โรคหิด เรียก scabies เป็น โรคผิวหนัง เกิดจาก ตัวหิด สามารถติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์ได้ อาการ คือ มีผื่นคันตามผิวหนัง โรคหิด มี 2 ประเภท โรคหิคต้นแบบ และ โรคหิดนอร์เวย์ ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรค อาการ การรักษา การป้องกันโรคทำอย่างไร

โรคหิด โรคผิวหนัง โรคติดต่อ อาการคันมีผื่น

โรคหิด ( Scabies ) คือ ภาวะผิวหนังอักเสบ โดยสาเหตุเกิดจาก ตัวหิด ภาษาอังกฤษ เรียก Scabies mite เป็นสิ่งมีชิวิตชนิด ปรสิต  ( Parasite ) ตัวหิตจะต้องอาศัยอยู่บนตัวคน ใช้ชีวิตอยู่ที่ผิวหนังของคน อาหารของตัวหิด คือ เซลล์ผิวหนังของคน อาการสำคัญของโรคหิด คือ คันและมีผื่นขึ้นตามผิวหนัง โรคหิดสามารถติดต่อได้โดยการสัมผัสกับคนที่มีตัวหิดอาศัยอยู่ รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ด้วย โรคหิด มี 2 ประเภท คือ โรคหิดต้นแบบ และ โรคหิดนอร์เวย์ โดยรายละเอียด มีดังนี้

  • โรคหิดต้นแบบ เรียกว่า Classic scabies การเป็นโรคหิดชนิดนี้เกิดจากการสัมผัสผิวหนังคนที่มีภาวะโรคหิดเป็นระยะเวลานาน เช่น การอยู่ในบ้านเดียวกัน นอนหลับด้วยกัน เป็นต้น จะพบว่ามีการติดมากในสภาพสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี
  • โรคหิดนอร์เวย์ เรียกว่า Norwegian scabies หรือ Crusted scabies เป็นภาวะภูมิต้านทานโรคบกพร่อง หรือ เกิดจากการได้รับยากดภูมิต้านทาน โรคนี้เกิดครั้งแรกในประเทศนอร์เวย์ จึงถูกเรียกว่า หิดนอร์เวย์ กลุ่มคนที่มีโอกาสติดหิด คือ คนสูงอายุ คนขาดสารอาหาร ผู้ป่วยโรคมะเร็ง คนป่วยอัมพาต คนพิการที่สมอง เป็นต้น

ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคหิด

สำหรับปัจจัยการเกิดโรคหิด สามารถแยกสาเหตุของการเกิดหิดทั้ง 2 ประเภท ได้โดยรายละเอียด ดังนี้

  • โรคหิดชนิดต้นแบบ การอยู่ใกล้ชิดและสัมผัสผิวหนังกับคนที่เป็นหิด โดยกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูง คือ คนที่อยู่ในบ้านที่สกปรก เด็ก คนยากจน คนที่ทำงานในสถานพยาบาล บ้านพักคนชรา เรือนจำ ค่ายกักกัน รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์กับคนเป็นหิด นอกจากนี้ การใช้ของร่วมกัน เช่น เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว ก็เป็นปัจจัยของการติดหิดชนิดต้นแบบ
  • โรคหิดนอร์เวย์ ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคหิดชนิดนี้ คือ ความผิดปรกติของร่างกาย โดยเกิดจากภาวะภูมิกันต้านทานโรคบกพร่อง โดยคนที่มีปัจจัยเสียง คือ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยอัมพาต ผู้ป่วยโรคทางระบบประสาทและสมอง เป็นต้นช่วย

สาเหตุของการเกิดโรคหิด

สำหรับสาเหตุของการเกิดโรคหิด เกิดจาด ตัวหิด จัดเป็นปรสิต ที่ต้องอาศัยอยู่บนร่างกายของมนุษย์ และกินเซลล์ผิวหนังของมนุษย์เป็นอาหาร ซึ่งเป็นโรคที่สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ จากการสัมผัสผิวหนังของคนที่มีตัวหิดอาศัยอยู่ รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ด้วย และหากหิดติดที่อวัยวะเพศจะมีตุ่มและผื่นคันที่อวัยวะเพศ

การของผู้ป่วยโรคหิด

ตัวหิดเมื่อเข้าสู่ผิวหนังของคน จะมีระยะเวลาในการฟักตัว ภายใน 45 วัน ซึ่งในช่วงแรกจะไม่แสดงอาการ และเมื่อแสดงอาการ จะเกิดปฏิกิริยาที่ระบบภูมิคุ้มกันต้านทานของร่างกาย ตัวหิดจะหลั่งสารเคมีต่างๆ สารเคมีเหล่าจะทำให้เกิดอาการ โดยอาการจะแยกตามชนิดของโรค รายละเอียด ดังนี้

  • โรคหิดชนิดต้นแบบ จะมีอาการตุ่มนูน ลักษณะแข็ง มีสีแดงขนาดใหญ่ ขึ้นตามผิวหนัง เกิดที่รักแร้และขาหนีบ มีอาการคัน และจะคันมากในช่วงกลางคืน ตำแหน่งที่หิดมักจะอยู่ คือ ตามง่ามนิ้วมือ ข้อมือ ข้อศอก รอบสะดือ ท้อง เอว ก้น อวัยวะเพศชาย และหัวนม
  • โรคหิดนอร์เวย์ อาการของโรคหิดชนิดนี้ ผู้ป่วยจะสูญเสียความรู้สึกของผิวหนัง ไม่แสดงอาการคัน ไม่มีรอยข่วน ไม่มีตุ่มนูนแดง ไม่มีตุ่มน้ำใสๆ ทำให้ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าผู้ป่วยเป็นหิด เมื่อตัวหิดเพิ่มจำนวนมากขึ้น ผิวหนังชั้นบนของผู้ป่วย จะหนา และมีสะเก็ด เห็นชัดเจนที่ ข้อศอก ข้อเข่า ฝ่ามือ และฝ่าเท้า เป็นต้น

ภาวะแทรกซ้อนของโรคหิด

การเกิดโรคหิด เป็นเวลานาน หากไม่ทำการรักษาอย่างถูกวิธี ต้องระวังการเกิดภาวะแทรกซ้อน โดยสิ่งที่ต้องระวัง คือ เชื้อแบคทีเรียที่อาศัยบนผิวหนัง ทำผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังถูกทำลาย จนกลายเป็นโรคผิวหนังอื่นๆ เช่น ผิวหนังอักเสบ เนื้อเยื่ออักเสบ ฝีหนอง เป็นต้น

สำหรับโรคแทรกซ้อนจากโรคหิด เช่น โรคปอดอักเสบ โรคกรวยไตอักเสบ และการติดเชื้อในกระแสเลือด เป็นต้น

การรักษาโรคหิด

สำหรับการรักษาโรคหิด เนื่องจากปัญหาของโรคหิด เกิดจากตัวหิด ที่ทำให้ เกิดการอักเสบที่ผิวหนัง และ นำไปสู่การติดเชื้อ ซึ่งการรักษาโรคหิด มี 3 ลักษณะ คือ การกำจัดตัวหิด การรักษาอาการคัน และ การป้องกันการติดเชื้อ โดยรายละเอียด ดังนี้

  • การฆ่าตัวหิด การทำลายตัวหิด สามารถใช้ยาทา โดยจะต้องทายาให้ทั่วตัว ต้องทาทิ้งไว้ประมาณ 8-12 ชั่วโมง และใช้ยาทา ทาซ้ำอีกครั้งภายใน 10 วัน เพื่อกำจัดหิดตัวอ่อน แต่สำหรับโรคหิดชนิดนอร์เวย์ ต้องรักษาด้วยการใช้ยากิน เช่น Ivermectin  และใช้ยาทาร่วม
  • การรักษาอาการคัน ต้องรักษาด้วยการใช้ยากินแก้คัน หากผู้ป่วยมีตุ่มนูนแดง ต้องรักษาด้วยการฉีดยาสเตียรอยด์
  • การรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน โดยการให้ยาปฏิชีวนะ อาจให้เป็นยาทา ยากิน หรือยาฉีด ขึ้นกับความรุนแรงของโรค

ป้องกันการเกิดโรคหิด

การป้องกันโรคหิด ต้องป้องกันการแพร่กระจายของตัวหิด เข้าสู่ร่างกายของมนุษย์ โดยรายละเอียดของการป้องกันการเกิดโรคหิด มีดังนี้

  • งดการมีเพศสัมพันธ์กับคนที่มีโรคหิด หรือ คนที่ไม่ใช่คู่นอนที่เป็นคู่ชีวิตของตน
  • หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิด หรือ การสัมผัสคนที่เป็นโรคหิด
  • หลีกเลี่ยงการใช้ของร่วมกับผู้ป่วยโรคหิด
  • ปรับสภาพสิ่งแวดล้อมให้สะอาด ถูกสุขอนามัย
  • หากต้องสัมผัสผู้ป่วยโรคหิด ต้องใส่เครื่องป้องกัน
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ไข้ไทฟอยด์ ไข้รากสาดน้อย ภัยร้ายใกล้ตัวหากไม่รักษาสุขอน... ไข้ไทฟอยด์ คือ โรคติดต่อเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Salmonella Typhi และ  และ Samonella paratyphi ซึ่งเชื้อโรคนี้อยู่ในน้ำและอาหาร อาการที่พบคือ ปวดหั...
โรคประสาท เกิดจากอะไร รักษาและดูแลอย่างไร... โรคประสาท สาเหตุเกิดจากอะไร โรคจิตประเภทหนึ่ง ลักษณะอาการ คือ ย้ำคิดย้ำทำ ซึมเศร้า วิตกังวล หวาดกลัว วิปริด การรักษา การป้องกันทำอย่างไร ผู้ป่วยโรคประ...
โรคฉี่หนู โรคติดต่อ ติดเชื้อแบคทีเรีย จากฉี่สัตว์... โรคฉี่หนู หรือ โรคเลปโตสไปโรซิส ภาษาอังกฤษ เรียก leptospirosis โรคที่มากับน้ำท่วม เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบททีเรียทำให้เกิดการอักเสบของตับ การอักเสบของ...
มะเร็งช่องปาก เกิดจากอะไร โรคในช่องปาก เป็นมะเร็งต้องทำ... มะเร็งช่องปาก การเกิดเนื้อร้ายที่ช่องปาก เป็นโรคที่ทรมาน ไม่สามารถกินอาหารได้ อาการ ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรค การรักษา การดูแลผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก ทำอ...

เริม ภาษาอังกฤษ เรียก Herpes simplex จัดว่าเป็น โรคติดเชื้อ จากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่ผิวหนัง โดยมีลักษณะเป็นตุ่มใสๆที่ผิวหนัง ซึ่งสามารถหายเองได้ แต่มีดอกาสในการเกิดซ้ำ และ เป็นๆหายๆ ลักษณะของโรคเรื้อรังได้ กลุ่มที่มีโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคนี้ จะเป็น กลุ่มเด็กทารกและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องต่างๆ เช่น คนติดเชื้อเอดส์(เอชไอวี) ผู้ป่วยมะเร็ง กลุ่มคนที่มีการปลูกถ่ายอวัยวะต่างๆ ความรุนแรงของโรคนี้อยู่ที่ การติดเชื้อในกระแสเลือดอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ เรามาทำความรู้จักกับโรคนี้ให้มากขึ้น ว่าสาเหตุของการเกิดโรค อาการของโรค การรักษาและการป้องกันทำอย่างไร

เริม โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคผิวหนัง โรคติดต่อ

โรคเริม นั้นเป็นการติดเชื้อไวรัส ที่เกิดจากการสัมผัสเชื้อโรคจากแผลหรือสารคัดหลั่งของผู้ที่มีเชื้อโรค ไม่ว่าจะจาก น้ำจากตุ่มใส จากน้ำลาย เป็นต้น การมีเพศสัมพันธ์ที่ขาดการป้องกัน เช่น การใช้ของใช้ร่วมกัน การจูบ การเลีย การกินอาหารร่วมกัน การสัมผัสทางตา หากเกิดการติดเชื้อที่อวัยวะเพศก็สามารถติดต่อจากแม่สู่ลูกได้

สาเหตุของการเกิดโรคเริม

สาเหตุของการเกิดเริม นั้นเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเริม เป็นไวรัสชื่อ เฮอร์ปีส์ซิมเพล็กซ์ ภาษาอังกฤษ เรียก Herpes simplex virus ตัวย่อคือ HSV ลักษณะของอาการคล้ายกับการเกิดโรคงูสวัดและอีสุกอีใส แต่เกิดจากเชื้อไวรัสคนละตัวกัน โดยเชื้อไวรัสเริม มีอยู่ 2 ชนิด คือ ไวรัสเอชเอสวี-1 ( Herpes simplex virus 1 หรือ HSV-1 ) และ ไวรัสเอชเอสวี-2 ( Herpes simplex virus 1 หรือ HSV-2 ) เชื้อไวรัสเริม ทั้ง 2 ชนิด สามารถติดเชื้อได้จากช่องทางต่างๆ ที่สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ เช่น ผิวหนัง ช่องปาก อวัยวะเพศ และเนื้อเยื่อต่างๆ

อาการของโรคเริม

สำหรับอาการของโรคเริม นั้นจะเกิดตุ่มเล็กๆ ลักษณะพอง มีน้ำใสๆ กดลงไปจะเจ็บ ซึ่งตุ่มน้ำจะเกิดขึ้นภายใน 1 ถึง 2 วัน ในตุ่มมีน้ำใสๆ จะเกิดเป็นกลุ่มๆ ตามจุดที่เกิดการติดเชื้อ อาการนี้จะเกิดภายในระยะเวลา 14 วัน และสามารถหายเองได้ ลักษณะของตุ่มใส จะเกิดที่ผิวหนัง ริมฝีปาก และ อวัยวะเพศ ก่อนที่จะเกิดแผลตุ่มนั้น ผู้ป่วยจะมีอาการ อ่อนเพลีย อาการคล้ายป่วนเป็นไข้หวัด มีไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว กินอาหารได้น้อย ลักษณะของอาการของแผลในอวัยวะต่างๆ มีดังนี้

  • เริมที่ผิวหนัง สำหรับการเกิดเริมที่ผิวหนัง มักจะเกิดจากการติดเชื้อซ้ำ เรียกว่า Reactivation อาการที่พบคือ มีอาการปวดแสบ ปวดร้อน หากเกิดบริเวณขา สะโพก หรือ ก้น อาการปวดนี้จะเกิดขึ่นก่อน ประมาณ 1 ถึง 5 วัน จะมีผื่นแดงๆขึ้นก่อน ขากนั้นจะเกิดตุ่มน้ำใส รอบผื่นแดง จากนั้นน้ำในตุ่มจะเป็นสีเหลืองขุ่น และแตกกลายเป็นสะเก็ด สามารถหายเอง ภายใน 14 วัน ชาวบ้านจะเรียกโรคนี้ว่า “ ขยุ้มตีนหมา ”
  • เริมในช่องปาก เรียกว่า Herpetic gingivostomatitis อาการของเริมที่ปาก นั้นเกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดที่ 1 พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ หากมีเพศสัมพันธ์ทางปาก ก็สามารถติดเชื้อได้ง่าย มีระยะฟักตัวของโรคใช้เวลาภายใน 20 วัน
  • เริมที่อวัยวะเพศ เรียก Herpes genitalis การเกิดเริมที่อวัยวะเพศนั้น พบเป็นสาเหตุของการเกิดเริม มากที่สุด จักว่าเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์กับคนที่มีเชื้อโรคเริม และ มีเพศสัมพันธ์โดยไม่มีการป้องกันที่ดี

ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคเริมซ้ำ

โรคเริมนั้นสามารถเกิดขึ้นซ้ำได้ หากผู้ที่มีประวัติการติดเชื้อโรคเริมไม่ระมัดระวังตัวในการใช้ชีวิต โดยปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคซ้ำประกอบด้วย

  • การถูกกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม เช่น การสัมผัส การถูไถ การโดนลม โดนแสงแดด ความเย็น เสื้อผ้าไม่สะอาด เหงื่อ เป็นต้น
  • ภาวะความเครียด หากมีภาวะเครียดทำให้ร่างกายผิดปรกติ
  • การกินอาหาร ได้แก่ ถั่ว กาแฟ แอลกอฮอล์ ช็อกโกแลต เป็นอาหารที่กระตุ้นการติดเชื้อ
  • การดูแลสุขอนามัยของร่างกายขณะที่มีประจำเดือน
  • การพักผ่อนไม่เพียงพอ การนอนไม่หลับ สิ่งเหล่านี้ทำให้ร่างกายแปรปรวน ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายต่ำลง

ภาวะแทรกซ้อนของโรคเริม

อาการแทรกซ้อนของโรคเริม นั้นมีหลายอาการจะเกิดจากการติดเชื้อ ซึ่งส่วนใหญ่ โรคเริมจะหายเองภายใน 14 วัน มีเพียงส่วนน้อยที่อาจมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น โดยอาหารแทรกซ้อนของโรคเริม ประกอบด้วย

  • การอักเสบของแผล เช่น เกิดหนอง เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย
  • เกิดสายตาพิการ เชื้อโรคเริมหากขึ้นจอตา อาจทำให้กระจกตาอักเสบ ทำให้สายตาพิการ
  • การเกิดภาวะขาดน้ำ หากเกิดเชื้อโรคเริมที่ปาก ทำให้การกินอาหารและน้ำทำได้ลำบาก ส่งผลต่อภาวะขาดน้ำได้
  • การเกิดมะเร็งปากมดลูก สำหรับสตรีที่เป็นเริมที่อวัยวะเพศ ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูกมากกว่าปรกติ
  • ทำให้เส้นประสาทอักเสบ ทำให้อัมพาตที่ใบหน้าได้ การติดเชื้อที่ผิวหนังทำให้อาจกระทบต่อเส้นประสาทที่ผิวหนังโดยเฉพาะใบบหน้า

การป้องกันการเกิดโรคเริม

สำหรับการติดเชื้อเริม นั้นหากไม่มีการป้องกันที่ถูกต้อง การหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง จะทำให้สามารถติดเชื้อซ้ำได้ การป้องกันการติดเชื้อเริมค่อนข้างยาก เพราะผู้ติดเชื้อเริมนั้นไม่แสดงอาการให้เห็นชัดเจนมาก ดังนั้นเพื่อลดโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อ มีข้อควรปฏิบัติ ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับคนที่ไม่ใช่คู่ครองของตน
  • หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน เช่น ไม่สวมถุงยางอนามัย สัมผัสแผลที่มีเชื้อโรค
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสแผล หรือสารคัดหลั่งของผู้ป่วย
  • หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของร่วมกับผู้ที่มีเชื้อโรค เช่น จานชาม แก้วน้ำ ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า มีดโกน เป็นต้น
  • ควรรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน ให้ครบถ้่วน
  • พักผ่อนให้เพียงพอ ต่อความต้องการของร่างกาย
  • หลีกเลี่ยงภาวะความเครียด
  • การรับประทานยาต้านไวรัส หากต้องใช้ชีวิตที่มีความเสียงในการติดเชื้อ ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคเริม
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
มะเร็งช่องปาก เกิดจากอะไร โรคในช่องปาก เป็นมะเร็งต้องทำ... มะเร็งช่องปาก การเกิดเนื้อร้ายที่ช่องปาก เป็นโรคที่ทรมาน ไม่สามารถกินอาหารได้ อาการ ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรค การรักษา การดูแลผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก ทำอ...
โรคนอนไม่หลับ ภัยใกล้ตัว หากไม่แก้ไข ร่ายกายลำบากแน่... โรคนอนไม่หลับ ภาษาอังกฤษ เรียก Insomnia ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษา เราสามารถแบ่งการนอนไม่หลับได้จากความผิดปรกติได้เป็น 3 ลักษณะ ดังนี้ ความ...
โรควัณโรด เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ปอดและระบบทางเดินหายใ... โรควัณโรค ภาษาอังกฤษ เรียก Tuberculosis หรือ TB เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย โรคติดเชื้อ โรคติดต่อที่ทางเดินหายใจ ส่งผลต่อปอด และระบบการหายใจ อาการวัณโรค คือ...
แผลร้อนใน เกิดแผลในช่องปาก ต้องทำอย่างไร ป้องกันได้หรือ... โรคแผลร้อนใน ภาษาอังกฤษ เรียก Aphthous ulcer คือ โรคในช่องปาก โดยการ เกิดแผลเปื่อยในช่องปาก มีปัจจัยของการเกิดแผลหลายอย่าง แต่ปัจจัยจากการดำรงชีวิต เช...

ถุงกระสอบ ถุงกระสอบล้อลาก ถุงสายรุ้ง ถุงกระสอบลายการ์ตูน
ขายถุงกระสอบ ย้ายหอ ย้ายบ้าน ต้องการถุงกระสอบใส่ของ ราคาโรงงาน ติดต่อ ทรัพย์ทวี Line Id : nongnlove
โรคต่างๆ
โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคต่างๆ
โรคหัวใจและหลอดเลือด

โรคหูคอจมูก โรคหู โรคคอ โรคจมูก
โรค หู คอ จมูก

โรคติดต่อทางเพศ โรคติดเชื้อทางเพศ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคจากเพศสัมพันธ์
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

โรคผิวหนัง ความผิดปรกติของผิวหนัง การรักษาโรค โรคต่างๆ
โรคผิวหนัง

โรคเด็ก โรคของเด็ก โรคเกี่ยวกับเด็ก โรคสำหรับเด็ก
โรคเด็ก

โรคตับ โรคเกี่ยวกับตับ โรคในช่องท้อง โรคต่างๆ
โรคตับ

สมุนไพร แยกตามสรรพคุณ

สมุนไพรบำรุงเส้นผม สมุนไพร สมุนไพรไทย
บำรุงเส้นผม


สมุนไพรลดไขมันในเส้นเลือด สมุนไพร สมุนไพรไทย
บำรุงเลือด


สมุนไพรรักษาแผล สมุนไพร สมุนไพรไทย
รักษาแผล

สมุนไพรช่วยถ่ายพยาธิ สมุนไพร สมุนไพรไทย
ช่วยถ่ายพยาธิ

สมุนไพรป้องกันมะเร็ง สมุนไพร สมุนไพรไทย
ป้องกันมะเร็ง

สมุนไพรบำรุงทางเดินอาหาร สมุนไพร สมุนไพรไทย
บำรุงระบบทางเดินอาหาร

สมุนไพรยาระบาย สมุนไพร สมุนไพรไทย
ยาระบาย

สมุนไพรแก้ปวด แก้เมื่อย สมุนไพร สมุนไพรไทย
ช่วยแก้ปวดและแก้เมื่อย

สมุนไพรบำรุงข้อและกระดูก สมุนไพร สมุนไพรไทย
บำรุงข้อและกระดูก

สมุนไพร ล่าสุด

ผักชีฝรั่ง สมุนไพร สมุนไพรไทย สรรพคุณของผักชีฝรั่งผักชีฝรั่ง


ซ่อนกลิ่น สมุนไพร สมุนไพรไทย สรรพคุณซ่อนกลิ่นซ่อนกลิ่น


ข่า สมุนไพร สมุนไพรไทย พืชสวนครัวข่า

กุยช่าย สมุนไพร สมุนไพรไทย ผักสวนครัวกุยช่าย

ว่านโด่ไม่รู้ล้ม สมุนไพร สมุนไพรไทย เพิ่มสมรรถภาพทางเพศว่านโด่ไม่รู้ล้ม

บัว บัวหลวง สมุนไพร สมุนไพรไทยบัวหลวง

อ้อย ต้นอ้อย สมุนไพร สมุนไพรไทยอ้อย

ฟักเขียว สมุนไพร สมุนไพรไทย ผักสวนครัวฟักเขียว

กวาวเครือ สมุนไพร สมุนไพรไทย ทำให้นมโตกวาวเครือขาว

รู้ทันโรค

โรคฉี่หนู แล็คโตสไปโรซิส โรคติดเชื้อ โรคระบบประสาท

โรคฉี่หนู หรือ โรคเลปโตสไปโรซิส


ท้องร่วง ท้องเสีย ขี้แตก โรคติดเชื้อ

ท้องร่วงจากเชื้ออีโคไล (E. coli)


ไตอักเสบ โรคไต โรคไม่ติดต่อ โรคไตอักเสบ

โรคไตอักเสบ

โรคไตรั่ว โรคไต ไตอักเสบเนโฟรติก ภาวะไตรั่ว

โรคไตรั่ว หรือ ไตอักเสบเนโฟรติก

โรคไตวายเฉียบพลัน โรคไต ภาวะไตวาย โรคไม่ติดต่อ

ไตวายเฉียบพลัน

โรคไตวายเรื้อรัง โรคไต ไตบายเรื้อรัง โรคไม่ติดต่อ

ไตวายเรื้อรัง

ทางเดินปัสสาวะอักเสบ โรคระบบทางเดินปัสสาวะ โรคติดเชื้อ โรคทางเดินอาหาร

โรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ

โรคไต ภาวะถุงน้ำในไต โรคถุงน้ำในไต โรคไม่ติดต่อ

โรคถุงน้ำในไต

โรคนิ่วในไต ภาวะไตอักเสบ โรคไต โรคไม่ติดต่อ

โรคนิ่วในไต