โยคะท่าสะพาน Bridge Pose  ท่าโยคะพื้นฐาน ที่ช่วยทำให้กล้ามเนื้อแผ่นหลัง และ กล้ามเนื้อต้นขาด้านใน ของคุณแข็งแรงและยืดหยุ่นได้เป็นอย่างดีท่าสะพาน โยคะ การฝึกโยคะ โยคะพื้นฐาน

ท่าโยคะ Bridge Pose เป็นท่าที่ทำง่าย เหมาะสำหรับสาวๆ เหมาะสำหรับการฝึกโยคะท่านี้ทุกๆวัน เพราะลักษณะท่าทางที่ไม่ต้องใช้ความยืดหยุ่นสูง ทำให้สามารถฝึกโยคะท่านี้ได้ง่ายสำหรับมือใหม่ ซึ่งนอกจากจะทำให้เราใส่กางเกงยีนส์ได้ดูดีและสวยงามมากขึ้น หรือใส่ชุดว่ายน้ำได้หนุ่มๆ หันมองกันเพียบ การฝึกท่าโยคะ Bridge Pose ยังช่วยให้มีร่างกายที่แข็งแกร่ง สำหรับคุณสาวๆที่เป็นนักกีฬา และยังทำให้ลดโอกาสอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาได้

ท่าสะพาน เป็นท่าที่ทำแล้วจะรู้สึกผ่อนคลายมาก เนื่องจากช่วยยืดกล้ามเนื้อร่างกายได้เกือบทุกสัดส่วน อีกทั้งยังสามารถช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกายออกไปได้มากโข โดยเฉพาะส่วนหน้าท้อง, สะโพก หลัง, ไหล่, แขน และมือ และถ้าหากอยากเพิ่มการเผาผลาญไขมัน แนะนำให้ลดตัวลงจนเกือบจะติดพื้น และค่อย ๆ ดึงร่างกายขึ้นไปยังตำแหน่งเดิม คล้าย ๆ การวิดพื้น

วิธีการฝึกโยคะท่าสะพาน ( Bridge Pose )

  1. เพียงแค่คุณนอนหงายราบลงกับพื้น กำหนดลมหายใจเข้าออก ให้จิตของคุณจดจ่ออยู่กับส่วนที่คุณต้องการผ่อนคลาย
  2. จากนั้นชันเข่าขึ้นแล้วแยกเท้าให้อยู่แนวเดียวกับสะโพกของคุณ  วางแขนไว้แนบกับลำตัว
  3. ค่อยๆยกสะโพกขึ้นสูงจนก้นกบมาอยู่แนวเดียวกับหัวเข่าของคุณ ส่วนหน้าอกให้อยู่เหนือไหล่ โดยที่เท้าทั้งสองข้างสามารถขยับเข้าหาตัวคุณได้เล็กน้อย ในกรณีที่ยกตัวขึ้นแล้ว รู้สึกไม่ถนัด หรือไม่ผ่อนคลาย ให้หายใจเข้าและหายใจออกตามปกติเพื่อให้ปอดได้ขยายตัว เมื่อรู้สึกผ่อนคลายแล้วก็วางตัวลงราบกับพื้นเช่นเดิม

ประโยชน์ของการฝึกโยคะท่าสะพาน

  • ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับทรวงอกและปอด
  • ช่วยให้กล้ามเนื้อมีความแข็งแรง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อ ส่วนหลัง หน้าท้อง หัวไหล่ แขน และมือ
  • ช่วยลดอาการปวดหลัง
  • ทำให้บุคลิกภาพดี มื่อมีกล้ามเนื้อแกนหลักและกล้ามเนื้อต้นขาที่รับน้ำหนักของเราที่แข็งแรงมากขึ้นแล้ว ทำให้ท่าทางต่างๆ ไม่ว่าจะยืน เดินหรือนั่งของเรามั่นคงแข็งแรง ดูดีมากขึ้น ยังรวมไปถึงการเปิดไหล่ให้ผายออกในตอนฝึกก็ช่วยปรับให้เราไหล่กว้าง

ข้อห้ามสำหรับการฝึกโยคะท่าสะพาน

  • คนที่มีภาวะโรคหัวใจ และ โรคความดันโลหิต ทัั้ง ความดันโลหิตสูง และ ความดันโลหิตต่ำ ห้ามทำท่านี้
  • คนที่เป็นโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลังให้งดปฏิบัติท่านี้
  • คนที่มีภาวะท้องร่วงอยู่ ให้งดการทำท่านี้
  • สำหรับคนที่ปวดหัวอยู่ให้งดการทำท่านี้

การออกกำลังกายโยคะ ท่าสะพาน Bridge Pose สามารถทำซ้ำไปมาแบบนี้ตามต้องการ อาจจะเริ่มตั้งแต่ 5 ครั้งก่อนในครั้งแรก จากนั้นค่อยๆเพิ่มจำนวนครั้งให้มากขึ้นในคราวต่อไป

หากหมั่นฝึกฝนให้สม่ำเสมอแล้ว จะพบว่าแผ่นหลังของคุณแข็งแรงขึ้นจนสามารถฝึกฝนต่อเนื่องไปสู่ท่าโยคะที่ยากขึ้น  ท่าโยคะที่ยากขึ้นไปเปรียบเสมือนผลตอบแทนของความแข็งแรงที่เกิดจากการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอของคุณนั่นเอง

โยคะท่าสะพาน Bridge Pose นอกจากจะช่วยฝึกฝนความแข็งแรงแล้ว ยังช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อแผ่นหลังที่เมื่อยล้ามาจากการนั่งเป็นเวลานานๆ จากการทำงาน และท่านี้ยังช่วยผ่อนคลายไปจนถึงส่วนบั้นเอวลงไปอีก การเล่นโยคะยังเป็นการฝึกฝนสมาธิ ให้จิตจดจ่ออยู่กับตัวเองให้มากขึ้น ปล่อยวางภาระหน้าที่ ที่ทำให้คุณเกิดภาวะเครียดและกังวลเพื่อให้รู้สึกผ่อนคลาย ใช้เวลาอยู่กับตัวเองอย่างน้อย 1 ชั่วโมงต่อวัน การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอจะช่วยรักษาทั้งทางร่างกายและจิตใจที่เหนื่อยและเมื่อยล้า ซึ่งหลายคนเรียกว่าโยคะบำบัด ปัจจุบันผู้คนส่วนมากยุ่งอยู่กับการทำงานหาเงินจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน และนั่นเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้คนต่างพากันเจ็บป่วยด้วยโรคแปลกกันมากขึ้น หลักๆหลายคนทำงานหาเงินมาเพื่อรักษาโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดกับตัวเอง หากเพียงแค่คุณหันมาดูแลใส่ใจตัวเองให้มากขึ้น ทานอาหารที่มีประโยชน์ หมั่นออกกำลังกาย อย่างน้อยให้เวลากับตัวเอง 1 ชั่วโมงต่อวัน

โยคะท่าสะพาน Bridge Pose จึงถือว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งเพื่อหาเวลาผ่อนคลายและสร้างความแข็งแรงให้กับตัวเอง เพราะเป็นท่าโยคะที่ง่าย และสามารถทำได้ในทุกสถานที่ อย่ารอให้คุณป่วยก่อนแล้วค่อยหาเวลาดูแลตัวเองเลย เพราะคุณไม่สามารถรู้ได้ว่าครั้งหน้าคุณจะป่วยด้วยโรคอะไร เริ่มมาใส่ใจดูแลตัวเองกันตั้งแต่วันนี้เลยดีกว่า

โยคะ (สันสกฤต: योग) เป็นกลุ่มของการปฏิบัติหรือการประพฤติทางกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ โดยถือกำเนิดที่ประเทศอินเดีย หลายพันปีมาแล้ว วิธีการฝึกโยคะนั้นมีการได้ถ่ายทอดจากอดีตถึงปัจจุบัน ในแถบหุบเขาอินดัส วอลเลย์ มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ โดยนักโบราณคดีได้ค้นพบไม้แกะสลัก และงานศิลปะประเภทรูปปั้น ที่มีการฝึกโยคะ นักปราชญ์ชาวฮิน ชื่อ ปตัญชลี ได้ปรับปรุงรูปแบบการฝึกโยคะขั้นพื้นฐาน และได้เขียนตำราสูตรการฝึกโยคะไว้ 8 ข้อ ผู้ที่ฝึกและปฏิบัติโยคะ หากเป็นชายจะเรียกว่า โยคี และหากเป็นสตรีจะเรียกว่า โยคินี โยคะมาเป็นการออกกำลังกาย จะเน้นความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกระดูกทำให้เลือดและสารอาหารไปเลี้ยงส่วนประสาท ทำให้การทำงานของต่อมต่างๆทำงานดีขึ้น ท่าต่างๆในการฝึกโยคะ จะยืดเหยียดกล้ามเนื้อตามแบบของโยคะสอดคล้องกับการหายใจ และการทำสมาธิ การฝึกโยคะจะทำให้สุขภาพจิตและสุขภาพกายดี

แหล่งอ้างอิง

  • Denise Lardner Carmody, John Carmody (1996), Serene Compassion. Oxford University Press US. p. 68.
  • Stuart Ray Sarbacker, Samādhi: The Numinous and Cessative in Indo-Tibetan Yoga. SUNY Press, 2005, pp. 1–2.
  • Tattvarthasutra [6.1], see Manu Doshi (2007) Translation of Tattvarthasutra, Ahmedabad: Shrut Ratnakar p. 102

โยคะท่างู หรือ ท่าภุชงคาสนะ โยคะท่าพื้นฐาน ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณลำตัว แขน และไหล่ ยืด ช่วยลดอาการปวดหลัง เป็นส่วนหนึ่งของชุดท่าโยคะสุริยมันสการท่างู โยคะ การฝึกโยคะ โยคะพื้นฐาน

โยคะท่างู หรือ ท่าภุชงคาสนะ โยคะท่าพื้นฐาน ท่าเอนไปด้านหลัง ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณลำตัว แขน และไหล่ ยืด ช่วยลดอาการปวดหลัง การทำท่างู มักจะเป็นส่วนหนึ่งของ ชุดท่าโยคะสุริยมันสการ หรือ ชุดท่าไหว้พระอาทิตย์

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากให้รูปร่างสมส่วน หน้าอกสวย ใหญ่ขึ้น และ ก้นกระชับ คุณไม่ควรพลาดกับโยคะท่านี้ การออกกำลังกาย โยคะ ท่างู ( Cobra ) ท่านี้หากคุณฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณหัวไหล่ ข้อมือ และ นิ้วมือของคุณแข็งแรงมากขึ้น เป็นการช่วยยืดหยุ่นกล้ามเนื้อและเพิ่มความแข็งแรงให้แผ่นหลังส่วนล่าง ช่วยนวดกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้อง เพื่อลดอาการปวดประจำเดือนสำหรับคุณผู้หญิง ช่วยให้ปอดและตับทำงานดีขึ้น ลดอาการตับโต ม้ามโต สรรพคุณของโยคะท่านี้ถือว่ามีประโยชน์มาก

วิธีการฝึกโยคะท่างู

  1. เริ่มต้นด้วยการนอนคว่ำราบกับพื้น ให้เท้าเหยียดตรงหลังเท้าแนบชิดพื้น มือทั้งสองวางไว้ข้างลำตัวโดยให้อยู่ระดับเดียวกันกับหัวไหล่ พยายามกดเท้า กล้ามเนื้อต้นขา และกล้ามเนื้อสะโพก เกร็งให้ราบกับพื้น จิตจดจ่ออยู่กับตัวเอง หายใจเข้าให้ลึกๆ แล้วหายใจออก
  2. พอหายใจเข้าอีกรอบให้ใช้มือทั้ง 2 ข้างยันพื้นเพื่อเหยียดข้อศอกให้ยืดตรง พร้อมกับยกศีรษะ ไหล่ หน้าอก เอวให้สูงขึ้น พยายามเปิดอก เปิดไหล่ ให้หลังตรง หันหน้ามองไปข้างหลังจนสุด โฟกัสไปที่ปลายเท้า
  3. ใช้แขนดันขึ้นอย่างช้าๆ โดยให้บริเวณหัวเหน่า ต้นขาและเท้าแนบชิดกับพื้นเหมือนเดิม ทำท่านี้โดยไม่ฝืนจนรู้สึกปวดหลัง ทำค้างไว้ 15-30 วินาที จากนั้นหายใจออกให้ค่อยๆคลายกล้ามเนื้อหย่อนตัวลงราบกับพื้น สามารถทำซ้ำๆกันได้ 3-5 ครั้งตามความเหมาะสม

การออกกำลังกายโยคะ ท่างู (Cobra) ทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการให้รูปร่างสมส่วน กระชับสะโพก และกระชับหน้าอก เพราะขณะฝึกฝนท่านี้ ต้องเกร็งกล้ามเนื้อเกือบทุกส่วน แต่โยคะท่านี้ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องกระดูกสันหลัง และมีปัญหาเรื่องเส้นประสาทถูกกดทับ เพราะอาจจะทำให้บาดเจ็บเพิ่มขึ้นได้

การออกกำลังกายโยคะ ท่างู (Cobra) เรายังสามารถปรับเปลี่ยนและพลิกแพลงไปสู่ท่างูจงอางได้ โดยการงอเข่าเพื่อให้เท้าแตะศรีษะ ขึ้นอยู่กับการยืดหยุ่นของแผ่นหลังส่วนล่างของแต่ละคน ในส่วนคนที่ฝึกฝนจนชำนาญแล้ว ก็สามารถทำท่านี้ต่อเนื่องได้โดยไม่รู้สึกฝืนหรือปวดหลัง

การออกกำลังกายโยคะ ท่างู Cobra เป็นท่าที่ช่วยให้หลับสบาย การฝึกฝนโยคะอย่างสม่ำเสมอ คุณจะพบการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะรูปร่างที่ดีขึ้น ผิวพรรณดูสดใสเพราะเลือดลมไหลเวียนได้ดี ทางด้านจิตใจก็ทำให้คุณรู้สึกสงบ โยคะสอนให้มีสติ ฝึกฝนโดยใช้สมาธิอยู่กับตัวเอง อย่างน้อย 1 ชั่วโมงต่อวัน ผ่อนคลายความตึงเครียดจากภาระหน้าที่ หรือปัญหาต่างๆ ที่รับมาในแต่ละวัน เราไม่สามารถหนีหรือหลีกเลี่ยงปัญหาได้ แต่เราสามารถหาเวลาเพื่อปล่อยวาง แล้วตั้งสติได้ เพื่อหาทางออก หาทางแก้ไขปัญหา ให้ออกมาดีที่สุด

ประโยชน์ของการฝึกโยคะท่างู

  • ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของร่างกาย โดยเฉพาะ กระดูกสันหลัง ไหล่ และหน้าท้อง
  • ช่วยให้กระชับกล้ามเนื้อส่วนสะโพก
  • ช่วยกระตุ้นอวัยวะในช่องท้อง ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ช่วยลดความเครียด ทำให้ร่างกายมีความผ่อนคลาย
  • ช่วยทำให้การทำงานของปอดและหัวใจดี
  • ทำให้โรคหอบหืดหายได้

ข้อควรระวังในการฝึกโยคะท่างู

  • สำหรับคนที่มีโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง รวมถึงเส้นประสาทถูกกดทับ ไม่ควรทำท่านี้
  • สตรีที่ตั้งครรภ์อยู่ก็ควรหลีกเลี่ยงท่านี้
  • สำหรับคนที่มีอาการปวดหัว อยู่ไม่ควรทำท่านี้

โยคะ (สันสกฤต: योग) เป็นกลุ่มของการปฏิบัติหรือการประพฤติทางกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ โดยถือกำเนิดที่ประเทศอินเดีย หลายพันปีมาแล้ว วิธีการฝึกโยคะนั้นมีการได้ถ่ายทอดจากอดีตถึงปัจจุบัน ในแถบหุบเขาอินดัส วอลเลย์ มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ โดยนักโบราณคดีได้ค้นพบไม้แกะสลัก และงานศิลปะประเภทรูปปั้น ที่มีการฝึกโยคะ นักปราชญ์ชาวฮิน ชื่อ ปตัญชลี ได้ปรับปรุงรูปแบบการฝึกโยคะขั้นพื้นฐาน และได้เขียนตำราสูตรการฝึกโยคะไว้ 8 ข้อ ผู้ที่ฝึกและปฏิบัติโยคะ หากเป็นชายจะเรียกว่า โยคี และหากเป็นสตรีจะเรียกว่า โยคินี โยคะมาเป็นการออกกำลังกาย จะเน้นความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกระดูกทำให้เลือดและสารอาหารไปเลี้ยงส่วนประสาท ทำให้การทำงานของต่อมต่างๆทำงานดีขึ้น ท่าต่างๆในการฝึกโยคะ จะยืดเหยียดกล้ามเนื้อตามแบบของโยคะสอดคล้องกับการหายใจ และการทำสมาธิ การฝึกโยคะจะทำให้สุขภาพจิตและสุขภาพกายดี

แหล่งอ้างอิง

  • Denise Lardner Carmody, John Carmody (1996), Serene Compassion. Oxford University Press US. p. 68.
  • Stuart Ray Sarbacker, Samādhi: The Numinous and Cessative in Indo-Tibetan Yoga. SUNY Press, 2005, pp. 1–2.
  • Tattvarthasutra [6.1], see Manu Doshi (2007) Translation of Tattvarthasutra, Ahmedabad: Shrut Ratnakar p. 102

ขายถุงกระสอบ ถุงสายรุ้ง ย้ายหอ ย้ายบ้าน ต้องการถุงกระสอบ ถุงกระสอบราคาโรงงาน
ติดต่อ ทรัพย์ทวี Line Id : nongnlove