6Q คืออะไร ดัชนีชีวัดความสามารถของคน มี IQ EQ MQ  AQ SQ และ VQ ดัชนีชี้วัดความฉลาด ทั้ง 6 เป็นอย่างไร การเลี้ยงลูกให้มีความฉลาดครบทั้ง 6 ประเภททำอย่างไรIQ EQ MQ AQ SQ VQ การเลี้ยงลูก การพัฒนาคน

 

6Q คืออะไร คือดัชนีชีวัดความสามารถของคน ซึ่ง 6Q นี้ ประกอบด้วย IQ(Intelligence Quotient) EQ(Emotional Intelligence Quotient) MQ(Moral Intelligence Quotient) AQ(Adversity Quotient /Advancement Quotient) SQ(Spiritual Intelligence Quotient) และ VQ (Values Intelligence Quotient) เรามาทำความรู้จักกับดัชนีชี้วัดความฉลาดทั้ง 5 ประเภท ว่าเป็นอย่างไร และการปรับการเลี้ยงลูกให้มีความฉลาดครบทั้ง 6 ประเภท ทำอย่างไร

IQ (Intelligence Quotient)

ไอคิว คือ ดัชนีตัวเลขที่บ่งบอกถึงความฉลาดในการเรียนรู้ของคน สำหรับ ไอคิว(IQ) ถูกคิดค้นโดยนักวิทยาศาสตร์ ชาวสหราชอาณาจักร ชื่อ เซอร์ฟรานซิส กาลตัน โดยได้ศึกษาเกี่ยวกับความสามารถของมนุษย์กับพันธุกรรม

การวัดไอคิว นั้นเดิมทีการหาค่าไอคิว จากการทำข้อสอบวัดไอคิว หารด้วยอายุของผู้ทำข้อสอบ และคูณด้วย100 ซึ่งค่าไอคิวของเด็กและผู้ใหญ่ที่มีอายุที่แตกต่างกันย่อมนำมาเปรียบเทียบกันไม่ได้  การคำนวนและการเปรียบเทียบไอคิบของคนจะใช้เปรียบเทียบสำหรับคนอายุเท่ากัน เรามาดูความหมายของระดับไอคิว

 ระดับคะแนน ความหมาย
 40-54  มีปัญหาด้านสมองสูง
 55-69  มีปัญหาด้านสมอง
 70-84  ต่ำกว่ามาตราฐาน
 85-114  มาตราฐาน
 115-129  สูงกว่ามาตราฐาน
 130-144  มีพรสวรรค์
 145 ขึ้นไป อัจฉริยะ

EQ (Emotional Intelligence Quotient)

อีคิว คือ ความฉลาดด้านอารมณ์ สำหรับอีคิว นี้ถูกคิดค้นโดยนักจิตวิทยาชาวอิสราเอล ในปี คศ 1985  ชื่อว่า ราเวน บาออน (Reuven Bar-on) ซึ่งการประสบความสำเร็จในชีวิตนั้น ไอคิวไม่ใช่ตัวบ่งบอกว่าเป็นสิ่งที่ยืนยันความสำเร็จ แต่การควบคุมอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์” การมีความคิดความอ่านเป็นผู้ใหญ่ เป็นตัวบ่งบอกถึงความสำเร็จ โดยมีตัวอย่างให้เห็นจากผู้ที่ประสบความสำเร็จในสังคม อีคิว(Emotional Intelligence Quotient)  ได้รับความสนใจอย่างมากมายในปี คศ 1995  เมื่อมีนาย Daniel Goleman เขียนหนังสือเรื่อง Emotional Intelligence : Why It Can Matter More than IQ. องค์ประกอบของความฉลาดทางอารมณ์ มี 5 องค์ประกอบ คือ

  • การรู้จักตนเอง(Self-awareness) การรู้จักตนเองทำให้เราเข้าใจพฤติกรรมของเรา และเข้าใจผู้อื่น การรู้ตัวเมื่อเกิดอารมณ์ในทางลบ และการปรับเปลี่ยนอารมณ์ ใสถานการณ์ต่างๆ
  • การควบคุมอารมณ์(Personal accountability) การควบคุมอารมณ์ เป็นการบริหารจัดการอารมณ์ เป็นการมีสติรับรู้ต่อการถูกกระทบกระเทือนทางอารมณ์ ทำให้ปัญหาต่างๆไม่แย่ลงไปจากปัจจุบัน
  • มุมมองในทางที่ดี(Positively self-motivated Powerful impetus : Honesty and integrity) เป็นการจัดการกับปัญหาต่างๆ ที่ถูกกระทบกระเทือนทางจิตใจต้องมีคุณธรรมทางด้านดี เป็นตัวช่วยขับเคลื่อนความคิด เช่น ความซื่อสัตย์ ความรัก ความเอื้ออาทร ความเคารพ การให้อภัย อารมณ์ขัน เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ปัญหาสามารถคลี่คลายไปในทางที่ดีได้
  • ความเห็นอกเห็นใจ(Empathy and sensitivity) ความเห็นอกเห็นใจ เป็นการรักษาความสัมพันธ์ของการอยู่ร่วมกันในสังคม ความเอื้ออาทรต่อผู้อื่นจะช่วยให้การประณีประนอม เมื่อเกิดความขัดแย้งได้
  • ความสามารถในการรักษาความสัมพันธ์(Capacity to develop and sustain relationships) การรักษาสัมพันธ์กับผู้อื่น จะสร้างความไว้วางใจ การสร้างความเชื่อใจ จะช่วยเปลี่ยนความหงุดหงิดรำคาญใจให้เป็นแรงบันดาลใจ ช่วยแก้ปัญหาต่างๆได้

MQ (Moral Intelligence Quotient)

เอ็มคิว คือ ความฉลาดทางด้านศีลธรรม การมีศีลธรรมเมื่อเกิดปัญหาขึ้น การแก้ปัญหาจะถูกผลักดันไปในทางด้านดี เอ็มคิวนั้น จะรวมถึง ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี และการความเคารพต่อความรับผิดชอบของตนต่อสังคมและมนุษยชาติ เอ็มคิว นั้นประกอบจะช่วยให้มนุษยชาติเป็นสุข คนที่มีเอ็มคิวสูง จะมีลักษณะ ดังนี้

  1. การควบคุมตนเอง ให้ไม่กระทำความผิด เช่น การรับสินบน การคอรัปชั่น เป็นต้น
  2. การมีจิตใจดี คิดดี ปราถนาดี ต่อคนรอบข้าง มีความดีนี้เป็นรากฐานของคนดี
  3. การมีวาจาดี คำพูดสุภาพ และให้เกียรติคนรอบข้างทำให้ขัดเกลาให้เป็นคนดีได้

AQ (Adversity Quotient)

เอคิว คือ ความฉลาดทางร่างกาย จิตใจและทางกำลังใจ คนดี คนเก่ง จะประสบความสำเร็จได้นั้น ต้องมีจิตใจ และกำลังใจที่แข็งแกรง เนื่องจากความเป็นจริงของชีวิต การเปลี่ยนแปรงสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้า หากไม่มีกำลังใจที่ดีแล้ว อาจไม่สามารถรับความปลี่ยนแปลงได้ ดัชนีชี้วัดความสำเร็จของชีวิตไม่ใช่ไอคิวหรืออีคิว แต่เป็นเอคิว คือ ความสามารถในการเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต คือ คนที่ไม่พ่ายแพ้ต่ออุปสรรค และสามารถนำปัญหาและอุปสรรค์กลับทำประโยชน์ได้

SQ (Spiritual Intelligence Quotient)

เอสคิว คือ ความฉลาดในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับความหมายและค่านิยม เป็นมิติใหม่ของดัชนีชี้วัดความฉลาด คือ คนที่มีความฉลาดในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับความหมายและค่านิยม สามารถตั้งเป้าหมายในชีวิตและการปกป้องตัวเองจากค่านิยมในสังคม และหลุดพ้นจนประสบความสำเร็จในชีวิตได้ ลักษณะของผู้ที่มีเอสคิว มีดังนี้

  1. รู้จักการอลุ่มอล่วย
  2. รู้จักตนเอง
  3. มีความสามารถในการยอมรับกับความทุกข์
  4. มีแรงบันดาลใจที่ดี
  5. มีความสามารถในการมองภาพรวม
  6. มีความปรารถนาที่จะให้เกิดผลเสียน้อยที่สุด
  7. มีความสามารถในการทำงานย้อนกระแส คือ การทำในสิ่งที่แตกต่างจากค่านิยมในสังคมนั้นๆ

VQ (Values Intelligence Quotient)

วีคิว คือ ความสามารถในการเข้าใจองค์ประกอบที่จำเป็น ความเข้าใจใน คน วัฒนธรรม ศาสนา สังคม เชื้อชาติ และระบบค่านิยมสากล การใช้ชีวิตอย่างเข้าใจคนรอบข้าง และความเป็นไปในสังคมทำให้ เราสามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้

การเลี้ยงลูกให้มีความฉลาดใน 6Q

สำหรับเทคนิคการเลี้ยงลูกให้ได้ครบในดัชนีชี้วัดความสำเร็จในชีวิตให้ครบทุกด้านนั้น เป็นเรื่องที่ยาก เนื่องจากปัญจัยต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม แต่สำหรับสิ่งที่ผู้เขียนสามารถแนะนำได้ คือ การปรับเอาคำสอนทางพระพุธศาสนามาใช้ สอนลูก ร่วมกับความรัก ความอบอุ่นจากครอบครัว เป็นสิ่งที่ช่วยสร้างให้คนประสบความสำเร็จอย่างมีความสุข

การกัดเล็บ เป็น โรคอย่างหนึ่ง เรียก Nail Biting ความเข้าใจผิด หลายอย่างเกี่ยวกับ การกัดเล็บ โตขึ้นจะหายเอง แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ วิธีการแก้ปัญหาการกัดเล็บทำอย่างไร

การแก้ปัญหาการกัดเล็บ ลูกชอบกัดเล็บ การเลี้ยงลูก

การกัดเล็บ ถือว่าเป็น โรคอย่างหนึ่ง เรียกว่า Nail Biting มีความเข้าใจผิดหลายอย่าง เกี่ยวกับการกัดเล็บ ว่า เป็น พฤติกรรมของเด็ก เมื่อโตขึ้นจะหาย พฤติกรรม เหล่านี้เอง แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่อย่างที่เข้าใจกัน วิธีการแก้ปัญหาการกัดเล็บทำอย่างไร

การกัดเล็บ เป็น พฤติกรรมที่ผิด แต่ มีการทำซ้ำบ่อยๆ จน เกิดการติด เป็น พฤติกรรมติดตัว มีการสำรวจพบว่า การกัดเล็บ เกิดขึ้นได้ใน ทุกเพศทุกวัย โดย วัยรุ่น มี พฤติกรรมการกัดเล็บ ที่มากที่สุด เป็น พฤติกรรมที่สั่งสมมาจากวัยเด็ก แล้ว สาเหตุของการกัดเล็บเกิดจากอะไรบ้าง แล้วมีผลเสียอย่างไร การแก้ไขปัญหาการชอบกัดเล็บจะทำอย่างไร

โรคการกัดเล็บ มี การสำรวจ ทั่วโลก พบว่า เด็กวัยไม่เกิด 10 ปี มี พฤติกรรมชอบกัด เล็บร้อยละ 28 วัยรุ่น มี พฤติกรรมการชอบกัดเล็บ ร้อยละ 45 ส่วนวัยผู้ใหญ่ มี พฤติกรรมการชอบกัดเล็บ ร้อยละ 30  จะเห็นได้ว่า พฤติกรรมการชอบกัดเล็บ นั้น หากไม่รีบแก้ไข ตั้งแต่วัยเด็ก จะติดตัว คนนั้นไปถึงตอนเป็นผู้ใหญ่

ทำไมถึงชอบกัดเล็บ

การกัดเล็บ มี การศึกษาพฤติกรรมของกลุ่มคนเหล่านี้ว่าเป็น การลดพฤติกรรมความเครียด ซึ่ง ความเครียด นี้มาจากสิ่งแวดล้อมทั้งหมด ร้อยละ 99 ของผู้ที่กัดเล็บ เกิดจากปัญหาทางอารมณ์ เช่น ความเครียด หิว เบื่อ และเพียงแค่ชอบกัดเล็บ

ผลเสียของปัญหาการชอบกัดเล็บ

เราสามารถสรุป ผลเสีย ที่มีต่อ พฤติกรรมการชอบกัดเล็บ มาให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ มีรายละเอียด ดังนี้

  • การกัดเล็บ มี ผลเสียต่อบุคลิกภาพ การกัดเล็บให้คนเห็นนั้น ทำให้ดู บุคลิกภาพไม่ดี เมื่อ เกิดการต่อต้านจากคนในสังคม นั้นๆ จะส่งผลต่อผู้ที่ ชอบกัดเล็บ เช่น การไม่อยากเข้าสังคม ไม่กล้าเผชิญหน้ากับคน และ ขี้อาย ชอบอยู่คนเดียว เป็นต้น
  • การกัดเล็บ มี ผลเสียต่อสุขภาพ เนื่องจากมือของคนเรา เป็นส่วนที่ สัมผัสกับเชื้อโรค มากที่สุด และใน เล็บ ตามซอกเล็บเป็น แหล่งสะสมของเชื้อโรค ที่มีมาก การกัดเล็บ เป็นการนำเอา เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายโดยตรง หากเกิดภาวะร่างกายอ่อนแอ ไม่สามารถต่อต้านเชื้อโรค ได้ ก็จะ ส่งผลต่อการป่วย ทันที
  • การกัดเล็บ มี ผลเสียต่อฟัน การกัดเล็บบ่อยๆ อาจทำให้ ฟัน ผิดรูป และไม่สวย เป็น สาเหตุของการเสียบุคลิกภาพ เพิ่มขึ้นอีก และ การกัดฟัน นั้น อาจเป็น พฤติกรรมติดตัว นอนละเมอกัดฟัน ได้
  • การกัดเล็บ มี ผลเสียต่อนิ้วมือและเล็บ การกัดเล็บ ทำให้เกิดแผล อาการช้ำ อาการบวม ซึ่งอาจส่ง ผลต่อการผิดรูปผิดร่างของมือและเล็บ ได้

จะเห็นว่า การกัดเล็บ มี ผลเสียต่อคน และเป็น สาเหตุของพฤติกรรมต่างของเด็ก ที่จะโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต ดังนั้น  การแก้ปัญหาการกัดเล็บ เป็นสิ่งสำคัญที่ ไม่สามารถมองข้าม ได้เลย เรามี วิธีการแก้ปัญหาการชอบกัดเล็บ มานำเสนอ ดังนี้

  1. หากิจกรรมให้เด็กทำ แนะนำให้กิจกรรมที่เป็นการใช้มือมากๆ จะทำให้เด็กสนุก ผ่อนคลาย และ ไม่มีเวลาว่างใน การกัดเล็บ
  2. ลดความเครียดของลูก ไม่ว่าจะเป็น การทำกิจกกรม ที่ต้องใช้ความคิดที่ซับซ้อน หรือ การใช้ชีวิตของเด็ก พ่อกับแม่ต้องสังเกตุ พฤติกรรมของลูก อย่างใกล้ชิด
  3. อธิบายให้ลูกเข้าใจ การห้ามกัดเล็บ นั้น สำหรับเด็กบางคน ดื้น จะไม่เชื้อฟัง ต้อง อธิบายให้เด็กเข้าใจ ถึง ปัญหาการกัดเล็บ
  4. หา ตัวอย่างปัญหา จาก การกัดเล็บ ให้ลูกดู หากเด็กเห็นตัวอย่างปัญหา ด้านสุขภาพจาก การกัดเล็บ เด็กจะเกิดการกลัวใน การกัดเล็บ และไม่กล้ากัดเล็บ ไปเอง
  5. ตัดเล็บให้สั่น อยู่เสมอ หาก ไม่มีเล็บให้กัด ได้แล้ว เด็กบางคน จะเลิกกัดเล็บ ไปเอง
  6. หาบอระเพ็ดมาทาเล็บ เด็กหากมีรสขมที่ปากขณะ กัดเล็บ จะเลิกกัดเล็บ ไปเอง
  7. ชื่นชมลูก เมื่อไม่เห็นลูกกัดเล็บ ไม่การกัดเล็บเด็กจะซึมซับพฤติกรรมว่าเป็นสิ่งที่ดี

สำหรับ วิธีการแก้ปัญหาการชอบกัดเล็บ นั้น ผู้ที่มีส่วนสำคัญในการแก้ปัญหา คือ พ่อและแม่ ซึ่งเป็นผู้ทีอยู่ใกล้ชิดกับลูกมากที่สุด ต้องหาสาเหตุที่แท้จริงของ พฤติกรรมการชอบกัดเล็บ และนำไป แก้ปัญหา อย่างตรงจุด

ถุงกระสอบ ถุงล้อลาก ถุงสายรุ้ง ถุงการ์ตูน
ขายถุงกระสอบ ถุงสายรุ้ง ย้ายหอ ย้ายบ้าน ต้องการถุงกระสอบ ถุงกระสอบราคาโรงงาน
ติดต่อ ทรัพย์ทวี Line Id : nongnlove