ถุงน้ำดีอักเสบ ปวดท้องชายโครงด้านขวา นิ่วอุดตันท่อน้ำดี

ถุงน้ำดีอักเสบ เกิดจากนิ่วอุดตันท่อน้ำดี ทำให้ปวดท้อง ปวดตามชายโครงด้านขวา เจ็บเวลาหายใจเข้าลึกๆ อาการลามไปถึงกล้ามเนื้อหน้าท้อง หากไม่รักษาต้องตัดถุงน้ำดีทิ้ง

ถุงน้ำดีอักเสบ โรคไม่ติดต่อ โรค

น้ำดี คือ น้ำที่สร้างจากตับเป็นน้ำที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และเก็บน้ำดีไว้ที่ถุงน้ำดี น้ำดีจะมีหน้าที่ย่อยไขมันและย่อยอาหาร เมื่อน้ำดีในร่างกายลดลงจะก็ทำให้เกิดนิ่วที่ถุงน้ำดี

ถุงน้ำดี ( Gallbladder ) คือ อวัยวะที่ช่องท้องลักษณะเป็นถุงเล็กๆ อยู่บริเวณท้องด้านขวาใกล้ตับ สามารถจุน้ำได้ประมาณ 35 – 50 มิลลิลิตร มีหน้าที่หลักในการสำรองน้ำดีที่สร้างจากตับ เพื่อใช้ในการย่อยอาหารและไขมัน

ถุงน้ำดีอักเสบ (Choleycystitis) คือ การเกิดอาการอักเสบของถุงน้ำดี ซึ่งสาเหตุของการเกิดอักเสบของถุงน้ำดีเกิดจากการอุดตันของท่อน้ำดี ทำให้ถุงน้ำดีบวม อักเสบ และเกิดอาการปวดได้ การอุดตันของน้ำดีมักมีสาเหตุมาจากนิ่วรวมไปถึงปัญหาเกี่ยวกับท่อน้ำดีอื่นๆ เช่น เนื้องอก เป็นต้น

ชนิดของนิ่วในท่อน้ำดี

ซึ่งนิ่วที่ท่อน้ำดีที่เราพบ นั้นพบว่ามีนิ่วอยู่ 2 ชนิด คือ นิ่วที่เกิดจากคอเรสเตอรัล cholesterol และ นิ่วที่เกิดจากเกลือ และนิ่วในถุงน้ำดีเหล่านี้สามารถหลุดและเข้าไปอุดทางเดินของน้ำดีได้ จนเป็นต้นเหตุทำให้เกิดอาการถุงน้ำดีอักเสบ เพราะบวมน้ำดีจนเนื้อเยื่ออักเสบ ทำให้เกิดอาการปวดท้อง อาการตัวเหลือง ตาเหลือง ตับอ่อนอักเสบ เป็นต้น

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดถุงน้ำดีอักเสบ

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี ผู้ป่วยเกือบทั้งหมดของโรคถุงน้ำดีอักเสบ จะเกิดจากนิ่วในถุงน้ำดี ซึ่งผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในถุงน้ำดีและถุงน้ำดีอักเสบ โดยปัจจัยของการเกิดถุงน้ำดีอักเสบ ประกอบด้วย

  • เพศหญิง
  • การคุมกำเนิด
  • พันธุกรรม
  • เชื้อชาติ
  • ผู้สูงอายุ
  • อาหาร
  • ภาวะอ้วน
  • การลดน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็ว
  • การกินยาลดไขมันในเลือดบางชนิด
  • คอเลสเตอรอลในน้ำดีสูงขึ้น
  • การอักเสบเรื้อรังของถุงน้ำดี
  • โรคเบาหวาน
  • ภาวะเม็ดเลือดแดงแตกเรื้อรัง

สาเหตุของโรคถุงน้ำดีอักเสบ

ถุงน้ำดีอักเสบ ( Cholecystitis ) เกิดจากนิ่วในถุงน้ำดี นิ่วไปอุดตันทางเดินของน้ำดี และผนังของถุงน้ำดีหนาตัว โรคถุงน้ำดีอักเสบเกิดจาก 2 สาเหตุ คือ สาเหตุจากนิ่วในถุงน้ำดี และสาเหตุที่ไม่ใช่มาจากนิ่วในถุงน้ำดี

  • สาเหตุจากนิ่วในถุงน้ำดี เป็นกรณีที่พบได้สูงประมาณ 90-95% อาจเกิดเนื่องจากก้อนนิ่วที่ไปอุดตันท่อน้ำดีจนส่งผลให้น้ำดีไหลออกจากถุงน้ำดีเข้าสู่ลำไส้ไม่ได้ ทำให้ถุงน้ำดีมีแรงดันเพิ่มขึ้นและมีการยืดขยายตัวมากขึ้นจนไปกดเบียดหลอดเลือดต่าง ๆ ที่หล่อเลี้ยงถุงน้ำดี ทำให้เยื่อบุผนังของถุงน้ำดีขาดเลือด เป็นผลให้เกิดการบาดเจ็บและเกิดการอักเสบขึ้นตามมา หรืออาจเกิดจากการระคายเคืองของสารเคมีบางชนิดอันเป็นผลมาจากปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นภายในถุงน้ำดี หรือเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น เชื้ออีโคไล ( E.coli ) เชื้อเคล็บซิลลา ( Klebsiella ) เชื้อสแตฟีโลค็อกคัส (Staphylococcus), เชื้อสเตรปโตค็อกคัส  ( Streptococcus ) เป็นต้น ทั้งนี้ ถ้าขาดเลือดมากขึ้นจะส่งผลทำให้เนื้อเยื่อถุงน้ำดีเน่าตายหรือเกิดการแตกทะลุของถุงน้ำดี ก่อให้การเกิดติดเชื้อรุนแรงในช่องท้องได้ด้วย
  • สาเหตุที่ไม่ใช่มาจากนิ่วในถุงน้ำดี เป็นกรณีที่พบได้เพียงส่วนน้อยประมาณ 5-10% โดยอาจเกิดจากถุงน้ำดีติดเชื้อแบคทีเรีย เกิดจากเนื้องอกของถุงน้ำดีหรือของท่อน้ำดี เกิดจากท่อน้ำดีตีบตันจากสาเหตุต่าง ๆ ที่ไม่ใช่จากนิ่ว เช่น โรคไทฟอยด์ ถุงน้ำดีได้รับอุบัติเหตุและเกิดการฉีกขาด นอกจากนี้ ยังอาจพบได้ในผู้ป่วยหลังผ่าตัด มีบาดแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกที่มีการทำลายของเนื้อเยื่อจำนวนมาก ภาวะโลหิตเป็นพิษ หรือเจ็บป่วยหนัก เป็นต้น

อาการของโรคถุงน้ำดีอักเสบ

ผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้อง ปวดตามชายโครงด้านขวาและปวดร้าวไปถึงสะบักข้างขวา เวลาหายใจเข้าลึกๆ จะปวดมากขึ้น หลังจากนั้นอาการปวดท้องจะลามไปที่กล้ามเนื้อหน้าท้อง เมื่อกดจะเจ็บ มีไข้สูง คลื่นไส้ และอาเจียน ปัสสาวะเหลือง ตัวเหลือง สามารถสรุปเป็นข้อๆได้ดังนี้

  • ปวดท้องบริเวณด้านขวา ผู้ป่วยจะรู้สึกปวดเสียด ปวดบีบ หรือ ปวดแบบตุบๆ อาการปวดท้องจะปวดร้าวไปที่หลังหรือบริเวณใต้สะบักด้านขวา และ อาการปวดแย่ลงเมื่อหายใจลึก ๆ
  • ปวดท้องหลังรับประทานอาหาร
  • ระบมที่ท้องด้านขวา เมื่อกดท้องจะปวดมาก
  • อุจจาระออกสีเทาคล้ายดินโคลน
  • ท้องอืด
  • มีไข้สูง
  • คลื่นไส้และอาเจียน
  • เหงื่อออก
  • เบื่ออาหาร
  • ผิวและตาขาวมีสีเหลือง

การรักษาโรคถุงน้ำดีอักเสบ

แนวทางการรักษาโรคถุงน้ำดีอักเสบ ผู้ป่วยจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดทันที เพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่สามารถทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ เช่น อาการเนื้อเยื่อตาย (Gangrene) ถุงน้ำดีทะลุ ตับอ่อนอักเสบ เป็นต้น การผ่าตัดถุงน้ำดีอักเสบมีเทคนิคในการผ่าตัดที่แตกต่างกัน เช่น การผ่าตัดแบบส่องกล้อง และ การผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง ซึ่งอยู่ในดุลย์พินิจของแพทย์ในการรักษา

ป้องกันโรคถุงน้ำดีอักเสบ

สำหรับแนวทางการป้องกันภาวะถุงน้ำดีอักเสบนั้น ไม่สามารถป้องกันได้อย่างเด็ดขาด แต่สามารถลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆที่ทำให้เกิดนิ่วอุดตันท่อน้ำดีได้ โดยแนวทางการป้องกันโรคมีดังนี้

  • จำกัดการกินอาหารที่มีไขมันสูง
  • ควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกิดโรคอ้วนและน้ำหนักตัวเกิน
  • ลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆที่ทำให้เกิดโรคเบาหวาน และ โรคความดันโลหิตสูง
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
  • พักผ่อนให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอในปริมาณที่เหมาะสม
โรคน่ารู้
ปัจจัยของการเกิดโรคต่างๆนั้น บางปัจจัยสามารถมองเห็นได้ แต่บางปัจจัยก็ไม่สามารถมองเห็นได้ ซึ่งปัจจัยการเกิดโรคมาจาก 3 ส่วน คือ มนุษย์ สิ่งแวดล้อม และ เชื้อโรคต่างๆที่ทำให้ร่างกายของมนุษย์และสิ่งมีชีวิตผิดปรกติ
ไวรัสโคโลน่า โรคปอดอักเสบ โรคทางเดินหายใจ โรคติดเชื้อ
โรคไวรัสโคโลน่า
โรคเอดส์ ติดเชื้อไวรัสเอชไอวี โรคติดต่อ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
โรคเอดส์
โรคกระดูกพรุน โรคข้อและกระดูก โรคไม่ติดต่อ โรคผู้สูงอายุ
 โรคกระดูกพรุน
ข้ออักเสบรูมาตอยด์ ข้ออักเสบ โรคไม่ติดต่อ โรคกระดูก
 โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
โรคเก๊าท์ อาการโรคเก๊าท์ โรคข้อกระดูก รักษาเก๊าท์
 โรคเก๊าท์
ข้อเสื่อม โรต โรคข้อกระดูก
โรคข้อเสื่อม