แม่และเด็ก



การเลี้ยงลูก

การตั้งครรภ์ และ เตรียมตัวเป็นแม่

การอยู่ไฟ

น้ำนมแม่

การวางแผนครอบครัว

การแต่งงาน

จำหน่ายถุงกระสอบ ถุงกระสอบล้อลาก ถุงสายรุ้ง ถุงกระสอบลายการ์ตูน ซื้อได้ที่ไหน


โรคริดสีดวงทวาร เป็นโรคริดสีดวง เกิดจากอะไร รักษาอย่างไร อาการของโรค

โรคริดสีดวงทวาร สาเหตุของโรค อาการ การรักษาโรคโรคริดสีดวงทวาร  ภาษาทางการแพทย์ เรียก  hemorrhoids เกิดจากความผิดปรกติของหลอดเลือดดำ ที่ทวารหนัก เป็นโรคที่สามารถพบได้บ่อย ซึ่งสาเหตุของการเกิดโรคมีหลายปัจจัย เมื่อเกิดโรคริดสีดวงทวารขึ้นกับร่างกายมนุษย์ จะส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ริดสีดวงทวาร มีอาการสำคัญ คือ ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด โดยเฉพาะเวลาเบ่งอุจจาระแรงๆ ริดสีดวงทวารหนัก เป็นโรคทั่วไปที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ร้ายแรง แต่สร้างความทุกข์ทรมานและความรำคาญ สำหรับผู้ป่วยพอสมควร วันนี้เรามาทำความรู้จักกับโรคนี้ให้ละเอียดไปด้วยกัน

ริดสีดวง ภาษาอังกฤษ เรียก Hemorrhoids หรือ Piles เกิดจากหลอดเลือดดำ บริเวณทวารหนักเกิดการขอด หรือ โปร่งพอง เป็นหัว เราเรียกหลอดเลือดดำที่ขดเป็นก้อนนี้ว่า หัวริดสีดวง เมื่อเกิดการแตกก็จะเกิดเลือดไหลออกมาจำนวนมาก ซึ่งส่วนมากจะเกิดขึ้นเวลา ท้องผูก ท้องเดิน แต่โดยปกติแล้วอาการจะไม่รุนแรงและไม่อันตราย แต่จะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกกังวล หากเกิดอาการแบบเป็นๆหายๆ

สำหรับการเกิดหัวริดสีดวง นั้นเราสามารถพบได้หลายลักษณะ ไม่ว่าจะเป็นหัวเดียว หรือหลายๆหัว ทั้งเกิดภายในร่างกายและภายนอกร่างกาย สำหรับโรคริดสีดวงทวารนั้น เราสามารถแบ่งชนิดของโรคได้เป็น 2 ชนิด คือ ริดสีดวงภายนอก เราเรียกว่า External Hemorrhoids และริดสีดวงภายใน เราเรียกว่า Internal hemorrhoids

ชนิดของโรคริดสีดวงทวาร

ริดสีดวง เราสามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ ริดสีดวงภายนอกและริดสีดวงภายใน ซึ่ง ทั้ง 2 ชนิดมีความเหลือนและแตกต่างกันอย่างไร นั้น มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • ริดสีดวงทวารภายนอก ภาษาอังกฤษ เรียก External hemorrhoids ลักษณะของริดสีดวง จะขึ้นตามชั้นผิวหนังตามแนวเส้นประสาท ซึ่งเส้นประสาทรับความรู้สึก หากเกิดที่ปากทวารหนักจะเจ็บปวดมาก เมื่อเกิดการกระทบกระเทือน เบาะรองจากบริเวณรูทวารหนักเลื่อนตัวลงมาเรื่อย ๆ จนถึงปากทวารหนัก กลุ่มเส้นเลือดและเนื้อเยื่อเหล่านี้จะเบียดออกไปด้านข้างจนกลายเป็นก้อนนูนที่ปากทวารหนัก
  • ริดสีดวงทวารภายใน ภาษาอังกฤษ เรียก Internal hemorrhoids ลักษณะปกคลุมด้วยเยื่อบุลำไส้ มักเกิดขึ้นเหนือแนวเส้นประสาทและรูทวารหนัก ซึ่งจะไม่กระทบกับเส้นประสาทรับความรู้สึก ทำให้ริกสีดวงทวารภายใน ไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด ส่วนใหญ่ผู้ป่วยริดสีดวงทวารภายในจะไม่รู้ตัว ซึ่งลักษณะของริดสีดวงภายในจะมี 2 ลักษณะ คือ ริดสีดวงภายในแบบเป็นก้อนยื่นออกจากทวาร เรียก Prolapsed hemorrhoids และ ริดสีดวงทวารภายในแบบบีบรัด เรียก Strangulated hemorrhoids  สำหรับระยะของโรคริดสีดวงทวารแบบภายในนั้น เราสามารถแบ่งระยะของโรคได้เป็น 4 ระยะ ประกอบด้วย ระยะที่1 ระยะที่2 ระยะที่3 และระยะที่4 ซึ่งรายละเอียดของแต่ละระยะ มีดังนี้
    • ริดสีดวงทวารภายใน ระยะที่ 1 เกิดหลอดเลือดดำโป่งพอง ภายในทวารหนักและลำไส้ แต่ยังไม่มีหัวริดสีดวง ในระยะนี้ สามารถรักษาได้ด้วยยา หรือฉีดยาในตำแหน่งที่มีเลือดออก
    • ริดสีดวงทวารภายใน ระยะที่ 2 เกิดหัวริดสีดวงโผล่ออกมาบริเวณปากทวารหนัก ซึ่งในระยะนี้ หัวริดสีดวงจะโผล่เข้าๆออกๆ ในระยะนี้ สามารถใช้การยิงยางรัดโคนของริดสีดวงที่โผล่ออกมาทำให้หัวริดสีดวงฝ่อและหลุดออกมาเอง
    • ริดสีดวงทวารภายใน ระยะที่ 3 เกิดหัวริดสีดวงขนาดใหญ่ขึ้น และไม่สามารถกลับเข้าทวารหนักได้
    • ริดสีดวงทวารภานใน ระยะที่ 4 เกิดหัวริดสีดวงขนาดใหญ่ ค้างอยู่ปากทวารหนัก ในระยะนี้ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บและปวด จำเป็นต้องรีบรักษา เนื่องจากหากหัวริดสีดวงเกิดการขาดลือด จะเน่า และเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยได้

สาเหตุของการเกิดโรคริดสีดวงทวาร

ปัจจัยเสี่ยงและสาเหตุที่สำคัญ ที่ทำให้เกิดโรคนี้ คือ หลอดเลือดดำ ที่อยู่ใต้ผิวหนังและใต้เยื่อเมือกบริเวณทวารหนักเกิดการปูดพอง จนเป็นหัว เนื่องจากมีภาวะความดันของหลอดเลือดดำสูง เราสามารถแจงสาเหตุที่ทำให้ความดันหลอดเลือดดำสูง ประกอบด้วย

  • พฤติกรรมการบริโภคอาหาร ที่มีกากใยอาหารน้อย
  • การเกิดโรคท้องผูกแบบเรื้อรัง ซึ่งการเกิดโรคท้องผูก สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือ การเบ่งอุจจาระ ส่งผลให้เกิดแรงดันของหลอดเลือดตำที่บริเวณทวารหนักมากขึ้น ทำให้เกิดการโป่งพองหรือขอดตัวของหลอดเลือดดำได้ง่าย
  • การเกิดโรคท้องเดิน ท้องเสียบ่อยๆ แบบเรื้อรัง การถ่ายอุจจาระบ่อย ๆ  ทำให้เกิดการบาดเจ็บ ที่เนื้อเยื่อหลอดเลือดบริเวณทวารได้
  • พฤติกรรมการถ่ายอุจจาระที่ไม่ถูกต้อง การเบ่งอุจจาระแรงๆ หรือการพยายามแบ่งอุจาระให้ออกทำให้เกิดภาวะริดสีดวงทวารได้ การเบ่งในระห่างถ่ายอุจจาระเป็นเวลานาน เป็นการเพิ่มความดัน และทำให้เกิดการบาดเจ็บที่เนื้อเยื่อหลอดเลือดบริเวณทวารได้
  • การใช้ยาสวนทวารและการกินยาระบายเป็นประจำ
  • การตั้งครรภ์ เนื่องจากคนตั้งครรภ์มีน้ำหนักตัวมากขึ้น เกิดการกดทับ ทำให้เลือดไหลกลับหัวใจได้ลดลง เกิดการคั่งของหลอดเลือด ส่งผลต่อการบวมและพองของหลอดเลือดตามมา
  • โรคอ้วน เนื่องจากน้ำหนักตัวมากมีผล ต่อแรงดันในช่องท้องและในอุ้งเชิงกรานสูง เลือดสามารถคั่งได้
  • อายุมาก การเสื่อมสภาพของเนื้อเยื้อของร่างกาย สามารถส่งผลให้เกิดหลอดเลือดโปร่งพ่องง่าย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ
  • การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก การกดทับ การถูกกระแทกที่ทวารหนัก ทำให้เนื้อเยื่อหลอดเลือดบริเวณทวารหนักเกิดการโป่งพองได้ง่าย
  • การไอเรื้อรัง หรือการไออย่างแรง เนื่องจากการไอส่งผลต่อแรงดันในช่องท้อง
  • โรคแต่กำเนิดที่ไม่มีลิ้นปิดเปิด (Valve) ในหลอดเลือดดำในเนื้อเยื่อหลอดเลือดซึ่งช่วยในการไหลเวียนเลือด มีผลทำให้เกิดภาวะเลือดคั่งอยู่ภายในหลอดเลือด จึงเกิดหลอดเลือดโป่งพองได้ง่าย
  • โรคแทรกซ้อน จากโรคอื่นๆ เช่น ก้อนเนื้องอกในท้อง เนื้องอกมดลูก เนื้องอกหรือถุงน้ำรังไข่ มะเร็งลำไส้ใหญ่  ต่อมลูกหมากโต ตับแข็ง เป็นต้น

อาการของริดสีดวงทวาร

สำหรับการของโรคริดสีดวงทวาร เราจะแบ่งอาการของโรคออกเป็น 2 ส่วนตามชนิดของโรค คือ อาการของริดสีดวงภายใน และอาการของริดสีดวงภายนอก รายละเอียดดัง ต่อไปนี้

  • โรคริดสีดวงภายนอก อาการของโรค คือ จะมีติ่งเนื้อออกมาจากปากทวารหนัก ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวด เจ็บ และระคายเคือง โดยปกติแล้วอาการนี้จะหายเจ็บได้ภายใน 2-3 วัน แต่อาการปวดอาจต้องใช้เวลา 2 ถึง 3 สัปดาห์แต่หากหัวริดสีดวงใหญ่ อาจทำให้ระคายเคือง และคันบริเวณปากทวารหนักได้
  • โรคริดสีดวงภายใน อาการของโรค คือ มีเลือดออกจากทวารหนัก แต่ไม่รู้สึกเจ็บปวด โดยมากจะเกิดตอนถ่ายอุจจาระหรือหลังถ่ายอุจจาระเสร็จ ลักษณะเลือดมีสีแดงสด ปนกับอุจจาระ หรือมีเลือดไหลหยดลงจากทวารหนัก อาการเหล่านี้จะเป็น ๆ หาย ๆ แต่หากมีอาการเรื้อรัง ทำให้เสียเลือดตัวซีดลงได้ สำหรับผู้ที่เป็นหนัก หลอดเลือดจะบวม จะเห็นหัวริดสีดวงโผล่ออกมาจากทวารหนัก เป็นก้อนเนื้อนิ่ม ๆ ซึ่งก้อนนี้จะทำให้เกิดอาการปวด และเจ็บ อาจจะทำให้เกิดอาการคัน และกลั้นอุจจาระไม่อยู่ด้วย

ผลข้างเคียงของโรคริดสีดวงทวาร

โรคริดสีดวงทวารนั้นไม่ใช้โรคร้ายแรง แต่ก็สามารถส่งผลกระทบต่างๆมากมาย เราได้แยกผลกระทบของการเกิดโรคริดสีดวงทวาร มีดัง ต่อไปนี้

  • การเสียเลือดมาก ทำให้เกิด ภาวะตัวซีด ภาวะโลหิตจาง สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคโลหิตจากอยู่แล้วให้พบแพทย์ด่วนมื่อพบว่าตัวเองเป็นโรคริดสีดวงทวาร
  • อาการหูรูดทวารปิดไม่สนิท เกิดอาการกลั้นอุจจาระไม่อยู่ เนื่องจากเนื้อเยื่อหลอดเลือดที่ทำหน้าที่ ช่วยการปิดหูรูดของทวารหนัก เกิดการหลอดเลือดโป่งพองมาขัด
  • การติดเชื้อ เช่น ฝี หนอง บริเวณก้นและทวารหนัก หากหลอดเลือดเกิดการขาดเลือด จะเกิดการเน่าเสียของเนื้อเยื่อหลอดเลือดจามมา ซึ่งส่งผลให้เจ็บและปวดอย่างหนัก ซึ่งจัดเป็นภาวะฉุกเฉิน ให้รีบไปพบแพทย์ด่วน

วิธีรักษาริดสีดวงทวาร

สำหรักการรักษาโรคริดสีดวงทวาร นั้น เราสามารถรักษาได้ด้วยการประคับประครองอาการของโรค และรักษาอาการของโรคดดยวิธีทางการศัลย์แพทย์ รายละเอียด ดังนี้

  • การรักษาโดยการประคับประคองอาการของโรค เช่น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคและการใช้ยาต่าง ๆ เช่น การใส่ยาทาบริเวณหัวริดสีดวง การเหน็บยา หรือการกินยาต่าง ๆ  เป็นต้น ข้อแนะนำในการประคับประครองอาการของโรค มีดังนี้
    • ระวังอย่าให้ท้องผูกหรือท้องเดิน ด้ายการกินอาหารที่มีกากใยอาหาร สูง เช่น ผักและผลไม้
    • ฝึกขับถ่ายอุจจาระให้เป็นเวลา โดยไม่กลั้นและไม่เบ่งอุจจาระ
    • หลีกเลี่ยงการนั่งเบ่งถ่ายอุจจาระเป็นเวลานาน
    • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรสจัดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
    • ควบคุมน้ำหนังตัวให้อยู่ในอัตราปรกติ
    • เมื่ออุจจาระเสร้จ ให้ทำความสะอาด
  • การรักษาด้วยวิธีทางศัลยกรรม ซึ่งการรักษาแบบนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค ซึ่ง มี 4 วิธี คือ การฉีดยาที่หัวริดสีดวง การใช้ยางรัด การเผาหัวริดสีดวง และการผ่าตัดริดสีดวง วิธีการต่างๆในการรักษานั้น ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ โดยรายละเอียดการรักษาริดสีดวงทวาร มีดังนี้
    • การรักษาด้วยการฉีดยาเข้าที่หัวริดสีดวงทวาร ซึ่งยาจะทำให้หลอดเลือดดำยุบตับ เป็นวิธีที่นิยมใช้รักษาโรคริดสีดวงทวาร ซึ่งจะรักษาในริดสีดวงระยะที่ 2  เป็นวิธีที่สามารถหายขาดได้ถึงร้อยละ 70 ของการรักษา สำหรับการฉีดยานั้น แพทย์จะนัดทุกสัปดาห์ ประมาณไม่เกิน 5 ครั้ง
    • การรักษาโดยการใช้ยางรัดหัวริดสีดวง ซึ่งวิธีนี้จะทำให้หัวของริดสีดวง หลุดออกหรือฝ่อไปเอง ภายใน 5 ถึง 7 วัน วิธีนี้เหมาะกับการรักษาริดสีดวงระยะที่ 2 ผู้ป่วยมักไม่มีอาการเจ็บปวด แต่หากริดสีดวงอยู่ในแนวเส้นประสาทจะรู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรง การรัดหัวริสสีดวงจึงไม่เหมาะกับริดสีดวงที่อยู่ในเส้นประสาท
    • การเผาเพื่อทำลายเนื้อเยื่อ วิธีนี้ไม่เป็นที่นิยมนัก ซึ่งส่วมมากแพทย์จะวิธีนี้ เมื่อการรักษาด้วยวิธีก่อนหน้านี้ไม่ได้ผล การเผาเนื้อเยื่อ จะใช้การจี้ด้วยไฟฟ้า การฉายรังสีอินฟราเรด การใช้แสงเลเซอร์ผ่าตัด การผ่าตัดด้วยการใช้ความเย็น เป็นต้น
    • การผ่าตัดริดสีดวงทวาร วิธีนี้จะใช้รักษาริดสีดวงในระยะ 3 และ ระยะ4  การผ่าตัดริดสีดวง แพทย์จะใช้ยาชา หรือยาสลบ หลังผ่าตัดผู้ป่วยอาจเจ็บปวดบ้าง แต่ก็ไม่มากนัก สามารถใช้ยาแก้ปวดช่วยได้ ระยะพักฟื้นประมาณ 3-4 วัน เป็นวิธีการรักษาแบบเดิม ๆ

การป้องกันโรคริดสีดวงทวาร

การเกิดริดสีดวงเป็นความผิดปรกติของเส้นเลือดดำที่บริเวณทวารหนัก การป้องกันปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคเป็นสิ่งที่ช่วยลดการเกิดโรคนี้ได้ โรคนี้ถึงจะไม่รุนแรง แต่เจ็บปวด ทรมาณกายพอสมควร วิธีการป้องกันการเกิดริดสีดวงเป็นการปรับพฤติกรรมการใช้ชิวิตที่มีผลต่อการเกิดโรค มีรายละเอียด ดังนี้

  • การรับประทานอาหารที่มีกากใยอาหารสูง
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ซึ่งร่างกายต้องการน้ำน้อยวันละ 8-10 แก้ว
  • อย่ากลั้นอุจจาระ และฝึกร่างกายให้ถ่ายอุจจาระให้เป็นเวลา
  • อย่าเบ่งอุจจาระแรง และอย่าอุจจาระนาน
  • หลีกเลี่ยงการเกิดโรคท้องร่วง โรคท้องผูก
  • รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปรกติ
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำำเสมอ และพยายามเคลื่อนไหวร่างกายอยู่เสมอ

โรคลำไส้ขาดเลือด ไส้เน่า เกิดจากอะไร อาการและการรักษาทำอย่างไร

โรคไส้เน่า โรคลำไส้ขาดเลือด โรคระบบทางเดินอาหาร โรคเด็กโรคลำไส้ขาดเลือด หรือ ลำไส้กลืนกัน สาเหตุของโรค การรักษา อาการของโรค การอักเสบของลำไส้จากการขาดเลือดไปเลี้ยง ทำให้ลำไส้เน่า ไส้ทำลุ หากปวดท้อง อาเจียนเป็นสีเหลืองเขียว อจุุจระเป็นเมือกสีแดง แสดงอาการเริ่มต้นของไส้เน่า มาทำความรู้จักกับโรคลำไส้ขาดเลือดกันว่าเป็นอย่างไร

โรคลำไส้ขาดเลือด
คือ ภาวะการขาดเลือดมาเลี้ยงลำไส้ ทำให้เกิดการอักเสบของเนื้อเยื้อของลำไส้ ส่งผลให้เกิดอาการเนื้อเยื่อเน่าตาย สาเหตุที่ทำให้ลำไส้ขาดเลือดที่พบได้บ่อยที่สุด คือ โคภาวะลำไส้กลืนกัน การเกิดลำไส้กลืนกัน พบมากกับเด็กเล็ก ซึ่งเรายังไม่ทราบสาเหตุของโรคอย่างชัดเจน ถ้าเกิดการกลืนและซ้อนกันเป็นเวลานาน ๆ จะทำให้เลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อส่วนนั้นได้ไม่ดี เกิดการขาดเลือด จนกระทั่งลำไส้เน่าตาย

โรคลำไส้ขาดเลือด เป็นโรคที่พบได้บ่อยในช่วงฤดูหนาว จนถึงต้นฤดูร้อน เป็นช่วงเดียวกันกับช่วงเวลาที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ที่ทำให้เกิดลำไส้ติดเชื้อ โดยสถิติการเกิดโรคลำไส้ขาดเลือดนั้นพบว่า อัตราการเกิดโรคที่ 1 ต่อ  250 คน หรือ 4 ต่อ 1,000 คน โอกาสที่เกิดมากเป็นเด็ก ช่วงอายุไม่เกิน 1 ปี และมักเกิดขึ้นในเด็กที่สมบูรณ์แข็งแรงดี

ปัจจัยของการเกิดโรคลำไส้ขาดเลือด

สำหรับโรคลำไส้ขาดเลือด มีปัจจัยต่างๆที่ทำให้ลำไส้ขาดเลือด มีรายละเอียด ดังนี้

  • เกิดจากการติดเชื้อในช่องท้อง
  • โรคที่เกี่ยวข้องกับระบบลำไส้ เช่น โรคตับอ่อนอักเสบ หรือโรคเบาหวาน
  • การอักเสบที่ลำไส้
  • ได้รับบาดเจ็บที่ช่องท้อง
  • โรคเกี่ยวกับระบบเลือดและหัใจ เช่น โรคลิ่มเลือด

ปัจจัยของการเกิดโรคลำไส้ขาดเลือด นั้น เป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร ขาดเลือดไปเลี้ยง ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ความร้ายแรงของโรคมากขึ้น คือ โรคเกี่ยวกับหลอดเลือดและหัวใจ รวมถึงโรคความดันโลหิตต่ำ

อาการของผู้ป่วยโรคลำไส้ขาดเลือด

ลักษณะของอาการลำไส้ขาดเลือดนั้นจะมีลักษณะของอาการแบบเฉียบพลัน และมักเกิดกับเด็กทารก ที่ไม่สามารถพูดเพื่อบอกได้ว่า เกิดอะไรขึ้น ดังนั้น จำเป็นต้องสังเกตุอาการ ดังต่อไปนี้

  • มีอาการปวดท้องแบบเป็นๆหายๆ ซึ่งหากอาการเกิดกับเด็กทารก เด็กจะร้องไห้โยเย
  • มีอาการอาเจียน และในอาเจียนมีสีเหลืองปนเขียว และอาการอาเจียนจะมีเป็นระยะๆ
  • อุจจาระเหนียว เป็นมูก มีเลือดปน คลายแยมสีแดง คล้ายแยม คืออุจจาระของลูกจะมีลักษณะเหลวเหนียวข้น มีมูกเลือดปน

หากเกิดอาการอุจจาระเป็นแยม สีแดง เมื่อไร แสดงว่าเริ่มอันตรายแล้ว หากไม่รีบทำการรักษาจะทำให้ลำไส้อักเสบ เกิดอาการเน่าเสีย และลำไส้ทะลุ เสียชีวิตในที่สุด

การรักษาผู้ป่วยโรคลำไส้ขาดลือด

สำหรับการรักษาโรคลำไส้ขาดเลือดนั้น มีวิธีรักษาอยู่ 2 วิธี คือ การสวนแป้ง และการผ่าตัดลำไส้ ซึ่งรายละเอียดของการรักษาโรคลำไส้ขาดเลือด มีดังนี้

  • การรักษาลำไส้ขาดเลือด ด้วยการสวนแป้ง เป็นการรักษาทางรังสีวิทยา โดยใช้แป้งสวนก้นของเด็ก ทำให้เกิดแรงดัน ทำให้ลำไส้คลายตัว เมื่อลำไส้คลายตัว เลือดก็สามารถไปเลี้ยงลำไส้ได้ตามปรกติ อาการจะเริ่มดีขึ้น และหายภายใน 2วัน
  • การรักษาลำไส้ขาดเลือด โดยการผ่าตัดลำไส้ สำหรับการผ่าตั้นนั้น จะทำเมื่อการรักษาโดยการสวนแป้งไม่ได้ผล การผ่าตัดจะทำการดึงลำไส้ออกให้คลายตัว ให้เลือดไปเลี้ยงลำไส้ได้ตามปรกติ หากพบว่ามีอาการเน่าของลำไส้แล้สต้องตัดลำไส้ส่วนที่เน่าเสียออกแล้วต่อใหม่

โรคลำไส้กลืนกันนี้แม้ว่าจะเป็นโรคที่ร้ายแรงและเฉียบพลัน แต่ผลของการรักษาจะดีมากถ้าวินิจฉัยได้เร็ว ปัญหาที่พบบ่อย คือ พ่อ แม่ หรือผู้ดูแลไม่ทราบว่าเป็นโรคนี้ คิดว่าเป็นโรคลำไส้อักเสบ โรคบิด หรือไวรัสลงกระเพาะ ซื้อยามาให้ลูกกินเอง จนกระทั่งลูกมีอาการของลำไส้ขาดเลือด คือ ถ่ายอุจจาระเป็นเลือดถึงค่อยพามาหาแพทย์ ทำให้ได้รับการรักษาช้าเกินไป ดังนั้น เมื่อใดที่ลูกมีอาการดังที่กล่าวมาข้างต้น ก็ควรรีบพามาพบแพทย์เสียแต่เนิ่น ๆ

ภาวะลำไส้ขาดเลือดในเด็ก นั้นเกอดจากการที่ลำไส้ไม่มีเลือดไปเลี้ยง ทำให้ผนังลำไส้เกิดภาวะอักเสบและเน่าตาย จนลำไส้ทะลุ เป็นโรคอันตรายสำหรับเด็ก และการค้นหาสาเหตุของโรคยาก เนื่องจากผู้ป่วยไส่สามารถสื่อสารทางการพูดเพื่อบอกเล่าอาการเพื่อทำการวิเคราะห์และรักษา

โรคสำหรับเด็กอื่นๆ มีอะไรบ้าง

ปากเปื่อย เท้าเปื่อย โรคติดเชื้อ
โรคปากเปื่อย เท้าเปื่อย
ไข้หวัด การรักษา สาเหตุของไข้หวัด
ไข้หวัด
โรคตาแดง โรคทางตา อาหการและการรักษา
โรคตาแดง
ยุงลาย ภาหะนำโรค โรคไข้เลือดออก
โรคไข้เลือดออก
โรคติดต่อ คาวาซากิ หัดญี่ปุ่น
โรคคาวาซากิ
 โรคหัดญี่ปุ่น
โรคตา ตากุ้งยิง การรักษาตากุ้งยิง
โรคตากุ้งยิง
โรคติดต่อ โรคฝีดาษ ไข้ทรพิษ การรักษา
โรคฝีดาษ
ไข้ทรพิษ
โรคปอดบวม สาเหตุ การรักษา โรคและการรักษา โรคต่างๆ โรคติดเชื้อ
โรคปอดบวม

loading...
สมุนไพรไทย แยกตามสรรพคุณทางยา


สมุนไพร ดูแลช่องปาก สรรพคุณดูแลช่อปาก
สมุนไพร ดูแลช่องปาก เหงือก ฟัน

สมุนไพร สรรพคุณ ขับลม ท้องอืด ท้องเฟ้อ
สมุนไพร ขับลม แก้ท้องอืด แก้ท้องเฟ้อ
สมุนไพร ถ่ายพยาธิ ช่วยในการถ่ายพยาธิ
สมุนไพร ช่วยถ่ายพยาธิ
สรรพคุณสมุนไพร บำรุงกระดูก
สมุนไพร บำรุงกระดูก
สมุนไพร สำหรับผิว สรรพคุณบำรุงผิว
สมุนไพร บำรุงผิว
สมุนไพร บำรุงสมอง สรรพคุณบำรุงสมอง
สมุนไพร บำรุงสมอง
บำรุงสายตา สมุนไพร สรรพคุณ รักษาตา
สมุนไพร บำรุงสายตา
บำรุงหัวใจ สมุนไพรไทย สรรพคุณบำรุงหัวใจ
สมุนไพร บำรุงหัวใจ
สรรพคุณทางยา สมุนไพร บำรุงเลือด บำรุงโลหิต
สมุนไพร บำรุงเลือด
สมุนไพรไทย สรรพคุณบำรุงศรีษะ และหนังศรีษะ
สมุนไพร บำรุงเส้นผม
สมุนไพรไทย สรรพคุณ ต้านมะเร้ง
สมุนไพร ป้องกันมะเร็ง
สมุนไพรไทย ใช้รักษาแผล สรรพคุณ รักษาแผล
สมุนไพร รักษาแผล
สมุนไพรไทย ลดความดันเลือด ลดความดันโลหิต
สมุนไพร ลดความดันโลหิต
สมุนไพรไทย สรรพคุณ ลดไขมันในเส้นเลือด
สมุนไพร ลดไขมันในเส้นเลือด
สมุนไพรไทย สรรพคุณ เป็นยาระบาย
สมุนไพร ยาระบาย
สมุนไพรไทย สรรพคุณ แก้ท้องร่วง แก้ท้องเสีย
สมุนไพร แก้ท้องร่วง
สมุรไพรไทย ขับสารพิษในร่างกาย ล้างพิษ
สมุนไพร ขับสารพิษในร่างกาย
สมุนไพรไทย ช่วยขับปัสสาวะ ฉี่
สมุนไพร ขับปัสสาวะ
สมุนไพรไทย ช่วยขับประจำเดือน
สมุนไพร ขับประจำเดือน
สมุนไพรไทย สรรพคุณ แก้ท้องร่วง แก้ท้องเสีย
สมุนไพร แก้ท้องเสีย
Advertising place
โรคต่างๆ
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพไข้หวักนก H7N9
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพไข้หวัดนก H5N1
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรคไข้เลือดออก
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรคไข้หวัดใหญ่
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
ไข้หวัด
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรคตากุ้งยิง
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรคเก๊าท์
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรคข้อเสื่อม
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรครูมาตอยด์
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรคคาวาซากิ
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
ไข้ทรพิษ
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรคหูด
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรคติดเชื้อHPVs
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพโรคกาลี
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพโรคแอนแทรกซ์
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพไข้กาฬหลังแอ่น
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพตาบอดสี
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพโรคต้อหิน
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพภาวะความดันตาสูง
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพต้อกระจก
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพโรคตาแดง
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
ตาเหล่
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพตาแห้ง
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรคกระดูกพรุน
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรคปลอกหุ้มเอ็นอักเสบ
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรคหัดญี่ปุ่น
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรคฝีดาษ
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพโรคไข้หวัดสายพันธ์ใหม่ 2009
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรควัณโรด
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
ไข้กาฬนกนางแอ่น
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรคติดเชื้อเมนิงโกค็อกคัส
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพไข้ไทฟอยด์
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพเลือดออกในวุ้นตา
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพจอประสาทตาลอก
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพเยื่อบุตาอักเสบ
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพเบาหวานขึ้นตา
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพต้อเนื้อ
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพต้อลม
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพริดสีดวงที่ตา
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพพังผืดที่จอตา
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรคกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรคปากเปื่อย เท้าเปื่อย
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรคไข้หวัดมรณะ (SARS)
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรคซาร์ (SARS)
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรคฉี่หนู
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพโรคเลปโตสไปโรซิส
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพโรคบาดทะยัก
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
ไข้รากสาดน้อย