงกลางต้น ดอกย่อยของว่านหางจระเข้ เป็นหลอดห้อยลง จะมีสีส้ม

สรรพคุณของว่านหางจระเข้

การใช้ประโยชน์จากว่านหางจระเข้ ด้านการบำรุงร่างกายและการรักษาโรค เราจะใช้น้ำยางที่ใบของว่านหางจระเข้มาใช้ ซึ่ง การใช้ว่านหางจระเข้ ทางสมุนไพร มีดังนี้

  • นำว่านหางจระเข้มารักษาแผลไฟไหม และน้ำร้อนลวก โดย ใช้น้ำยางมาทาผิวของแผล ช่วยรักษาแผล และสมานแผลได้
  • การรักษาสิว โดยใช้ยางว่านหางจระเข้ทาหน้า รักษาสิวให้แห้งและหลุดง่าย
  • บำรุงผมและหนังศีรษะ โดยใช้ยางว่านหางจระเข้ มาเป็นส่วนผสมของยาสระผม ทำให้ ลดอาการคันหนังศรีษะ ไม่มีรังแค
  • นำว่านหางจระเข้มารับประทาน ใช้รักษาแผลในกระเพาะอาหาร

ผลิตภัณฑ์จากว่านหางจระเข้

เมื่อสรรพคุณของว่านหางจระเข้มีอยู่มากมายรอบด้านขนาดนี้ ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เกิดจากว่านหางจระเข้ก็ย่อมต้องทยอยออกมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคมากขึ้น ปัจจุบันจึงมีผลิตภัณฑ์ที่ถูกแปรรูปจากว่านหางจระเข้อยู่หลากหลาย ดังนี้

  • เจลว่านหางจระเข้ สรรพคุณ ใช้ทาเพื่อลดอาการบวม เป็นครีมทาใต้ตา บำรุงผิวหน้า เพิ่มความชุ่มชื้น ใช้ผสมกับส่วนผสมต่าง ๆ พอกหน้าแทนวุ้นว่านหางจระเข้ได้ ทั้งยังใช้ทาแผลพุพอง แผลสด เพื่อบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนได้อีกด้วย เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งผ่านการยิงเลเซอร์ และมีรอยไหม้แดงบนใบหน้า จะทำให้บรรทาอาการลงและฟื้นตัวเร็วขึ้น
  • ครีมว่านหางจระเข้ ก็มีสรรพคุณเดียวกันกับเจลว่านหางจระเข้ แตกต่างกันที่เนื้อผลิตภัณฑ์ ที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้นกว่า อาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีหน้ามัน เพราะเนื้อครีมจะให้ความรู้สึกหนักกว่าเนื้อเจล แต่ค่อนข้างเหมาะกับผู้ที่มีหน้าแห้ง เพราะจะให้ความชุ่มชื้นที่มากกว่า

ทั้งนี้นอกจากเจลว่านหางจระเข้และครีมว่านหางจระเข้แบบทั่วไปแล้ว ยังถูกต่อยอดออกไปเป็นเจลล้างหน้าว่านหางจระเข้ เจลและครีมว่านหางจระเข้แบบผสมสารกันแดด นอกจากนี้ยังมีน้ำว่านหางจระเข้สำหรับดื่มอีกด้วย โดยสรรพคุณไม่แตกต่างจากว่านหางจระเข้สดมากนัก

คำแนะนำในการใช้ว่านหางจระเข้

  • การเลือกใช้ใบจากต้นว่านหางจระเข้ควรเลือกต้นที่มีอายุมากกว่า 1 ขึ้นไป และให้เลือกใบล่างสุดเพราะจะอวบโตและมีวุ้นมากกว่าใบที่อยู่ด้านบน
  • เนื่องจากวุ้นของว่านหางจระเข้ไม่มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อ ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ควรปอกโดยใช้เทคนิคปลอดเชื้อ Aseptic technique เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • การนำวุ้นมาใช้เพื่อรักษาแผลจำเป็นต้องล้างน้ำให้สะอาด เพื่อป้องกันน้ำยางจากเปลือกที่มีสารแอนทราควิโนน (Anthraquinone) เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการแพ้ได้
  • ว่านหางจระเข้จะมีคุณภาพสูงสุดเมื่อตัดมาแล้วใช้ทันที และจะมีสรรพคุณทางยาที่ดีกว่าผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป
  • วุ้นของว่านหางจระเข้จะไม่คงตัวเท่าไหร่นัก ดังนั้นถ้าปอกแล้วจะเก็บไว้ได้เพียง 6 ชั่วโมงเท่านั้น
  • หากนำว่านหางจระเข้ไปแช่ในตู้เย็นจนเย็นก่อนการนำมาใช้ จะช่วยทำให้รู้สึกสดชื่นเย็นสบายมากยิ่งขึ้น
  • การใช้เพื่อใช้เป็นยาถ่าย ยาระบาย ไม่ควรใช้กับหญิงตั้งครรภ์หรือหญิงที่กำลังจะมีประจำเดือน รวมไปถึงผู้ที่เป็นโรคริดสีดวงทวารด้วย
  • การใช้วุ้นจากใบเพื่อใช้เป็นยาทาภายนอก สำหรับบางรายแล้วอาจจะเกิดอาการแพ้ได้ (จากงานวิจัยพบว่าไม่ถึง 1%) โดยลักษณะของอาการแพ้หลังจากหรือปิดวุ้นลงบนผิวหนัง จะทำให้ผิวหนังเป็นผื่นแดงบาง ๆ หรืออาจมีอาการเจ็บแสบด้วย โดยอาการจะแสดงหลังจากทาไปแล้วประมาณ 2-3 นาที ถ้าคุณมีอาการแพ้หลังการใช้วุ้นว่านหางจระเข้ ก็ให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาด และเลิกใช้ทันที

ว่านหางจระเข้ ( Aloe ) ลักษณะของต้นว่านหางจระเข้ เป็นอย่างไร โทษของว่านหางจรเข้ สรรพคุณของว่านหางจระเข้ เช่น สมานแผล บำรุงผิวพรรณ ชื่ออื่นๆของว่านหางจระเข้ เช่น ว่านไฟไหม้ หางตะเข้

ถุงกระสอบ ถุงล้อลาก ถุงสายรุ้ง ถุงการ์ตูน
ขายถุงกระสอบ ถุงสายรุ้ง ย้ายหอ ย้ายบ้าน ต้องการถุงกระสอบ ถุงกระสอบราคาโรงงาน
ติดต่อ ทรัพย์ทวี Line Id : nongnlove