ฟักข้าว Baby Jackfruit มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมภูมิต้านทานโรค ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและโรคมะเร็ง ฟักข้าวสามารถแปรรูปได้หลากหลาย เช่น สบู่ฟักข้าว น้ำฟักข้าว

ฟักข้าว สรรพคุณของฟักข้าว สมุนไพร

ฟักข้าว ภาษาอังกฤษ เรียก Baby Jackfruit ชื่อวิทยาศาสตร์ของฟักข้าว คือ Momordica cochinchinensis (Lour) Spreng. สำหรับชื่อเรียกอื่นๆของฟักข้าว เช่น มะข้าว ขี้กาเครือ พุกู้ต๊ะ ผักข้าว เป็นต้น ต้นฟักข้าว มีถิ่นกำเนิดในประเทศพม่า ไทย จีน ลาว เขมร บังกลาเทศ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และมาเลเซีย พบได้ทั่วไปในประเทศไทย สามารถรับประทานเป็นอาหารและผักสดได้

ประโยชน์ของฟักข้าว มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ช่วยในการชะลอวัย ป้องกันการเกิดริ้วรอยแห่งวัย ปัญหาผิวแห้งกร้าน ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด ฟักข้าวมีเบตาแคโรทีนสูงกว่าแครอท 10 เท่า และมีไลโคปีนมากกว่ามะเขือเทศ 12 เท่า ประโยชน์ของฟักข้าวช่วยบำรุงและรักษาสายตา ป้องกันโรคเกี่ยวกับดวงตา โรคต้อกระจก ประสาทตาเสื่อม ตาบอดตอนกลางคืน ยอดฟักข้าวอ่อนใช้ทำเป็นอาหารก็อร่อย คล้ายกับยอดมะระ เมนูฟักข้าว เช่น แกงเลียง แกงส้ม ผัดไฟแดง คั่วแค ใช้ลวกหรือต้มกินกับน้ำพริก เป็นต้น ฟักข้าวสามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลายอย่าง เช่น น้ำฟักข้าว ฟักข้าวแคปซูล สบู่ฟักข้าว เป็นต้น

ฟักข้าวในประเทศไทย

ประเทศไทยนิยมรับประทานลอ่อนฟักข้าวเป็นอาหาร เนื้อผลอ่อนฟักข้าวคล้ายมะละกอ นำมาลวก ต้ม จิ้มกับน้ำพริก หรือ ใส่แกง ยอดอ่อนฟักข้าว หรือ รับประทานเป็นผักสดได้ นอกจากนี้มีการศึกษาฟักข้าวในการวิจัยหลากหลาย พบว่า เยื่อหุ้มเมล็ดของผลสุกฟักข้าว มีประโยชน์ทางโภชนาการสูง เนื่องจากเป็นส่วนที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมภูมิต้านทานโรค ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ และ โรคมะเร็ง ต่างๆได้ เช่น โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหาร เป็นต้น

ลักษณะของต้นฟักข้าว

ต้นฟักข้าว เป็นพืชล้มลุก เป็นพืชชนิดเถาไม้เลื้อย ลักษณะคล้ายกับต้นตำลึง ชอบแสงแดด เลื้อยได้ทั้งบนพื้น บนต้นไม้ บนรั้ว สามารถขยายพันธุ์ได้หลายวิธึ เช่น เพาะเมล็ด ปักชำ เป็นต้น

  • ลำต้นของฟักข้าว เป็นลักษณะเถา ไม้เลื้อย เป็นพืชล้มลุกอายุยืนยาว คล้ายต้นตำลึง เถาฟักข้าวจะเลื้อยได้ทั้งบนพื้นและตามพื้นที่ต่างๆ เนื้อลำต้นอ่อน ชุ่มน้ำ
  • ใบฟักข้าว ลักษณะเป็นใบเดี่ยว คล้ายรูปหัวใจหรือรูปไข่ ขอบใบหยักเว้าลึกเป็นแฉก มีสีเขียว
  • ดอกฟักข้าว ออกดอกเป็นช่อ ออกดอกตรงบริเวณข้อต่อระหว่างใบหรือตามซอกใบ คล้ายดอกตำลึง กลีบดอกสีขาวอมเหลือง
  • ผลฟักข้าว ลักษณะกลมรี เปลือกมีหนามอ่อนๆเล็กๆ ผลอ่อนมีสีเขียวอมเหลือง ผลสุกสีแดงหรือสีส้มอมแดง เนื้อผลสุกจะเป็นสีเหลือง
  • เมล็ดฟักข้าว อยู่ภายในผลฟักข้าว เมล็ดสีน้ำตาลคล้ายเมล็ดแตง

คุณค่าทางโภชนาการของฟักข้าว

สำหรับการบริโภคฟักข้าวเป็นอาหารนิยมรับประทานผลฟักข้าวเป็นอาหาร ซึ่งนักโภชนาการได้ศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของฟักข้าวพบว่าฟักข้าวขนาด 100 กรัม มีสารอาหารสำคัญประกอบดด้วย กากใยอาหาร 1 กรัม น้ำตาล 1.8 กรัม โปรตีน 0.98 กรัม มีวิตามินซี 0.04 มิลลิกรัม บีต้าแคโรทีน 91 มิลลิกรัม แคลเซียม 0.34 มิลลิกรัม ในฟักข้าวจะมีบีตาแคโรทีนมากกว่าแครอตถึง 10 เท่าตัว มีไลโคพีนมากกว่ามะเขือเทศถึง 12 เท่าตัว

สรรพคุณของฟักข้าว

สำหรับการใช้ประโยชน์จากฟักข้าว ด้านกรบำรุงร่างกายและการรักษาโรค เราสามารถนำฟักข้าวมาใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน ตั้งแต่ ใบ ราก ผล เมล็ด รายละเอียด ดังนี้

  • ใบของฟักข้าว เรานำมาใช้ ช่วยลดน้ำตาลในเลือดผู้ป่วยเบาหวานได้ ช่วยแก้ไข้ตัวร้อนได้ ใช้รักษาริดสีดวง แก้อาการปวดหลังได้ แก้กระดูกเดาะ ช่วยถอนพิษอักเสบ รักษาฝี รักษาหูด
  • รากของฟักข้าว เรานำมาใช้ ดื่มช่วยถอนพิษ ช่วยขับเสมหะ ช่วยลดไข้ แก้ปวดตามข้อ
  • ผลอ่อนของฟักข้าว ใช้ลดน้ำตาลในเลือด ใช้รักษาโรคเบาหวาน
  • เมล็ดของฟักข้าว ใช้ในการ รักษาฝีในปอด รักษาท่อน้ำดีอุดตัน ช่วยขับปัสสาวะ รักษาอาการอักเสบ รักษาอาการบวม รักษากลากเกลื้อน รักษาโรคผิวหนัง

โทษของฟักข้าว

เมล็ดดิบของฟักข้าวมีความเป็นพิษ รสขม หากรับประทานเข้าไป ทำให้อาเจียน และ เวียนหัว หากรับประทานมากเกินไป เป็นอันตรายถึงชีวิต

ผักกระเฉด Water mimosa ผักพื้นบ้าน นิยมกินเป็นอาหาร สรรพคุณของผักกระเฉด บำรุงกระดูกและฟัน บำรุงสายตา ทำความรู้จักกับผักกระเฉดด้านสมุนไพรและการรักษาโรค

ผักกระเฉด ผัก สมุนไพร สรรพคุณของกระเฉด

ผักกระเฉด ภาษาอังกฤษ เรียก Water mimosa ชื่อวิทยาศาสตร์ของกระเฉด คือ Neptumia oleracea Lour. FL. สำหรับชื่อเรียกอื่นๆของผักกระเฉด เช่น ผักหละหนอง ผักหนอง ผักรู้นอน ผัดฉีด ผักกระเสด เป็นต้น ต้นกระเฉด เป็นน้ำพืชผัก เจริญเติมโตได้ในน้ำ มีรากแตกเป็นกระจุกตามข้อ ปล้องแก่มีนวมเหมือนฟองน้ำ เรียกว่า “ นมกระเฉด ” หุ้มอยู่ตามปล้องกระเฉด ซึ่งนมกระเฉดมีคุณสมบัติทำให้ต้นลอยน้ำ นิยมนำมาทำอาหารรับประทาน กระเฉด เป็นพืชคลุมดินตระกูลเดียวกันกับผักบุ้ง พืชพื้นเมืองของไทย

ผักกระเฉดในประเทศไทย

ผักกระเฉด จัดเป็นพืชเศรษฐกิจ สามารถหาซื้อได้ตามตลาดทั่วในในประเทศไทย อาหารไทยมีการนำเอาผักกระเฉดมาปรุงอาหารหลายชนิด เช่น ยำผักกระเฉด แกงส้ม ผัดผักกระเฉด ซึ่งพื้นที่สำหรับปลูกผักกระเฉดมากที่สุดของประเทศไทย คือ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีเนื้อที่ประมาณ 1,500 ไร่  และ เนื้อที่ปลูกผักกระเฉดทั้งจังหวัดสมุทรปราการมี 2,500 ไร่

ลักษณะของต้นกระเฉด

กระเฉด เป็นพืชล้มลุกตระกูลเดียวกับผักบุ้ง สามารถเจริญเติบโตได้ดีในน้ำ สามารถขยายพันธ์โดยการแยกหน่อ ลักษณะของต้นกระเฉด มีดังนี้

  • รากผักกระเฉดเป็นรากฝอย แทงออกตามข้อจำนวนมาก โคนรากมีปมของเชื้อแบคทีเรียไรโซเบียมเหมือนรากของพืชตระกูลถั่วบนบก
  • ลำต้นผักกระเฉด ลักษณะกลม และเรียวยาว เป็นปล้อง ภายในตัน ไม่เป็นรูกลวง แต่ละปล้องมีนวมหุ้มสีขาว ที่เรียกว่า “นม” โดยหุ้มปล้องเว้นช่วงที่เป็นข้อของปล้อง นมสีขาวนี้ทำหน้าที่ช่วยพยุงลำต้นผักกระเฉดให้ลอยน้ำได้
  • ใบผักกระเฉด เป็นใบประกอบ แทงออกบริเวณข้อของลำต้น มีก้านใบหลัก ใบเป็นรูปไข่ ขนาดเล็ก ใบอ่อนมีสีเขียวอมม่วง หลังจากนั้นค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเขียวสด
  • ดอกผักกระเฉด ออกเป็นช่อ สีเหลือง คล้ายดอกกระถิน
  • ผลของผักกระเฉด ผลเป็นฝักขนาดเล็ก ลักษณะแบนยาว ฝักยาวประมาณ 2.5 ซม. ภายในฝักมีเมล็ด 4-10 เมล็ด

คุณค่าทางโภชนาการของผักกระเฉด

สำหรับการรับประทานผักกระเฉดเป็นอาหาร นิยมรับประทานลำต้นและใบ ซึ่งนักโภชนาการได้ศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของผักกระเฉด ขนาด 100 กรัม พบว่าให้พลังงาน 29 กิโลแคลอรี่ มีสารอาหารสำคัญประกอบด้วย โปรตีน 6.4 กรัม ไขมัน 0.4 กรัม แคลเซียม 387 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 7.0 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 5.3 มิลลิกรัม เบต้า-แคโรทีน 3,710 ไมโครกรัม ไทอะมีน 0.12 มิลลิกรัม ไรโบฟลาวิน 0.14 มิลลิกรัม วิตามินบี1 0.12 มิลลิกรัม วิตามินบี2 0.14 มิลลิกรัม ไนอะซีน 3.2 มิลลิกรัม วิตามินซี 22 มิลลิกรัม กากใยอาหาร 1.8 กรัม

ผักกระเฉดมี มีวิตามินซีสูงมาก มีแคลเซียม และธาตุเหล็ก ช่วยบำรุงสายตา ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มร่างกายกันทำงานปรกติ ช่วยบำรุงระบบสืบพันธ์ บำรุงกระดูกและฟัน ป้องกันภาวะกระดูกพรุน ทำให้กล้ามเนื้อทำงานปรกติ บำรุงเลือด

สรรพคุณของผักกระเฉด

สำหรับการใช้ประโยชน์จากผักกระเฉดด้านการบำรุงร่างกายและการรักษาโรค ใช้ประโยชน์จากทั้งต้นของผักกระเฉด สรรพคุณของผักกระเฉด มีดังนี้

  • ช่วยบำรุงและรักษาสายตาได้เป็นอย่างดี
  • ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน ช่วยทำให้กล้ามเนื้อทำงานได้อย่างเป็นปกติ
  • ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงและช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง
  • ช่วยเสริมสร้างกระบวนการเผาผลาญสารอาหารให้สร้างเป็นพลังงานให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี
  • ช่วยขับถ่าย ป้องกันโรคท้องผูก
  • ช่วยบำรุงร่างกายและดับพิษ
  • ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ
  • เป็นยาเย็น ช่วยดับพิษร้อน
  • ช่วยลดไข้ ช่วยแก้พิษไข้
  • บรรเทาอาการปวดฟัน
  • ช่วยขับเสมหะ
  • ช่วยขับลมในกระเพาะ
  • ช่วยรักษาโรคกามโรค
  • ช่วยแก้อาการปวดแสบปวดร้อน
  • ช่วยถอนพิษยาเบื่อยาเมา

โทษของผักกระเฉด

สำหรับการรับประทานผักกระเฉด มีคำแนะนำในการรับประทานผักกระเฉด ดังนี้

  • การนำผักกระเฉดมาทำอาหาร ควรทำให้สุกก่อน เพื่อ ลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อพยาธิ
  • ผักกระเฉดก่อนนำมาทำอาหาร ให้ล้างให้สะอาด เพื่อป้องกันพยาธิ และ ยาฆ่าแมลง
ถุงกระสอบ ถุงล้อลาก ถุงสายรุ้ง ถุงการ์ตูน
ขายถุงกระสอบ ถุงสายรุ้ง ย้ายหอ ย้ายบ้าน ต้องการถุงกระสอบ ถุงกระสอบราคาโรงงาน
ติดต่อ ทรัพย์ทวี Line Id : nongnlove