ทักษะการใช้ชีวิต ( Life skills ) สำคัญต่อการดำรงชีวิตของลูกให้อยู่ในสังคมอย่างมีความสุข ทักษะที่สิ่งสำคัญ คือ การเข้าสังคม ทำให้สามารถปรับตัวได้อย่างเข้าใจ

การเลี้ยงลูก แม่และเด็ก เทคนิคการเลี้ยงลูก ทักษะชีวิต

ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ( Life skills ) หมายถึง ความสามารถในการนำกระบวนการต่างๆ ไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทำงาน และการอยู่ร่วมกันในสังคม ด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหา และความขัดแย้งต่างๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น

ดังนั้น ต้องอาศัยทักษะ สร้างประสบการณ์การเรียนรู้จากคุณพ่อคุณแม่ เพื่อช่วยให้ลูกสามารถปรับตัว เผชิญปัญหาอย่างสร้างสรรค์ทั้งกับตัวเอง คนรอบข้างและสังคม เรามีกิจกรรมแนะนำเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ประยุกต์ปรับใช้สอนลูกๆ จากการเสริมสร้างทักษะชีวิตสามารถสรุป กิจกรรมที่เสริมทักษะชีวิต มีดังนี้

  • การชวนลูกเล่น การเล่นเป็นกระบวนการเรียนรู้ ที่ลูกจะเรียนรู้ถึงทักษะต่างๆ ได้เป็นอย่างดี เช่น เรียนรู้การอยู่ร่วมกันในสังคม การยอมรับของกลุ่ม เมื่อลูกได้เล่นกับเพื่อนๆ หรือเมื่อลูกต้องการของเล่น ก็ต้องรอให้เพื่อนเล่นเสร็จก่อน เป็น การเรียนรู้เรื่องความอดทน รอคอย หรือเรื่องการแบ่งปันของเล่นให้กับเพื่อน เป็นต้น
  • การทำงานบ้าน การช่วยงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ นั้น สามารถเรียนรู้เรื่องความรับผิดชอบจากเรื่องใกล้ตัวลูกได้ เป็นการสอนให้ลูกรู้จักพึ่งพาตัวเอง คุณพ่อคุณแม่อาจให้ลูกเริ่มจากงานเล็กๆ ที่เหมาะสมกับวัย เช่น เด็กเล็กเรียนรู้การเก็บของเล่นหลังจากเล่นเสร็จ การจัดเก็บรองเท้าให้เป็นระเบียบ ช่วยทำงานบ้าน เป็นต้น
  • การทำอาหารและงานครัว นอกจากลูกๆ ได้ช่วยงาน ได้อิ่มอร่อยแบบครอบครัวแล้ว ยังเป็นกิจกรรมสนุก แหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายของลูกที่คุณช่วยได้ เช่น วิธีการเลือกผักเนื้อสัตว์ เมื่อไปจับจ่ายซื้ออาหารที่ตลาดกับคุณแม่ หรือขณะที่ล้างผัก เด็ดผัก หรือหั่นผัก แต่ละขั้นตอนการทำล้วนแต่อาศัยความตั้งใจ สมาธิในการทำงานค่ะ
  • การเงิน การจับจ่ายใช้สอย เมื่อลูกถึงวัยที่จะดูแลสิ่งของ จัดการกับตัวเลขเรื่องเงินได้ จำเป็นอย่างมากที่คุณพ่อคุณแม่ต้องสอนทักษะการใช้เงิน เรียนรู้ถึงคุณค่าของเงิน เรียนรู้ว่าสิ่งของที่ลูกอยากได้ ต้องแลกเปลี่ยนด้วยการทำงานหรือการ เสียสละ เช่น ช่วยคุณพ่อรดน้ำต้นไม้ เพื่อจะได้ค่าขนมนำมาหยอดกระปุก หรือเก็บออมเงินไว้ในธนาคาร
  • การทำกิจกรรมนอกบ้าน คือ แหล่งเรียนรู้ทักษะชีวิตที่ดีอีกหนึ่งทางค่ะ เช่น พาลูกไปช่วยงานบุญ ลูกจะ เรียนรู้ผ่านสถานการณ์จริง สิ่งที่เห็น เช่น การช่วยเหลืองานครัว การเก็บกวาด ทำความสะอาดวัด หรือการยกของถวายพระ ลูกจะเรียนรู้ถึงการทำงานร่วมกัน

การเรียนรู้ของเด็ก จะเรียนรู้ด้วยการมองเห็นและทำตามแบบที่ได้เห็น ดังนั้น การเปิดโอกาสให้ลูกได้รับประสบการณ์ที่หลากหลายอย่างสร้างสรรค์ จะช่วยฝึกฝนกระบวนการคิด ทำให้ลูกรู้จักคิด รู้จักตัดสินใจกับสถานการณ์จริงของชีวิตในทางบวกค่ะ

ทักษะการใช้ชีวิต ( Life skills ) คือ ทักษะสำคัญในการใช้ดำรงชีวิต การเลี้ยงลูกทุกวันนี้ การอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข ทักษะชีวิต เป็นสิ่งสำคัญ การทำงานอยู่ร่วมกับผู้อื่นและการเข้าสังคม ทำให้ บุตรหลาน ของเราดำรงชีวิตในวันที่ลำบากได้ และ สามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมอย่างเข้าใจ

การส่งเสริมทักษะการเข้าสังคม สามารถสังเกตุจากบุคลิกภาพของลูก ว่าพร้อมในการเข้าระดับใด วิธีสังเกตุว่า ทักษะการเข้าสังคม ของลูกน้อยอยู่ในระดับใด

พัฒนาการเด็ก การเข้าสังคม การเลี้ยงลูก

สามารถสังเกตุจากบุคลิกภาพของลูกว่ามีความพร้อมใน การเข้าสังคม มากน้อยเพียงใด เรามีวิธีสังเกตุลูกน้อยว่า ทักษะการเข้าสังคมของลูกน้อย อยู่ในระดับใด

การส่งเสริมทักษะการเข้าสังคมของลูก น้อย นั้นเด็กๆนั้นถึงแม้ว่าจะเป็น ผ้าขาว ที่พร้อมจะรับสิ่งต่างๆจาก สิ่งแวดล้อม แต่ บุคลิกภาพของลูก จะถูกถอดแบบมาจาก พฤติกรรมของพ่อและแม่ เนื่องจาก พ่อและแม่ เป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับลูกมากที่สุด การเลียนแบบคนรอบข้าง และ สิ่งที่เด็กได้พบและเห็น มี ผลต่อบุคลิกภาพของเด็ก อย่างชัดเจน

การช่วย ส่งเสริมบุคลิกภาพ ที่มีอยู่แล้วของลูกนั้นเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ ซึ่งจะเป็น ตัวช่วยผลักดัน ให้เด็กมีพฤติกรรมใน การเข้าสังคม ที่แตกต่างกันออกไป สิ่งนี้สามารถสังเกตุได้จาก การสังเกตุพฤติกรรมของลูก

การสังเกตุพฤติกรรมของลูก นั้น สามารถ สังเกตุ ได้ตลอดเวลา ว่า ลูกชอบทำ และ ไม่ชอบทำสิ่งใด ไม่ว่าจะเป็นขณะอาบน้ำ เล่น รับประทานอาหาร การนอน การตื่น ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นส่วนของการปรับแผนการใน การเลี้ยงลูก ให้ลูกมีพฤติกรรม และ บุคลิกภาพที่ดี ใน การเข้าสังคม

การแสดงออกทางอารมณ์ ของลูก จะเป็นสิ่งที่ บ่งบอกถึงบุคลิกภาพ ของเขาได้เป็นอย่างดี เราได้แยก พฤติกรรมของลูก ออกเป็น 4 พฤติกรรม ซึ่งเราสามารถนำมาใช้ ปรับบุคลิกของลูกน้อย ให้พร้อมในสังคม มีรายละเอียดดังนี้

  • ลูกอารมณ์ปานกลางถึงปกติ ลูกมี พฤติกรรมการชอบเล่น และ ปฏิสัมพันธ์ กันเพื่อนๆ มีความสนใจและพอใจสิ่งรอบข้างรวมถึงสิ่งใหม่ๆรอบตัว ชอบที่จะเล่น และ เข้าหาเพื่อน แต่มีการเล่นสนุก งอแง และดื้อรันบ้างตามสถานการณ์ ซึ่งการจัดการสถานการณ์แบบนี้ต้องให้พ่อแม่ ช่วยระงับความเครียด นั้น
  • ลูกอารมณ์ดีและติดเล่น เด็กยิ้มเก่ง หัวเราะง่าย ซน และ ให้ความสนใจ กับ สิ่งแวดล้อมต่างๆ เด็ก ลักษณะนี้จะอดทนต่อการรอคอยได้น้อย เด็ก ลักษณะนี้เลี้ยงง่าย ไม่ดื้อรั้น
  • ลูกมีอารมณ์เงียบขรึม เด็กไม่ซน ชอบอยู่เงียบๆ เด็กจะ มีความสามารถในการจำ สิ่งต่างๆได้ดี สามารถ มีสมาธิ อยู่กับสิ่งที่ตนเองสนใจได้เวลานาน หาก พ่อแม่ สามารถ ส่งเสริม ลูก ให้สนใจใน สิ่งที่มีประโยชน์ เช่น การอ่านหนังสือ เล่นกีฬา การทำกิจกรรมพิเศษ เด็ก จะ ไม่ดื้อรั้น แต่อาจจะ ดื้อเงียบๆ ไม่เชื่อฟังคำสั่งสอน ง่ายๆ เด็ก จะมีความเป็น โลกส่วนตัวสูง อาจทำให้ ทักษะการเข้าสังคม ต่ำ พ่อแม่ ควรหา กิจกรรม ที่ลูกได้มีส่วนร่วม ทำงานร่วมกับคนอื่น ร่วม จะ ช่วยให้ลูกเป็นเด็กที่มีความสามารถใน การเข้าสังคม มากขึ้น
  • ลูกดื้อรั้น ลูก จะมีลักษณะในการ ไม่ชอบให้ใครขัดใจ ซึ่งมี พฤติกรรมการแสดงออกที่รุนแรง สิ่งนี้เกิดจาก การเลี้ยงดู ที่มี การเอาใจเด็กมากเกินไป พฤติกรรม นี้เป็น พฤติกรรมที่มีปัญหาต่อการเข้าสังคม มาก ซึ่งหากปล่อยไว้นาน ลูก จะ แสดงออกทางอารมณ์ คำพูด และ การกระทำที่รุนแรง หากเด็กโตขึ้นไปจะกลาย เป็นเด็กเกเร  ไม่มีเพื่อนคบ เป็นการผลักดันให้เด็กอยู่ในสภาพสังคมที่ไม่ดี กลายเป็น ปัญหาสังคม ที่ยากในการแก้ไข

แต่อย่างไรก็ดี ไม่ว่าเด็กจะมี บุคลิกภาพ แบบใด มี การแสดงออกทางอารมณ์อย่างไร บุคคลสำคัญที่มีผลต่อพฤติกรรมของลูก ในระยะยาว คือ พ่อและแม่ การเลี้ยงลูกให้มีพัฒนาการ ที่ดี โดยเฉพาะ ทักษะการเข้าสังคม นั้น เป็นสิ่งที่สำคัญ แต่ การแก้ไขและปรับบุคลิกภาพที่ไม่เหมาะสมของลูก ต้องไม่ทำให้ลูกเกิด ความเครียด และมี พฤติกรรมในการต่อต้าน และจะมี ปัญหาที่สะสม ต่ออีก

ถุงกระสอบ ถุงล้อลาก ถุงสายรุ้ง ถุงการ์ตูน
ขายถุงกระสอบ ถุงสายรุ้ง ย้ายหอ ย้ายบ้าน ต้องการถุงกระสอบ ถุงกระสอบราคาโรงงาน
ติดต่อ ทรัพย์ทวี Line Id : nongnlove