ต้อเนื้อ ต้อลม เกิดจากผังผืดที่เยื่อบุตาและการระคายเคืองตาเป็นเวลานานจนเกิดเนื้อเยื่อสีขาว ทำให้ความสามารถการมองเห็นน้อยลง สายตาพล่ามัว สามารถรักษาด้วยการผ่าตัด

ต้อเนื้อ ต้อลม โรคตา ตาต้อ

ต้อลม หรือ ตาลม ลักษณะเป็นก้อนเนื้อนูนบนเยื่อบุตาขาว จะอยู่ข้างกระจกตาดำ เป็นแผ่นหนานูนกลมสีขาวเหลือง มักพบบริเวณหัวตามากกว่าหางตา เมื่อเกิดอาการอักเสบจะแสบตา เคืองตา และ ตาแดง

ต้อเนื้อ หรือ ตาลิ้นหมา ลักษณะเป็นก้อนเนื้อนูนบนเยื่อบุตาขาวที่ขยายตัวใหญ่และหนาขึ้นจนลามเข้าไปในกระจกตาดำ อาจเกิดได้ทั้งด้านหัวตาและหางตา แต่มักพบได้บ่อยบริเวณด้านหัวตา

สาเหตุของต้อเนื้อต้อลม

สาเหตุของการเกิดต้อเนื้อต้อลม พบว่าเกิดจากดวงตาถูกรังสียูวีนานอย่างต่อเนื่อง เป็นระยะเวลาหลายปี ส่งผลต่อเซลล์เยื่อบุตาขาวสร้างโปรตีนและไขมันมากกว่าปกติ จนเกิดเป็นก้อนหรือแผ่นหนาบนเยื่อบุตาขาว ต้อเนืิ้อต้อลมเป็นโรคเกี่ยวกับดวงตาที่พบบ่อยเนื่องจากประเทศไทยมีแสงแดดจัดตลอดทั้งปี

สถานณ์การโรคต้อเนื้อในประเทศไทย

ต้อเนื้อ เป็นโรคที่พบได้มากในประเทศเขตร้อนที่ค่อนข้างแห้งแล้ง กันดาร และมีฝุ่นลมจัด ( ประเทศที่กำลังพัฒนาทั้งหลายนั่นแหละครับ ส่วนประเทศที่มีอากาศหนาวจะไม่ค่อยพบคนเป็นโรคนี้ ) โรคนี้จึงเป็นโรคที่พบได้บ่อยมากโรคหนึ่งในบ้านเราแทบทุกภาคของประเทศ แต่จะพบเป็นกันมากที่สุดในภาคอีสาน โดยเฉพาะจังหวัดบุรีรัมย์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ฯลฯ เป็นต้น มักพบหรือเกิดกับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป และจะพบได้มากในผู้ที่มีอายุระหว่าง 30-55 ปี ( ยังไม่ค่อยพบโรคนี้ในผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี คือ พบได้เหมือนกันแต่น้อยมาก และยังไม่พบโรคนี้เลยในเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี ) ส่วนอัตราการเกิดโรคนี้ในผู้หญิงและผู้ชายมีโอกาสเกิดได้พอ ๆ กัน

อาการของโรคต้อเนื้อ

โรคต้อลมและต้อเนื้อสามารถเกิดกับดวงตาเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้างก็ได้ และเกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย ผู้ป่วยโรคต้อลมและต้อเนื้อที่ยังเป็นไม่มาก มักไม่มีอาการใดๆ เพียงแต่จะเห็นเป็นเนื้อเยื่อผิดปกติบริเวณเยื่อบุตาขาวเท่านั้น แต่หากมีการอักเสบ ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บตา เคืองตา คันตา ตาแดง แสบตา น้ำตาไหล รู้สึกเหมือนมีเศษผงอยู่ในตา ในกรณีของต้อเนื้อที่เป็นมากจนลุกลามเข้าไปกลางกระจกตาและบดบังการมองเห็น ผู้ป่วยจะมีอาการตามัว และอาจเกิดสายตาเอียงได้เนื่องจากต้อเนื้อดึงกระจกตาทำให้ความโค้งของกระจกตาเปลี่ยนไป

การรักษาโรคต้อเนื้อ

สำหรับแนวทางการรักษาโรคต้อเนื้อต้อลม ปัจจุบันสามารถรักษาด้วยการผ่าตัดลอกต้อเนื้อ ซึ่งมีความปลอดภัยสูง ซึ่งการผ่าตัดลอกต้อเนื้อมี 3 วิธีที่ใช้ในการรักษาในปัจจุบัน ดังนี้

  1. การลอกต้อเนื้อ เรียก Bare sclera เป็นการตัดเนื้อออกจากเยื่อตาขาว และ ลอกต้อส่วนที่ติดอยู่บนตาดำออก ใช้ในผู้ป่วยที่มีอายุมากๆ หรือในผู้ป่วยที่ไม่มีการอักเสบ
  2. การลอกต้อเนื้อ และ นำเยื่อบุตามาแปะ เรียก Conjunctival graft โดยวิธีนี้จะทำตามการลอดต้อเนื้อ ร่วมกับการตัดเอาเยื่อตาขาวจากด้านบนของลูกตา มาแปะที่ตาขาว และเย็บด้วยไหม วิธีนี้จะสามารถป้องกันการกลับมาเกิดของต้อเนื้อได้
  3. การลอกต้อเนื้อ และเอาเยื่อหุ้มรกมาแปะ เรียก Amnion graft จะใช้เยื่อหุ้มรกมาแปะแทนเยื่อบุตา วิธีนี้จะใช้ในกรณีที่ต้อเนื้อมี่ขนาดใหญ่มาก ซึ่งการใช้เยื่อบุตามาแปะอาจจะไม่เพียงพอ

การดูแลตัวเองไม่ให้เป็นโรคต้อเนื้อต้อลม คือ หลีกเลี่ยงการทำงานในที่ทีกลางแจ้งหรือแสงแดดจ้า ใช้แว่นกันแดด เพื่อให้สายตาและป้องกันฝุ่น หลีกเลี่ยงการให้ลมกระแทกตา

ภาวะแทรกซ้อนของโรคต้อเนื้อ

  • โรคนี้ส่วนมากจะไม่มีภาวะแทรกซ้อนหรือผลข้างเคียงเกิดขึ้นแต่อย่างใด ยกเว้นแต่ว่าต้อเนื้อจะยื่นเข้าไปปิดตาดำจนมิด ก็อาจจะบังสายตาทำให้มองไม่ถนัดได้ ซึ่งมักจะใช้เวลานานหลายปี เนื่องจากต้อเนื้อจะค่อย ๆ งอกลุกลามขึ้นอย่างช้า ๆ (โดยปกติก่อนจะถึงขั้นเป็นมากจนปิดตาดำ ผู้ป่วยจะต้องไปพบแพทย์ก่อนแล้ว เว้นแต่ในคนแก่ที่มักรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็อาจปล่อยปละละเลยจนปิดตามิดทั้ง 2 ข้าง ทำให้ตาบอดได้ ซึ่งการผ่าตัดลอกออกในกรณีนี้จะทำได้ยากและมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้อีก)
  • ต้อเนื้อนี้อาจทำให้ดวงตารู้สึกระคายเคืองต่อฝุ่น ลม ได้มากขึ้น และทำให้เกิดอาการไม่สบายตา เช่น แสบร้อน และน้ำตาไหลได้บ้างเป็นครั้งคราว (การใช้ยาสามารถช่วยบรรเทาอาการระคายเคืองนี้ได้)
  • ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้น้อยมาก คือ การเกิดแผลเป็นที่กระจกตา ซึ่งอาจพบในรายที่เป็นมากและปล่อยให้มีการอักเสบบ่อย ๆ ซึ่งจะต้องได้รับการแก้ไขด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา

การป้องกันโรคต้อเนื้อต้อลม

สำหรับแนวทางการป้องกันการเกิดโรคควรหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้เกิดโรค คือ ลดการอยู่ในที่แสงแดดจ้าตลอดเวลา ลดการถูกระคายเคืองดวงตาจากสิ่งแวดล้อม แนวทางการป้องกันโรค มีดังนี้

  • ควรสวมแว่คตากันแดดเวลาต้องออกไปอยู่ในสถานที่ที่มีแสงแดดจ้าตลอดเวลา
  • สำหรับผู้อยู่ในงานอุตสาหกรรมที่มีการเชื่อมโลหะ ซึ่งได้รับรังสีอัลตราไวโอเลต (รังสียูวี) ในระดับสูงมาก ควรสวมแว่นตากรองรังสีตลอดเวลา และควรใช้หน้ากากพิเศษกรองรังสีขณะปฏิบัติงานด้วยทุกครั้ง
  • หลีกเลี่ยงการถูกลมกรรโชกกระทบดวงตา
  • ป้องกันการถูกสารละคายเคืองกระทบดวงตา เช่น แสงแดด ลม ฝุ่น และควัน
  • ควรพักสายตาเมื่อต้องใช้สายตาหนักๆ
  • หากเกิดอาการแสบตา ให้ล้างตาและใบหน้าให้สะอาด

เยื่อบุตาอักเสบ อาการตาแดง แสบตา น้ำตาไหลผิดปรกติ ระคายเคืองตา เกิดจากการติดเชื้อโรค การรักษาใช้การใช้ยาหยอดตาเพื่อฆ่าเชื้อ และ พักสายตาให้ร่างกายพื้นฟูตัวเอง

เยื่อบุตาอักเสบ ตาแดง โรคตา โรคติดเชื้อ

เยื่อบุตา ( Conjunctiva ) คือ เยื่อตาของคนเรา ซึ่งจะมีเนื้อเยื่อที่มีภูมิคุ้มกันต้านทานโรค ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อในระบบน้ำเหลือง และเซลล์เม็ดเลือดขาว การที่เยื่อบุตาอักเสบอาจจะเกิดจากภูมิแพ้ หรือ เกิดจากการติดเชื้อโรคบางอย่าง

ภาวะเยื่อบุตาอักเสบ คือ ภาวะการอักเสบของเยื่อบุตา ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อจากสาเหตุต่างๆ ทำให้เกิดความผิดปรกติที่ดวงตา สังเกตุได้จาก ตาเป็นสีแดง รู้สึกคัน หรือ แสบตา ร่างกายสามารถหายเองได้

เนื่องจากดวงตาเป็นอวัยวะที่มีเลือดไปเลี้ยงมาก และ สามารถตอบสนองต่อสารภูมิแพ้ได้อย่างรวดเร็ว เมื่อดวงตาสัมผัสสิ่งระคายเคือง จึงเป็นโอกาสทำให้ดวงตาเกิดการอักเสบได้ ภาวะเยื่อบุตาอักเสบ ส่วนมากไม่อันตรายต่อร่างกาย ซึ่งร่างกายสามารถซ่อมแซมและรักษาให้หายได้เองภายใน 14 วัน

ชนิดของโรคเยื่อบุตาอักเสบ

สำหรับการแบ่งชนิดของอาการเยื่อบุตาอักเสบ สามารถแบ่งได้ 3 ชนิด คือ Seasonal allergic conjunctivitis , Perrennial allergic conjunctivitis และ Atopic Keratoconjuntivitis รายละเอียดของชนิดการอักเสบของเยื่อบุตา มีดังนี้

  • Perrennial allergic conjunctivitis เป็นการเกิดภูมิแพ้ที่พบไม่มากเท่าชนิดแรก อาการเหมือนชนิดแรกแต่เบากว่า
  • Seasonal allergic conjunctivitis เป็นอาการเยื่อบุตาอักเสบที่พบได้บ่อยที่สุดในสาเหตุที่มาจากภูมิแพ้ โดยอาการสำคัญ คือ มีน้ำตาไหล เคืองตา เกิดกับดวงตาทั้งสองข้าง และมักจะเป็นตามฤดูกาล
  • Atopic Keratoconjuntivitis เป็นอาการเยื่อบุตาอักเสบที่เกิดร่วมกับการเกิดผื่นของผิวหนังที่หนังตาและใบหน้า โดยจะพบว่ามี อาการตาแดง เคืองตา คันตา และมีน้ำตาไหล

สาเหตุของโรคเยื่อตาอักเสบ

สาเหตุของการเกิดโรคเยื่อบุตาอักเสบ สามารถแยกสาเหตุของการเกิดโรคจากปัจจัยที่ทำให้เกิดโรค ซึ่ง มีปัจจัย 2 ลักษณะ คือ การติดเชื้อโรค และ การเกิดภูมิแพ้ รายละเอียด ดังนี้

  1. สาเหตุของเยื่อบุตาอักเสบจากการติดเชื้อโรค ซึ่งมีสาเหตุจากทั้งไวรัสและแบคทีเรีย เชื้อไวรัสที่พบบ่อย คือ เชื้อไวรัส Picornavirus หรือ ไวรัส Adenovirus ส่วน เชื้อแบคทีเรียที่พบ คือ เชื้อแบคทีเรีย Clamydia เป็นเชื้อแบคทีเรียอันตราย จากริดสีดวงตา เป็นสาเหตุให้คนตาบอดจำนวนมาก
  2. เยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ เกิดการได้รับการระคายเคืองดวงตา เช่น อาหารทะเล ฝุ่นละออง ขนสัตว์ เกสรดอกไม้ เป็นต้น

อาการของเยื่อตาอักเสบ

การแสดงอาการของโรคเยื่อตาอักเสบจะแสดงอาการที่ดวงตา คือ ตาแดงที่ตาขาวหรือเปลือกตาด้านใน มีอาการคันและแสบที่ตา สายตาพล่ามัว เยื่อบุตามีอาการบวม มีน้ำตามากผิดปกติ น้ำตาไหลและตาแฉะ มีเม็ดเล็กๆอยู่ในตา สายตามีความไวต่อแสง ขี้ตาเหลืองติดที่เปลือกตาจำนวนเวลาตื่นนอน และ มีอาการอื่นร่วม เช่น มีไข้ อาการหวัด เป็นต้น ซึ่งลักษณะอาการเยื่อบุตาจะแสดงอาการต่างกันใน 3 ลักษณะ คือ อาการจากการระคายเคืองตา อาการจากการติดเชื้อ และ อาการจากภูมิแพ้ ลักษณะอาการต่างๆ มีดังนี้

  • อาการของเยื่อบุตาอักเสบจากการระคายดวงตา ผู้ป่วยจะมีอาการตาแดง น้ำตาไหลผิดปรกติ
  • อาการของเยื่อบุตาอักเสบจากการติดเชื้อโรค ผู้ป่วยจะแสดงอาการแสบร้อนที่ดวงตา รู้สึกเหมือนมีก้อนกรวดบริเวณดวงตา และ ที่ขนตาจะมีเมือกเหนียวเกาะอยู่
  • อาการของเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ ผู้ป่วยจะแสดงอาการคันตา มีอาการจามและหายใจไม่ออก ตาแห้ง รู้สึกเจ็บตา เกิดตุ่มไขมันเหมือนสิวขนาดเล็กๆที่เปลือกตาด้านบน

หากพบว่าเกิดอาการใดอาการหนึ่งในข้างต้น ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาอย่างทันท่วงที และป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไปสู่ผู้อื่น

แนวทางการรักษาโรคเยื่อตาอักเสบ

สำหรับแนวทางการรักษาอาการเยื่อบุตาอักเสบ เน้นรักษาที่สาเหตุของการเกิดโรคและให้ร่างกายได้ฟื้นฟูร่างกายเอง แนวทางการปฏิบัติในการรักษาโรคเยื่อบุตาอักเสบ มีดังนี้

  1. หยอดน้ำตาเทียม เพื่อให้ความสบายตา
  2. ทำความสะอาดและรักษาความสะอาดบริเวณใบหน้า
  3. ใส่แว่นกันแดด จะช่วยให้สบายตาขึ้นและป้องกันฝุ่นเข้าตา
  4. ใช้ยาหยอดตา เพื่อป้องกันเชื้อแบคทีเรีย
  5. ควรหลีกเลี่ยงสิ่งที่ก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้

การดูแลตัวเองสำหรับผู้ป่วยโรคเยื่อบุตาอักเสบ

สำหรับแนวทางการดูแลตัวเองเมื่อป่วยโรคเยื่อบุตาอักเสบ สำหรับผู้ที่มีโรคภูมิแพ้ ให้หลีกเลี่ยงการเกิดอาการแพ้ของตนเอง หากรู้สึกระคายเคืองตา ให้ใช้น้ำสะอาดล้างตา และ หากมีอาการบวมที่เปลือกตา ให้ใช้การประคบเย็นเพื่อลดอาการบวม

การป้องกันโรคเยื่อบุตาอักเสบ

สำหรับสาเหตุและปัจจัยของโรคเยื่อบุตาอักเสบ คือ การได้รับการระคายเคืองดวงตา การติดเชื้อ และ อาการภูมิแพ้ แนวทางการป้องกันโรค คือ การลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรค มีรายละเอียด ดังนี้

  • ให้สวมแว่นเพื่อป้องกันการกระทบกระเทือนดวงตา จากสิ่งระคายเคือง และ เชื้อโรคต่างๆ
  • หากรู้ว่าตนเองมีภาวะภูมิแพ้ ให้หลีกเลี่ยงการรับสารก่อภูมิแพ้สู่ร่างกาย
  • หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • พักผ่อนให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

เยื่อบุตาอักเสบ อาการตาแดง แสบตา น้ำตาไหลผิดปรกติ และ ระคายเคืองตา เกิดจากการติดเชื้อต่างๆ แนวทางการรักษาใช้การใช้ยาหยอดตาเพื่อฆ่าเชื้อ และ การพักสายตาให้ร่างกายพื้นฟูตัวเอง

ถุงกระสอบ ถุงล้อลาก ถุงสายรุ้ง ถุงการ์ตูน
ขายถุงกระสอบ ถุงสายรุ้ง ย้ายหอ ย้ายบ้าน ต้องการถุงกระสอบ ถุงกระสอบราคาโรงงาน
ติดต่อ ทรัพย์ทวี Line Id : nongnlove

สมุนไพรไทยน่ารู้

สมุนไพร หมายถึง พืช สัตว์หรือแร่ธาตุที่ใช้เป็นยารักษาโรคหรือเสริมสุขภาพ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากพืชโดยใช้ส่วนต่างๆของพืช เช่น ราก ลำต้น ใบ ดอก ผล เป็นต้น นำมาแปรสภาพ เพื่อใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ ทั้ง รับประทานสด การนำมาพอก การต้ม เป็นต้น
กัญชา สรรพคุณของกัญชา สมุนไพร น้ำมันกัญชา
กัญชา
ตะขบ สมุนไพร สมุนไพรไทย สรรพคุณของตะขบ
ตะขบ
ลูกใต้ใบ สมุนไพร สรรพคุณของลูกใต้ใบ สมุนไพรรสขม
ลูกใต้ใบ
หญ้าหวาน สตีเวีย สมุนไพร สมุนไพรให้ความหวาน
หญ้าหวาน
โรคต่างๆและการรักษาโรค
โรค ( Disease ) หมายถึง ความผิดปรกติของระบบการทำงานของร่างกาย รวมถึงความผิดปกติของระบบอวัยวะและเนื้อเยื่อของร่างกาย ซึ่งสาเหตุของการเกิดโรคมีหลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อ การถ่ายทอดทางพันธุกรรม การทำงานผิดปรกติของอวัยวะ เรามาทำความรู้จักกับโรคต่างๆ
แก้วหูทะลุ โรคหูคอจมูก การรักษาแก้วหูทะลุ โรคหู
แก้วหูทะลุ
โรคพยาธิใบไม้ในตับ โรคพยาธิ โรคไม่ติดต่อ โรคติดเชื้อ
โรคพยาธิใบไม้ในตับ
ข้อหลุด ข้อเคลื่อน โรคข้อและกระดูก ข้อหลุดรักษาอย่างไร
ข้อหลุด
เหงือกร่น รักษาเหงือกร่น โรคในช่องปาก โรคเหงือกและฟัน
เหงือกร่น