แก้วมังกร ( dragon fruit ) ผลไม้ยอดนิยม สมุนไพรเพื่อสุขภาพ สรรพคุณของแก้วมังกร เช่น ลดไขมันในเส้นเลือด บำรุงผิวพรรณ ลดความอ้วน ลักษณะของต้นแก้วมังกรเป็นอย่างไร โทษของแก้วมังกร มีอะไรบ้าง

แก้วมังกร ผลไม้ สมุนไพรเพื่อสุขภาพ สรรพคุณของแก้วมังกร

แก้วมังกร ภาษาอังกฤษ เรียก dragon fruit ชื่อวิทยาศาสตร์ของแก้วมังกร คือ Hylocereus undatus (Haw) Britt. Rose. เป็นผลไม้ขึ้นชื่ิอของเวียดนาม มีเนื้อมาก รสหวาน คุณค่าทางอาหารสูง

ต้นแก้วมังกร เป็นพืชล้มลุก ประเภทไม้เลื้อย ตระกูลเดียวกับกระบองเพชร มีถิ่นกำเนิดจากทวีปอเมริกากลาง และมีการนำเข้ามาเอเชียครั้งแรก ที่ประเทศเวียดนาม แหล่งเพาะปลูกแก้วมังกรสำคัญของไทย คือ จันทบุรี ชลบุรี กาญจนบุรี สระบุรี และ สมุทรสงคราม แก้วมังกร จะออกผลผลิตในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี สรรพคุณเด่นของแก้วมังกร คือ ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย ลดไขมันในเส้นเลือด รักษาโรคกระเพาะอาหารอักเสบ รักษาโรคเบาหวาน แก้ท้องผูก ช่วยลดน้ำหนัก ป้องกันโรคมะเร็งเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร ป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด ลดความดันโลหิต ป้อกงันโรคโลหิตจาง ช่วยขับสารพิษ ช่วยให้นอนหลับ เป็นต้น

ประโยชน์ของแก้วมังกร นิยมรับประทานเป็นผลเป็นผลไม้สด เป็นผลไม้ที่มีแคลอรีต่ำ กากใยสูง มีวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ซึ่งสามารถนำมาทำอาหารรับประทานได้หลากหลาย สามารถรับประทานเพื่อลดดันโลหิต รักษาโรคเบาหวาน ช่วยลดความอ้วน  บำรุงผิวพรรณ บำรุงกระดูกและฟัน ช่วยดูดซับสารพิษต่างๆออกจากร่างกาย

สายพันธุ์แก้วมังกร

สำหรับแก้วมังกรที่นิยมปลูกกัน มี 3 สายพันธุ์ ประกอบด้วย แก้วมังกรพันธ์เนื้อขาวเปลือกแดง แก้วมังกรพันธ์เนื้อขาวเปลือกเหลือง และ แก้วมังกรพันธ์เนื้อแดงเปลือกแดง โดยรายละเอียด มีดังนี้

  • แก้วมังกรพันธุ์เนื้อขาวเปลือกแดง มีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Hylocercus undatus (Haw) Brit. & Rose. เปลือกจะมีสีชมพูสด กลีบสีเขียว รสชาติของเนื้อจะมีรสหวานอมเปรี้ยว
  • แก้วมังกรพันธุ์เนื้อขาวเปลือกเหลือง มีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Hylocercus megalanthus ผลจะมีขนาดเล็ดกว่าพันธ์อื่นๆ มีเปลือกสีเหลือง เนื้อสีขาว และเมล็ดจะมีขนาดใหญ่ รสชาติของเน้ือจะหวาน
  • แก้วมังกรพันธุ์เนื้อแดงเปลือกแดง มีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Hylocercus costaricensis เปลือกจะมีสีแดงจัด เนื้อก็มีสีแดงภายในมีเมล็ดจำนวนมาก รสชาติหวาน

ลักษณะของต้นแก้วมังกร

ต้นแก้วมังกร เป็นพืชล้มลุก เป็นไม้เลื้อย มีลำต้นยาวประมาณ 5 เมตร มีรากทั้งในดินและรากอากาศ ชอบดินร่วนระบายน้ำดี ชอบแสงแดดพอเหมาะ โล่งแจ้ง โดย ลักษณะของราก ลำตัน ดอกและผล มีลักษณะทั่วไป ดังนี้

  • รากของแก้วมังกร มีรากเป็นรากฝอย ขนาดเล็ก แทงลึกลงดิน
  • ลำต้นของแก้วมังกร มีลำต้นคล้ายต้นกระบองเพชร เป็นสามเหลี่ยม อวบน้ำ ขอบมีรอยหยักเป็นระยะๆ ลำต้นเป็นปล้องๆ มีหนาม ผิวลำต้นมีสีเขียว
  • ดอกของแก้วมังกร เป็นดอกเดี่ยว ขึ้นบริเวณส่วนปลายของปล้องสุดท้าย แก้วมังกรจะออกดอกประมาณ 8 ถึง 10 เดือน ดอกแก้วมังกรในระยะแรกจะเป็นตุ่มสีเขียว เมื่อดอแก้วมังกรสมบูรณ์พร้อม จะบานออกกลีบเลี้ยงจะมีสีเขียวอ่อน รูปร่างทรงกรวย คล้ายกับดอกโบตั๋น ดอกแก้วมังกรจะบานเวลากลางคืน และจะหุบในช่วงเช้า
  • ผลแก้วมังกร ลักษณะของผลแก้วมังกรเป็นทรงกลมรี เปลือกสีบานเย็น เปลือกหนา ผิวเปลือกปกคลุมด้วยกลีบเลี้ยง สีเขียว เนื้อของแก้วมังกรมีสีขาวหรือสีแดง ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ มีเมล็ดขนาดเล็กจำนวนมาก

คุณค่าทางอาหารของแก้วมังกร

สำหรับแก้วมังกรนิยมรับประทานเป็นอาหาร ซึ่งมีการศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของผลแก้วมังกร ขนาด 100 กรัม พบว่า ให้พลังงาน 67.70 กิโลแคลอรี่ มีสารอาหารสำคัญ ประกอบด้วย โปรตีน 1.10 กรัม ไขมัน 0.57 กรัม น้ำตาลกลูโคส 5.70 กรัม น้ำตาลฟรูทโทส 3.20 กรัม ซอร์บิทอล 0.33 กรัม คาร์โบไฮเดรท 11.20 กรัม กากใยอาหาร 1.34 กรัม วิตามินซี 3 มิลลิกรัม ไนอาซิน 2.8 มิลลิกรัม วิตามินเอ 0.01 มิลลิกรัม แคลเซียม 10.2 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 3.37 มิลลิกรัม ธาตุแมกนีเซียม 38.9 มิลลิกรัม ธาตุฟอสฟอรัส 27.5 มิลลิกรัม ธาตุโพแทสเซียม 272.0 มิลลิกรัม โซเดียม 8.9 มิลลิกรัม และ สังกะสี 0.35 มิลลิกรัม

จะเห็นได้ว่าแก้วมังกร อุดมไปด้วย วิตามินและแร่ธาตุ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย หลายชนิด ทั้ง วิตามินซี วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 ธาตุแคลเซียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุแมกนีเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก เป็นต้น  แก้วมังกรจึงถูกจัดว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพชนิดหนึ่ง

สรรพคุณของแก้วมังกร

สำหรับการใช้ประโยชน์ของแก้วมังกร เรานำผลของแก้วมังกรมาบริโภค เพื่อประโยชน์ต่างๆ โดย สรรพคุณของแก้วมังกร มีดังนี้

  • ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง สดใส ชุ่มชื่น เพราะมีวิตามินซีสูง
  • ช่วยคลายร้อน ดับกระหาย
  • ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกาย
  • ช่วยควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากมีแคลอรีต่ำ และกากใยอาหารสูง
  • ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ
  • ช่วยชะลอวัย ลดริ้วรอยต่างๆ
  • ป้องกันโรคหัวใจ
  • ช่วยป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด
  • รักษาโรคเบาหวาน
  • ช่วยลดความดันโลหิต
  • ช่วยบรรเทาอาการของโรคโลหิตจาง
  • ช่วยกระตุ้นการขับน้ำนม
  • ช่วยดูดซับสารพิษที่ตกค้างในร่างกาย เช่น ตะกั่วที่มาจากควันท่อไอเสีย ยาฆ่าแมลง เป็นต้น
  • ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน
  • ช่วยในการขับถ่าย แก้อาการท้องผูก
  • ช่วยให้ผ่อนคลาย และ ช่วยให้นอนหลับง่าย

โทษของแก้วมังกร

สำหรับข้อควรระวังในการกินแก้วมังกร มีข้อควรระวัง ดังนี้

  • แก้วมังกร เป็นผลไม้เย็น หากบริโภคมากเกินไป จะทำให้มือเท้าเย็น ท้องเสียง่าย
  • สำหรับสตรีมีประจำเดือน ไม่ความกินแก้วมังกรมาก เนื่องจากความเย็นของแก้วมังกรมีผลต่อเลือดจับตัวเป็นก้อน ทำให้ประจำเดือนขัด
  • แก้วมังกรห้ามกินคู่กับนมสด เพราะจะทำให้อาหารไม่ย่อย

การเพาะปลูกแก้วมังกร

แก้วมังกร เป็นไม้เลื้อย ต้องมีหลักสำหรับให้ต้นแก้วมังกรยึดเกาะ นิยมใช้ไม้เนื้อแข็งหรือเสาซีเมนต์ ระยะปลูก 3 x 3 เมตร โดยให้เตรียมหลุมขนาด 30 x 30 x 30 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยหมักเก่า นำกิ่งพันธุ์ลงหลุมแล้วมัดกิ่งพันธุ์ให้แนบหลักและกันแดดให้ 1 – 2 สัปดาห์ แก้วมังกร เป็นพืชที่เติบโตได้ทุกสภาพดิน แต่จะชอบดินร่วน ดินร่วนปนทราย และไม่ชอบดินชื้น และน้ำท่วมขัง พื้นที่มีการระบายน้ำดี

แก้วมังกร ( dragon fruit ) ลักษณะของต้นแก้วมังกร คุณค่าทางโภชนาการ ผลไม้ขึ้นชื่ิอของเวียดนาม สรรพคุณของแก้วมังกร เช่น บำรุงผิว ลดความอ้วน โทษของแก้วมังกร มีอะไรบ้าง

แก้วมังกร สมุนไพร สรรพคุณของแก้วมังกร โทษของแก้วมังกร

แก้วมังกร ภาษาอังกฤษ เรียก dragon fruit ชื่อวิทยาศาสตร์ของแก้วมังกร คือ Hylocereus undatus (Haw) Britt. Rose. เป็นผลไม้ขึ้นชื่ิอของเวียดนาม มีเนื้อมาก รสหวาน คุณค่าทางอาหารสูง

ต้นแก้วมังกร เป็นพืชล้มลุก ประเภทไม้เลื้อย ตระกูลเดียวกับกระบองเพชร มีถิ่นกำเนิดจากทวีปอเมริกากลาง และมีการนำเข้ามาเอเชียครั้งแรก ที่ประเทศเวียดนาม แหล่งเพาะปลูกแก้วมังกรสำคัญของไทย คือ จันทบุรี ชลบุรี กาญจนบุรี สระบุรี และ สมุทรสงคราม แก้วมังกร จะออกผลผลิตในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี สรรพคุณเด่นของแก้วมังกร คือ ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย ลดไขมันในเส้นเลือด รักษาโรคกระเพาะอาหารอักเสบ รักษาโรคเบาหวาน แก้ท้องผูก ช่วยลดน้ำหนัก ป้องกันโรคมะเร็งเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร ป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด ลดความดันโลหิต ป้อกงันโรคโลหิตจาง ช่วยขับสารพิษ ช่วยให้นอนหลับ เป็นต้น

ลักษณะทางพฤกศาสตร์ของแก้วมังกร

ต้นแก้วมังกร เป็นพืชล้มลุก โดย ลักษณะของราก ลำตัน ดอกและผล มีลักษณะทั่วไป ดังนี้

  • รากของแก้วมังกร มีรากเป็นรากฝอย ขนาดเล็ก แทงลึกลงดิน
  • ลำต้นของแก้วมังกร มีลำต้นคล้ายต้นกระบองเพชร เป็นสามเหลี่ยม อวบน้ำ ขอบมีรอยหยักเป็นระยะๆ ลำต้นเป็นปล้องๆ มีหนาม ผิวลำต้นมีสีเขียว
  • ดอกของแก้วมังกร เป็นดอกเดี่ยว ขึ้นบริเวณส่วนปลายของปล้องสุดท้าย แก้วมังกรจะออกดอกประมาณ 8 ถึง 10 เดือน ดอกแก้วมังกรในระยะแรกจะเป็นตุ่มสีเขียว เมื่อดอแก้วมังกรสมบูรณ์พร้อม จะบานออกกลีบเลี้ยงจะมีสีเขียวอ่อน รูปร่างทรงกรวย คล้ายกับดอกโบตั๋น ดอกแก้วมังกรจะบานเวลากลางคืน และจะหุบในช่วงเช้า
  • ผลแก้วมังกร ลักษณะของผลแก้วมังกรเป็นทรงกลมรี เปลือกสีบานเย็น เปลือกหนา ผิวเปลือกปกคลุมด้วยกลีบเลี้ยง สีเขียว เนื้อของแก้วมังกรมีสีขาวหรือสีแดง ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ มีเมล็ดขนาดเล็กจำนวนมาก

สายพันธุ์แก้วมังกร

สำหรับแก้วมังกรที่นิยมปลูกกัน มี 3 สายพันธุ์ ประกอบด้วย แก้วมังกรพันธ์เนื้อขาวเปลือกแดง แก้วมังกรพันธ์เนื้อขาวเปลือกเหลือง และ แก้วมังกรพันธ์เนื้อแดงเปลือกแดง โดยรายละเอียด มีดังนี้

  • แก้วมังกรพันธุ์เนื้อขาวเปลือกแดง มีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Hylocercus undatus (Haw) Brit. & Rose. เปลือกจะมีสีชมพูสด กลีบสีเขียว รสชาติของเนื้อจะมีรสหวานอมเปรี้ยว
  • แก้วมังกรพันธุ์เนื้อขาวเปลือกเหลือง มีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Hylocercus megalanthus ผลจะมีขนาดเล็ดกว่าพันธ์อื่นๆ มีเปลือกสีเหลือง เนื้อสีขาว และเมล็ดจะมีขนาดใหญ่ รสชาติของเน้ือจะหวาน
  • แก้วมังกรพันธุ์เนื้อแดงเปลือกแดง มีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Hylocercus costaricensis เปลือกจะมีสีแดงจัด เนื้อก็มีสีแดงภายในมีเมล็ดจำนวนมาก รสชาติหวาน

คุณค่าทางอาหารของแก้วมังกร

มีการศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของผลแก้วมังกรขนาด 100 กรัม พบว่า ให้พลังงาน 67.70 กิโลแคลอรี่ มีสารอาหารสำคัญ ประกอบด้วย โปรตีน 1.10 กรัม ไขมัน 0.57 กรัม น้ำตาลกลูโคส 5.70 กรัม น้ำตาลฟรูทโทส 3.20 กรัม ซอร์บิทอล 0.33 กรัม คาร์โบไฮเดรท 11.20 กรัม กากใยอาหาร 1.34 กรัม วิตามินซี 3 มิลลิกรัม ไนอาซิน 2.8 มิลลิกรัม วิตามินเอ 0.01 มิลลิกรัม แคลเซียม 10.2 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 3.37 มิลลิกรัม ธาตุแมกนีเซียม 38.9 มิลลิกรัม ธาตุฟอสฟอรัส 27.5 มิลลิกรัม ธาตุโพแทสเซียม 272.0 มิลลิกรัม โซเดียม 8.9 มิลลิกรัม และ สังกะสี 0.35 มิลลิกรัม

จะเห็นได้ว่าแก้วมังกร อุดมไปด้วย วิตามินและแร่ธาตุ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย หลายชนิด ทั้ง วิตามินซี วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 ธาตุแคลเซียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุแมกนีเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก เป็นต้น  แก้วมังกรจึงถูกจัดว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพชนิดหนึ่ง

สรรพคุณของแก้วมังกร

สำหรับการใช้ประโยชน์ของแก้วมังกร เรานำผลของแก้วมังกรมาบริโภค เพื่อประโยชน์ต่างๆ โดย สรรพคุณของแก้วมังกร มีดังนี้

  • ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง สดใส ชุ่มชื่น เพราะมีวิตามินซีสูง
  • ช่วยคลายร้อน ดับกระหาย
  • ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกาย
  • ช่วยควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากมีแคลอรีต่ำ และกากใยอาหารสูง
  • ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ
  • ช่วยชะลอวัย ลดริ้วรอยต่างๆ
  • ป้องกันโรคหัวใจ
  • ช่วยป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด
  • รักษาโรคเบาหวาน
  • ช่วยลดความดันโลหิต
  • ช่วยบรรเทาอาการของโรคโลหิตจาง
  • ช่วยกระตุ้นการขับน้ำนม
  • ช่วยดูดซับสารพิษที่ตกค้างในร่างกาย เช่น ตะกั่วที่มาจากควันท่อไอเสีย ยาฆ่าแมลง เป็นต้น
  • ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน
  • ช่วยในการขับถ่าย แก้อาการท้องผูก
  • ช่วยให้ผ่อนคลาย และ ช่วยให้นอนหลับง่าย

ข้อควรระวังในการกินแก้วมังกร

สำหรับข้อควรระวังในการกินแก้วมังกร มีข้อควรระวัง ดังนี้

  • แก้วมังกร เป็นผลไม้เย็น หากบริโภคมากเกินไป จะทำให้มือเท้าเย็น ท้องเสียง่าย
  • สำหรับสตรีมีประจำเดือน ไม่ความกินแก้วมังกรมาก เนื่องจากความเย็นของแก้วมังกรมีผลต่อเลือดจับตัวเป็นก้อน ทำให้ประจำเดือนขัด
  • แก้วมังกรห้ามกินคู่กับนมสด เพราะจะทำให้อาหารไม่ย่อย

การเพาะปลูกแก้วมังกร

แก้วมังกร เป็นไม้เลื้อย ต้องมีหลักสำหรับให้ต้นแก้วมังกรยึดเกาะ นิยมใช้ไม้เนื้อแข็งหรือเสาซีเมนต์ ระยะปลูก 3 x 3 เมตร โดยให้เตรียมหลุมขนาด 30 x 30 x 30 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยหมักเก่า นำกิ่งพันธุ์ลงหลุมแล้วมัดกิ่งพันธุ์ให้แนบหลักและกันแดดให้ 1 – 2 สัปดาห์ แก้วมังกร เป็นพืชที่เติบโตได้ทุกสภาพดิน แต่จะชอบดินร่วน ดินร่วนปนทราย และไม่ชอบดินชื้น และน้ำท่วมขัง พื้นที่มีการระบายน้ำดี

ขายถุงกระสอบ ถุงกระสอบ ถุงสายรุ้ง ขายถุงสายรุ้ง
ขายถุงกระสอบ ถุงสายรุ้ง ย้ายหอ ย้ายบ้าน ต้องการถุงกระสอบ ถุงกระสอบราคาโรงงาน
ติดต่อ ทรัพย์ทวี Line Id : nongnlove
โรคน่ารู้
การเรียนรู้เพื่อความเข้าใจถึงความรู้เกี่ยวกับโรค สาเหตุการเกิดโรค การรักษาโรค และ แนวทางการป้องกันโรค จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับคุณภาพชีวิตของทุกๆคน

โรคฉี่หนู แล็คโตสไปโรซิส โรคติดเชื้อ โรคระบบประสาท
โรคฉี่หนู หรือ โรคเลปโตสไปโรซิส

ท้องร่วง ท้องเสีย ขี้แตก โรคติดเชื้อ
ท้องร่วงจากเชื้ออีโคไล (E. coli)
ไตอักเสบ โรคไต โรคไม่ติดต่อ โรคไตอักเสบ
โรคไตอักเสบ
โรคไตรั่ว โรคไต ไตอักเสบเนโฟรติก ภาวะไตรั่ว
โรคไตรั่ว หรือ ไตอักเสบเนโฟรติก
โรคไตวายเฉียบพลัน โรคไต ภาวะไตวาย โรคไม่ติดต่อ
ไตวายเฉียบพลัน
โรคไตวายเรื้อรัง โรคไต ไตบายเรื้อรัง โรคไม่ติดต่อ
ไตวายเรื้อรัง
โรคไต ภาวะถุงน้ำในไต โรคถุงน้ำในไต โรคไม่ติดต่อ
โรคถุงน้ำในไต
โรคนิ่วในไต ภาวะไตอักเสบ โรคไต โรคไม่ติดต่อ
โรคนิ่วในไต
โรคต่างๆแยกตามประเภทของโรค
การแบ่งโรคสามารถแบ่งได้ตามอวัยวะที่เกิดโรค เช่น ระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ ระบบเลือดและหัวใจ เราได้แบ่งโรคทั้งหลายเพื่อให้ง่ายต่อการเรียนรู้
โรคไม่ติดต่อ โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ
โรคไม่ติดต่อ
โรคติดต่อ โรคต่างๆ การรักษาโรค โรคระบาด
โรคติดต่อ
โรคติดเชื้อ การติดเชื้อ การรักษาโรค โรคต่างๆ
โรคติดเชื้อ
โรคตา โรคเกี่ยวกับการมองเห็น สายตาผิดปรกติ โรคต่างๆ
โรคตา
โรคเกี่ยวกับต่อมไร้ท่อ ระบบฮอร์โมน การรักษาโรค โรคต่างๆ
โรคเกี่ยวกับฮอร์โมน
โรคระบบประสาท โรคต่างๆ โรคมีอะไรบ้าง การรักษาโรค
โรคระบบประสาท
โรคสมอง โรคเกี่ยวกับระบบความจำ โรคเกี่ยวกับสมอง สมองผิดปรกติ
โรคเกี่ยวกับสมอง
โรคในช่องปาก ความผิดปรกติใชช่องปาก โรคปาก การรักษาโรค
โรคในช่องปาก
โรคกระดูก โรคข้อ เกี่ยวกับข้อและกระดูก การรักษาโรค
โรคข้อและกระดูก
โรคตับ โรคเกี่ยวกับตับ โรคในช่องท้อง โรคต่างๆ
โรคเกี่ยวกับตับ
โรคระบบทางเดินอาหาร โรคในช่องท้อง โรคระบบย่อยอาหาร โรคระบบขับถ่าย
โรคระบบทางเดินอาหาร
โรคระบบทางเดินหายใจ โรคเกี่ยวกับการหายใจ โรคปอด โรคในช่องอก
โรคระบบทางเดินหายใจ
โรคไต โรคระบบกรองเลือด ระบบไตผิดปรกติ โรคต่างๆ
โรคไต
โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคต่างๆ
โรคหัวใจและหลอดเลือด
โรคหูคอจมูก โรคหู โรคคอ โรคจมูก
โรค หู คอ จมูก
โรคติดต่อทางเพศ โรคติดเชื้อทางเพศ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคจากเพศสัมพันธ์
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
โรคผิวหนัง ความผิดปรกติของผิวหนัง การรักษาโรค โรคต่างๆ
โรคผิวหนัง
โรคเด็ก โรคของเด็ก โรคเกี่ยวกับเด็ก โรคสำหรับเด็ก
โรคเด็ก
สมุนไพรน่ารู้
ข้อมูลของพืชต่างๆที่สามารถใช้ในการรักษาโรค รวบรวมข้อมูล เช่น ข้อมูลทั่วไป ลักษณะของพืช คุณค่าทางโภชนาการ สรรพคุณและโทษของพืชนั้นๆ โดยรายละเอียด มีดังนี้

ผักชีฝรั่ง สมุนไพร สมุนไพรไทย สรรพคุณของผักชีฝรั่งผักชีฝรั่ง

ซ่อนกลิ่น สมุนไพร สมุนไพรไทย สรรพคุณซ่อนกลิ่นซ่อนกลิ่น
ข่า สมุนไพร สมุนไพรไทย พืชสวนครัวข่า
กุยช่าย สมุนไพร สมุนไพรไทย ผักสวนครัวกุยช่าย
ว่านโด่ไม่รู้ล้ม สมุนไพร สมุนไพรไทย เพิ่มสมรรถภาพทางเพศว่านโด่ไม่รู้ล้ม
บัว บัวหลวง สมุนไพร สมุนไพรไทยบัวหลวง

อ้อย ต้นอ้อย สมุนไพร สมุนไพรไทยอ้อย
กวาวเครือ สมุนไพร สมุนไพรไทย ทำให้นมโตกวาวเครือขาว
สมุนไพรแยกตามสรรพคุณ
การกำหนดประเภทของสมุนไพรไทย นั้น เราใช้การแบ่งประเภทของสมุนไพรได้หลายลักษณะ ซึ่งการจำแนกของประเภทสามารถจำแนกจากลักษณะของภูมิประเทศและช่วงเวลา ลักษณะคุณสมบัติของพืชที่ใช้รักษาโรค ลักษณะของวัตถุดิบที่ใช้ในการทำยา และ รสชาติของสมุนไพร โดยรายละเอียด มีดังนี้

สมุนไพรบำรุงเหงือกและฟัน สมุนไพร สมุนไพรไทย
บำรุงเหงือกและฟัน

สมุนไพรแก้หอบหืด สมุนไพร สมุนไพรไทย
รักษาหืดหอบ
สมุนไพรแก้ท้องเสีย สมุนไพร สมุนไพรไทย
แก้ท้องเสีย
สมุนไพรสมองและระบบประสาท สมุนไพร สมุนไพรไทย
บำรุงระบบประสาท
สมุนไพรรักษาหลอดลมอักเสบ สมุนไพร สมุนไพรไทย
รักษาหลอดลมอักเสบ
สมุนไพรช่วยขับประจำเดือน สมุนไพร สมุนไพรไทย
ช่วยขับประจำเดือน
สมุนไพรบำรุงหัวใจ สมุนไพร สมุนไพรไทย
บำรุงหัวใจ
สมุนไพรช่วยลดไข้ สมุนไพร สมุนไพรไทย
ช่วยลดไข้