โรคกระดูกบาง หรือ โรคกระดูกพรุน หรือ โรคกระดูกเปราะ หมายถึง ภาวะมวลกระดูกของร่างกายต่ำกว่ามาตรฐาน โดย มวลกระดูกของโรคกระดูกบาง ประมาณ -1 ถึงน้อยกว่า -2.5 sd  หากไม่รักษา ก็จะทำให้เกิดโรคกระดุกพรุน แต่สำหรับบางคนสามารถเกิดกระดูกพรุน โดยไม่เกิดภาวะกระดูกบางมาก่อน

โรคกระดูกพรุน โรคกระดูกบาง โรคข้อและกระดูก โรคไม่ติดต่อ
โรคกระดูกพรุน คือ สภาวะที่กระดูกมีปริมาณเนื้อกระดูกต่ำลง เพราะว่าแคลเซี่ยมในร่างกายต่ำลง มีผลให้หลังโก่ง และกระดูกหักง่าย โรคกระดูกพรุนเป็นโรคทางกระดูกและไข้ข้อ โรคข้อและกระดูก

สาเหตุของการเกิดโรคกระดุกพรุน

สำหรับกลไกการเกิดโรคกระดูกพรุน นั้นในทางการแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดนัก แต่พบว่าเกิดจาก การขาดความสมดุลระหว่างเซลล์สร้างกระดูก ( Osteoblast ) และ เซลล์ดูดซึมทำลายกระดูก ( Osteoclast ) ซึ่ง สาเหตุของการเสียสมดุลจำเกิดการทำลายมวลกระดูกมีปัจจัย ดังต่อไปนี้

  • อายุ เมื่อมีอายุมากขึ้น เซลล์ในร่างกายและการทำงานของระบบกระดูกก็เปลี่ยนไปตามอายุการใช้งาน
  • การขาดฮอร์โมนเพศ ซึ่งฮอร์โมนเพศ จะช่วยการสร้างเซลล์กระดูก หากเกิดภาวะประจำเดือนหมด จะทำให้ฮอร์โมนเพศหยุดการสร้างและ ทำให้มีภาวะเสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุน
  • การขาดสารอาหาร ที่มีประโยชน์ต่อการสร้างกระดูก โดยสารอาหารสำคัญต่อกระดูก เช่น โปรตีน แคลเซียม และ วิตามินดี
  • การขาดการออกำลังกาย การออกกำลังกายทำให้กระตุ้นการเคลื่อนไหว และจะช่วนกระตุ้นการทำงานของเซลล์สร้างกระดูก
  • พันธุกรรม จากสถิติพบว่าในคนที่ครอบครัวมีคนเกิดโรคนี้ คนในครอบครัวคนอื่นๆ มีโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคมากกว่าปรกติ
  • โรคแทรกซ้อนจากโรคที่เกี่ยวกับการสร้างฮอร์โมน เช่น โรคไทรอยด์ โรคเนื้องอกของต่อมใต้สมอง เป็นต้น

 

อาการของผู้ป่วยโรคกระดูกพรุน

สำหรับอาการโรคกระดูกพรุนนั้น โดยทั่วไปเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้กระดูกหักได้ง่าย โดยเฉพาะสตรีวัยหมดประจำเดือน มักเกิดกระดูกหักง่าย เช่น ปลายกระดูกแขน กระดูกข้อมือ และ เกิดการยุบ ตัวของกระดูกสันหลัง หรือ กระดูกสันหลังเสื่อม เกิดการปวดหลังเรื้อรัง ส่วนกระดูกพรุนสำหรับผู้สูงอายุ มักเสี่ยงต่อกระดูกสะโพกหัก

การรักษาโรคกระดูกพรุน

โรคกระดูกพรุนหากเป็นแล้วไม่สามารถรักษาให้กระดูกกลับมาดีเหมือนเดิมได้ สามารถทำได้โดยการรักษาตามอาการเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดจากภาวะกระดูกพรุนเท่านั้น แต่วิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับโรคกระดูกพรุน คือ การป้องกันไม่ให้เกิดโรคกระดูกพรุน โดยวิธีการ ออกกำลังกาย ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต รับประทานอาหารที่มีแคลเซี่ยมสูงสม่ำเสมอ ในปริมาณที่เหมาะสมกับร่างกาย

การดูแลผู้ป่วยโรคกระดูกพรุน

ผู้ป่วนโรคกระดูกพรุน ต้องรับประทานอหารเสริม เช่น กินวิตามินเกลือแร่ หรือ ยา ตามแพทย์แนะนำ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ รักษาระดับน้ำหนักตัวไม่ให้หนักเกินไป ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และงดการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์

การป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน

การป้องกันโรคกระดูกพรุนที่ดที่สุด คือ การหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด เช่น เลิกการดื่มสุรา เลิกสูบบุหรี่ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และ เข้ารับการตรวจมวลกระดูกอย่างสม่ำเสมอ

ผู้ป่วยที่เป็นโรคกระดูกพรุน จะต้องมีคนคอยดูแลเพราะกระดูดที่แตกง่ายหักกง่ายนี้ ผู้ป่วยเพียงแค่เดินแรงก็สามารถทำให้กระดูกหักได้เลย ภาวะกระดูกพรุ่นเป็นโรคภายในร่างกาย ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันมาก หากไม่ดูแลตัวเองให้ดี ก็จะเป็นโรคกระดูกพรุนได้

สมุนไพรบำรุงกระดูก พืชผักสมุนไพร ที่มีสรรพคุณ บำรุงกระดูก เป็นสมุนไพร ที่มีแคลเซียม สูง ซึ่งมี ดังนี้

งาดำ สมุนไพร สมุนไพรไทย พืชสมุนไพรงาดำ
มะนาว สมุนไพร พืชสวนครัว ประโยชน์ของมะนาวมะนาว
เดือย ลูกเดือย สมุนไพร ประโยชน์ของเดือย
ลูกเดือย
กระชาย สมุนไพร สมุนไพรไทย ต้นกระชายกระชาย
มะละกอ สมุนไพร สมุนไพรไทย ผลไม้
มะละกอ
ส้มโอ ผลไม้ สมุนไพร สมุนไพรไทย
ส้มโอ
กระเฉด สมุนไพร สมุนไพรไทย ผักสวนครัวผักกระเฉด
ชะอม สมุนไพร สมุนไพรไทย ผักสวนครัว
ชะอม
ตำลึง สมุนไพร สมุนไพรไทย ผักสวนครัว
ตำลึง
ชะพลู สมุนไพร สมุนไพรไทย พืชล้มลุกชะพลู
ขมิ้น สมุนไพร สมุนไพรไทย
ขมิ้น
กระเทียม สมุนไพร สมุนไพรไทย เครื่องเทศ
กระเทียม
มะเขือยาว สมุนไพร สมุนไพรไทย ผัดสวนครัว
มะเขือยาว
พริกไทย สมุนไพร สมุนไพรไทย ผักสวนครัว
พริกไทย
กระเจี๊ยบเขียว สมุนไพร สมุนไพรไทย พืชสมนุไพร
กระเจี๊ยบเขียว

โรครูมาตอยด์ หรือ โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ภาษาอังกฤษ เรียก Rheumatoid arthritis คือ ความผิดปกติเรื้อรัง ในระบบภูมิคุ้มกันเนื้อเยื่อเฉพาะส่วนข้อกระดูก มักจะมีการอักเสบของข้อเล็ก ทำให้มีอาการปวดข้อ หากไม่รักษาจะเกิดความพิการกับข้อ และหากไม่รักษาให้ทันท่วงที จะลุกลามไปทำลายอวัยวะส่วนอื่นๆ เช่น เม็ดเลือด ปอด หัวใจ และส่งผลให้ ต่อมน้ำตาฝ่อ ตาแห้งฝืด และอีกมากมาย

รูมาตอยด์ โรคข้อและกระดูก โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคไม่ติดต่อ

โรครูมาตอย วิธีรักษาโรครูมาตอยด์ สาเหตุของโรครูมาตอย์ อาหารที่ควรกิน อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง อาการปวดอย่างรุนแรงตามข้อกระดูก มือ นิ้วมือ ข้อมือ กระดูกผิดรูป

สาเหตุของการเกิดโรครูมาตอยด์

สำหรับสาเหตุของโรคการเกิดโรครูมาตอยด์ นั้นทางการแพทย์ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่จากการศึกษาทางการแพทย์พบว่า ร้อยละ 10 ของผู้ป่วยโรคนี้ เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม เนื่องจากโรคนี้เป็นโรคที่สามารถพบได้ทั่วโลก จึงมีข้อสันนิษฐานอีกอย่างว่าเกิดจากการติดเชื้อบางชนิด มีความเป็นไปได้ว่า เกิดจากเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส ซึ่งส่งผลให้เกิดข้ออักเสบเรื้อรัง

นอกจากสาเหตุของกรรมพันธ์ และ เชื้อโรคบางชนิดแล้ว สาเหตุจากฮอร์โมนในร่างกาย ก็เกี่ยวข้อง เนื่องจาก โรครูมาตอยด์พบมากในเพศหญิงม และอาการของโรคจะดีขึ้นเมื่อตั้งท้อง ระบบภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของร่างกายถูกกระตุ้นให้ทำงานมากเกินผิดปกติ โดยเฉพาะที่ข้อกระดูก เซลล์เม็ดเลือดขาว และ เซลล์เนื้อเยื่อ ถูกกระตุ้นให้ทำงานมากขึ้น และเกิดดารหลั่งสารเคมี ทำให้เกิดการอักเสบ และเนื้อเยื่อปกติถูกทำลาย

อาการของโรครูมาตอยด์

สำหรับอาการโรครูมาตอยด์ พบว่าเริ่มต้นจะมีอาการ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร และจึงเกิดอาการข้ออักเสบตามมา อาการลักษณะนี้พบว่า ร้อยละ 60 เกิดอาการตามลำดับนี้ มีส่วนน้อยที่มีอาการข้ออักเสบเลยโดยไม่มีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ผู้ป่วยส่วนใหญ่ จะมีไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต และ ม้ามโต

อาการของข้ออักเสบ ที่เกิดจากโรครูมาตอย ผู้ป่วยจปวดบวมตามข้อเล็กๆ เช่น ข้อนิ้วมือ ฝ่ามือ ข้อนิ้วเท้า และ ฝ่าเท้า แต่จะไม่พบว่ามีอาการอักเสบที่ข้อปลายนิ้วมือ และ ข้อกระดูกสันหลังส่วนเอว เมื่อพักการใช้งานข้อนานๆ จะพบว่า หลังตื่นนอนจะมีอาการข้อยึดและขยับไม่ได้ มีอาการข้อบวม และปวด ที่เกิดจากข้อกระดูกมีน้ำมาก เยื่อบุข้อหนาตัว เมื่ออาการอักเสบลักษณะนี้ เกินนานๆจะส่งผลต่อกระดูกอ่อนของข้อถูกทำลาย กระดูกรอบข้อจะบางลง และเกิดพังผืดขึ้นมาแทน ส่งผลทำให้กล้ามเนื้อทำงานไม่ปกติ

ลักษณะการผิดรูปร่างของข้อที่พบ มีหลายลักษณะแตกต่างกันตามจุดที่เกิด มีรายละเอียดดังนี้

  • หากเกิดที่ข้อนิ้วมือและข้อมือ จะมีการผิดรูป 3 แบบ คือ แบบรูปร่างคล้ายตัวหนังสือ Z เรียก Z deformity แบบคอห่าน เรียก Swan neck deformity และ แบบข้อนิ้วมือส่วนต้นงอเข้าหาฝ่ามือ เรียก Boutonniere deformity
  • การเกิดที่ข้อมือ จะทำให้ข้อมือขยับไม่ได้ และพังผืดจะเกิดรอบๆข้อ และไปกดทับเส้นประสาทส่วนปลาย ทำให้ปวดและชาที่มือและกล้ามเนื้อมือ
  • การเกิดที่ข้อเท้า และ ข้อนิ้วเท้า ทำให้พิการถึงขั้นเดินไม่ได้
  • การเกิดที่ข้อศอก จะทำให้ข้อศอกหด และ งอ ทำให้ยืดข้อศอกไม่ได้
  • การเกิดที่ข้อเข่า จะทำให้เข่าหดงอ ส่งผลกระทบต่อการเดิน
  • การเกิดทั้ข้อกระดูกสันหลังส่วนคอ อาจส่งผลให้กระดูกเลื่อนหลุด และไปกดเส้นประสาทส่วนปลาย ทำให้เกิดอาการปวดและชา แขนอ่อนแรง เป็นอัมพาตได้

การรักษาโรครูมาตอยด์

  • ใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์ ซึ่งมีทั้งชนิดกินและฉีดเข้าไปในกล้ามเนื้อ ข้อกระดูก แต่วิธีนี้จะใช้เมื่ออักเสบอย่างรุนแรงเท่านั้น และต้องใช้ในปริมาณที่พอเหมาะ เพราะจะมีผลข้างเคียง เช่น เร่งกระดูกพรุน ไตวาย และติดเชื้อง่าย และถ้าหยุดใช้ยาอาการก้จะกลับมา
  • ทำกายภาพบำบัด โดยวิธีการ ประคบร้อน แช่น้ำอุ่น ในบางกรณีแนะนำให้ ใส่เฝือกชั่วคราว เพื่อป้องกันข้อกระดูกติด ผิดรูป การทำกายภาพบำบัดสำหรับโรครูมาตอยด์ แนะนำให้ผู้ป่วยขยับตัวให้มาก เพื่อป้องกันข้อแข็งและผิดรูป การออกกำลังกายในส่วน มือ นิ้ว และแขน ก็ช่วยได้
  • ใช้ยาแก้อักเสบ วิธีนี้ใช้สำหรับกรณีที่ผู้ป่วยยังมีอาการไม่รุ่นแรง ยาแก้อักเสบจะช่วยลดอาการปวดและบวมได้ดี
  • ใช้ยายับยั้งข้ออักเสบรูมาตอยด์ที่ออกฤทธิ์ช้า วิธีนี้ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด เพราะ ยาชนิดนี้ ค่อนค้างอันตราย
  • ฝ่าตัด จะทำการเลาะเยื่อบุข้อที่การอักเสบออกและผ่าตัดซ่อมแซม เชื่อมข้อติดกัน ผ่าตัดกระดูกปรับแนวข้อกระดูกให้ตรง หรือใส่ข้อเทียม แต่การผ่าตัดนั้นเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ เพื่อบรรเทาอาการของโรครูมาตอยด์ เท่านั้น

การดูแลตนเองสำหรับผู้ป่วยโรคข้อรูมาตอยด์

ผู้ป่วนโรครูมาตอยด์ต้องเข้ารับการรักษากับแพทย์เฉพาะทาง และพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรซื้อยากินเอง และ ควรปฏิบัตตนตามนี้

  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ทำให้การเคลื่อนไหวของข้อได้ดี ช่วยลดความปวด และอาการอ่อนเพลีย
  • ไม่ควรนั่งหรือยืน ในท่าทางที่ไม่เกิดการเคลื่อนไหวเป็นเวลานานๆ เนื่องจากจะทำให้ข้อแข็ง ขาดความยืดหยุ่น แต่ไม่ควรฝืนเมื่อข้ออาการบวมและปวดอยู่
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เกิดการกระแทกที่ข้อกระดูก เช่น การยกของหนัก การกระโดดสูงๆ การทำงานที่ใช้ข้อกระดูกมากๆ
  • ควรลดน้ำหนักตัว เพิ่อแบ่งเบาภาระการทำงานของข้อกระดูก
  • รับประทานอาหาที่มีประโยชน์ต่อข้อและกระดูก เช่อ อาหารที่มีแคลเซียม วิตามินดี และ วิตามินซี เพื่อการบำรุงเนื้อเยื่อและกระดูก เป็นต้น

อาหารที่ควรรับประทานสำหรับผู้ป่วยรูมาตอย

สำหรับอาหารของผู้ป่วยเป็นรูมาตอยด์ คือ ข้าวกล้อง ผลไม้ที่ผ่านความร้อน หรือทำแห้ง ผักสีเขียว เหลือง และส้ม ที่ผ่านความร้อน น้ำ เกลือปริมาณปานกลาง น้ำเชื่อมเมเปิ้ล และสารสกัดวานิลา

อาหารที่ควรหลีกเลี้ยงสำหรับผู้ป่วนรูมาตอย

อาหารควรหลีกเลี่ยง สำหรับผู้เป็นโรครูมาตอยด์ คือ ผลิตภัณฑ์จากนมทุกชนิด ข้าวสาลี เนื้อสัตว์ทุกชนิด ข้าวโอ๊ต ข้าวราย ผลไม้ตระกูลส้ม ไข่ มันฝรั่ง ถั่ว มะเขือเทศ กาแฟ

สมุนไพรบำรุงกระดูก ช่วยป้อกันและบำรุงสภาพกระดูกให้เสื่อมช้าลงได้ เราได้รวมสมุนไพรที่บำรุงกระดูก ประกอบด้วย

มะละกอ สมุนไพร สมุนไพรไทย ผลไม้
มะละกอ
ส้มโอ ผลไม้ สมุนไพร สมุนไพรไทย
ส้มโอ
กระชาย สมุนไพร สมุนไพรไทย ต้นกระชาย
กระชาย
กระเฉด สมุนไพร สมุนไพรไทย ผักสวนครัวผักกระเฉด
ชะอม สมุนไพร สมุนไพรไทย ผักสวนครัว
ชะอม
ตำลึง สมุนไพร สมุนไพรไทย ผักสวนครัว
ตำลึง
ชะพลู สมุนไพร สมุนไพรไทย พืชล้มลุกชะพลู
ขมิ้น สมุนไพร สมุนไพรไทย
ขมิ้น
กระเทียม สมุนไพร สมุนไพรไทย เครื่องเทศ
กระเทียม
มะเขือยาว สมุนไพร สมุนไพรไทย ผัดสวนครัว
มะเขือยาว
พริกไทย สมุนไพร สมุนไพรไทย ผักสวนครัว
พริกไทย
กระเจี๊ยบเขียว สมุนไพร สมุนไพรไทย พืชสมนุไพร
กระเจี๊ยบเขียว
จำหน่ายถุงกระสอบ ถุงกระสอบล้อลาก ถุงสายรุ้ง ถุงกระสอบลายการ์ตูน
ขายถุงกระสอบ ถุงสายรุ้ง ย้ายหอ ย้ายบ้าน ต้องการถุงกระสอบ ราคาโรงงาน ติดต่อ ทรัพย์ทวี Line Id : nongnlove

โรคต่างๆ
โรคไม่ติดต่อ โรค การรักษาโรค โรคต่างๆ
โรคไม่ติดต่อ

โรคติดต่อ โรคต่างๆ การรักษาโรค โรคระบาด
โรคติดต่อ

โรคติดเชื้อ การติดเชื้อ การรักษาโรค โรคต่างๆ
โรคติดเชื้อ

โรคตา โรคเกี่ยวกับการมองเห็น สายตาผิดปรกติ โรคต่างๆ
โรคตา

โรคเกี่ยวกับต่อมไร้ท่อ ระบบฮอร์โมน การรักษาโรค โรคต่างๆ
โรคเกี่ยวกับต่อมไร้ท่อ

โรคระบบประสาท โรคต่างๆ โรคมีอะไรบ้าง การรักษาโรค
โรคระบบประสาท

โรคสมอง โรคเกี่ยวกับระบบความจำ โรคเกี่ยวกับสมอง สมองผิดปรกติ
โรคเกี่ยวกับสมอง

โรคในช่องปาก ความผิดปรกติใชช่องปาก โรคปาก การรักษาโรค
โรคในช่องปาก

โรคกระดูก โรคข้อ เกี่ยวกับข้อและกระดูก การรักษาโรค
โรคข้อและกระดูก

โรคระบบทางเดินอาหาร โรคในช่องท้อง โรคระบบย่อยอาหาร โรคระบบขับถ่าย
โรคระบบทางเดินอาหาร

โรคระบบทางเดินหายใจ โรคเกี่ยวกับการหายใจ โรคปอด โรคในช่องอก
โรคระบบทางเดินหายใจ

โรคไต โรคระบบกรองเลือด ระบบไตผิดปรกติ โรคต่างๆ
โรคไต

โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคต่างๆ
โรคหัวใจและหลอดเลือด

โรคหูคอจมูก โรคหู โรคคอ โรคจมูก
โรค หู คอ จมูก

โรคติดต่อทางเพศ โรคติดเชื้อทางเพศ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคจากเพศสัมพันธ์
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

โรคผิวหนัง ความผิดปรกติของผิวหนัง การรักษาโรค โรคต่างๆ
โรคผิวหนัง

โรคเด็ก โรคของเด็ก โรคเกี่ยวกับเด็ก โรคสำหรับเด็ก
โรคเด็ก

โรคตับ โรคเกี่ยวกับตับ โรคในช่องท้อง โรคต่างๆ
โรคตับ


โรคต่างๆ ล่าสุด

โรคฉี่หนู แล็คโตสไปโรซิส โรคติดเชื้อ โรคระบบประสาทโรคฉี่หนู หรือ โรคเลปโตสไปโรซิส


ท้องร่วง ท้องเสีย ขี้แตก โรคติดเชื้อท้องร่วงจากเชื้ออีโคไล (E. coli)


ไตอักเสบ โรคไต โรคไม่ติดต่อ โรคไตอักเสบโรคไตอักเสบ

โรคไตรั่ว โรคไต ไตอักเสบเนโฟรติก ภาวะไตรั่วโรคไตรั่ว หรือ ไตอักเสบเนโฟรติก

โรคไตวายเฉียบพลัน โรคไต ภาวะไตวาย โรคไม่ติดต่อไตวายเฉียบพลัน

โรคไตวายเรื้อรัง โรคไต ไตบายเรื้อรัง โรคไม่ติดต่อไตวายเรื้อรัง

ทางเดินปัสสาวะอักเสบ โรคระบบทางเดินปัสสาวะ โรคติดเชื้อ โรคทางเดินอาหารโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ

โรคไต ภาวะถุงน้ำในไต โรคถุงน้ำในไต โรคไม่ติดต่อโรคถุงน้ำในไต

โรคนิ่วในไต ภาวะไตอักเสบ โรคไต โรคไม่ติดต่อโรคนิ่วในไต