แม่และเด็ก



การเลี้ยงลูก

การตั้งครรภ์ และ เตรียมตัวเป็นแม่

การอยู่ไฟ

น้ำนมแม่

การวางแผนครอบครัว

การแต่งงาน

จำหน่ายถุงกระสอบ ถุงกระสอบล้อลาก ถุงสายรุ้ง ถุงกระสอบลายการ์ตูน ซื้อได้ที่ไหน


โรคพยาธิใบไม้ในปอด อาการไอเรื้อรัง ไอเป็นเลือด อาจเกิดจากพยาธิใบไม้ในปอด

โรคพยาธิใบไม้ในปอด โรคพยาธิใบไม้ โรคติดต่ออาการของโรคพยาธิใบไม้ในปอด อาการสำคัญคือ ไอเรื้อรัง และไอเป็นเลือด เกิดจากการติดพยาธิจากการกินอาหาร กินปูดิบ กินกุ้งดิบ เช่น ปูน้ำตก ปูลำห้วย ปูป่า กุ้งฝอย นอกจากไอแล้ว เสมหะจะมีสีเขียวข้น บางครั้งอาจมีพยาธิออกมากับเสมหะ หากไม่รักษาอาจ ทำให้พยาธิขึ้นสมอง มีอาการชัก สายตาผิดปรกติ  มีอาการบวมเหมือนคนเป็นดรคพยาธิตัวจี๊ด ทำความรู้จักกับ โรคพยาธิใบไม้ในปอด ว่า เกิดจากสาเหตุอะไร รักษาอย่างไร และต้องดูแลอย่างไร

โรคพยาธิใบไม้ปอด ชนิดพาราโกนิมัส หรือภาษาอังกฤษ เรียก Paragonimus เกิดจากการพยาธิใบไม้ ชื่อ Paragonimus westermani ที่อาศัยอยู่ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อย่าง หมา แมว เป็นต้น เมื่อพยาธิตัวนี้เข้าสู่ร่างกายคน จะเข้าสู่ปอด ทำให้มีอาการไอเรื้อรังและไอเป็นเลือดได้ ซึ่งพยาธิใบไม้ชนิดนี้ สามารถแพร่ระบาดสู่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมได้โดย การรับประทานอาหารประเภทปูและกุ้งน้ำจืดบางชนิด แบบดิบๆ ซึ่งโรคนี้สามารถพบได้ในประเทศเขตร้อน แถบเอเชีย อเมริกาใต้และแอฟริกา สำหรับประเทศไทยนั้น พบว่ามีรายงานผู้ป่วยในจังหวัดเพชรบรูณ์ สระบุรี นครนายก เชียงราย น่าน เลย ราชบุรี เป็นพยาธิชนิดพาราโกนิมัส เฮเทอโรทรีมัส (Paragonimus heterotremus)

สาเหตุของการติดพยาธิใบไม้ในปอด

สาเหตุหลักของการติดพยาธิใบไม้ในปอดนั้น เกิดจาก การมีพยาธิใบไม้ที่มีการอาศัยในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น เสือ พังพอน ซึ่งโรคพยาธิชนิดนี้ ผู้ป่วยบางรายกลืนเสมหะลงไป ทำให้ไข่พยาธิที่จะขับออกมากับเสมหะ สามารถออกมากับอุจจาระ และลงสู่แหล่งน้ำะรรมชาติ สัตว์น้ำ อย่าง ปู และกุ้ง กินต่อ ทำให้เกิดการแพร่ระบาดได้ง่าย ภายใน 30 วัน ไข่พยาธิสามารถฟักตัวได้ และเจริญเติบโตต่อในร่างกายของสัตว์เหล่านั้น เมื่อมนุษย์จับสัตว์แหล่านั้นมาทำอาหาร โดยไม่มีการปรุงอาหารให้สุก ก่อน ก็จะรับไข่พยาธิเข้าสู่ร่างกาย

สำหรับการรับไข่พยาธิเข้าสู่ร่างกายและจะเกิดโรคพยาธิใบไม้ในปอดนั้น มีระยะของการเกิดโรค ยาวนานถึง 20 ปี เนื่องจากในชีวิตประจำวันของสัตว์ที่มีไข่ของพยาธืนั้น เอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตของพยาธิใบไม้ในตับได้

ระยะของการติดต่อ

ซึ่งระยะของการติดโรคนั้น มี 2 ระยะคือ ระยะฟักตัวและระยะติดต่อ รายละเอียดของระยะต่างๆ มีดังนี้

  • ระยะฟักตัวของโรค ในระยะนี้กินเวลา ประมาณ 45 วัน นับตั้งแต่พยาธิใบไม้เข้าสู่ร่างกาย จากนั้นเจริยเติบโตเป็นตัวเต็มวัยและสามารถผสมพันธ์และออกไข่ได้
  • ระยะติดต่อของโรค ในระยะนี้สามารถกินเวลาได้มากกว่า 20 ปี เนื่องจากหากมีพยาธิใบไม้เจริญเติบดตในร่างกายแล้ว เกิดการขยายพันธ์ แต่การติดต่อของพยาธิจะไม่ติดต่อจากมนุษย์สู่มนุษย์โดยตรง แต่การติดต่อนั้นต้องอาศัยตัวกลางเป็นพาหะ เช่น กุ้ง หอยและปู เป็นต้น

อาการของผู้ป่วยโรคพยาธิใบไม้ในปอด

ลักษณะอาการของโรค มีความเหมือนกับโรควัณโรค คือ อาการไอแบบเรื้อรัง มีเสมหะเหนียวข้น อาจมีโลหิตปนออกมากับเสมหะ รวมถึงไอเป็นเลือด และสามารถพบพยาธิออกมากับเสมหะได้ ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บที่หน้าอก หากไม่เข้ารับการวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุของโรคและรับการรักษาอย่างทันท่วงที จะทำให้ พยาธิขึ้นสมอง หากพยาธิเข้าสมองแล้ว ผู้ป่วยจะปวดหัว มีอาการเหมือนผู้ป่วยเนื้องอกในสมอง มีอาการชัก เป็นลมบ้าหมู ระบบสายตาผิดปกติ มีหนอนพยาธิอาศัยอยู่ใต้ผิวหนัง จะรู้สึกเหมือนเป็น โรคพยาธิตัวจี๊ด

สำหรับการตรวจวินิจฉัยโรค สามารถทำได้โดยการ สังเกตุอาการของผู้ป่วย ตรวจเสมหะและตรวจอุจจาระเพื่อหาไข่ของพยาธิ เอ็กซเรย์ปอดเพื่อดูความผิดปรกติของปอด เป็นต้น

การรักษาโรคพยาธิใบไม้ในปอด

สามารถทำการรักษาได้โดยการใช้ยา แต่การใช้ยาจะมีอาการแทรกซ้อน บ้าง แต่ไม่เป็นอันตราย เช่น มีอาการท้องเดิน ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน โดยยาที่ใช้ในการรักษาโรคพยาธิใบไม้ในปอด คือ

  1. ยาไบไทโอนอล (Bithionol) ต้องให้ยานี้ในปริมาณ 30 ถึง 40 มิลลิกรัม ต่อ น้ำหนักตัวคน 1 กิโลกรัม โดยให้ยาวันเว้นวัน 10 ถึง 15 ครั้ง
  2. ยาไบทิน บิส (Bitins bis) ต้องให้ยาในปริมาณ 10 ถึง 20 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ให้ยาวันเว้นวัน 10 ถึง 15 ครั้ง
  3. ยาฟาซควอนเตล (Prazlquamtel) ต้องให้ยาในปริมาณ 25 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ให้วันละ 3 ครั้ง เป็นเวลาติดต่อกัน 3 วัน

การควบคุมและป้องกันโรคพยาธิใบไม้ในปอด

ลักษณะการป้องกันให้ทำเหมือนโรคพยาธิไส้เดือนและพยาธิใบไม้ในตับ โดยข้อควรปฏิบัติสำหรับการควบคุมและป้องกัน มีดังนี้

  1. ให้กำจัดเสมหะและอุจจาระของผู้ป่วยย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันการขยายพันธ์ และแพร่เชื้อสู่สัตว์อื่นๆ เช่น ขุดหลุมฝังเสมหะและถ่ายอุจจาระให้ลึกๆ ไม่บ้วนเสมหะลงที่สาะารณะ ที่มีคนจำนวนมาก และแม่น้ำลำคลอง
  2. ทำลายสัตว์ที่เป็นพาหะตัวกลางนำโรค เช่น หอย ปู กุ้ง หนู พังพอน แต่การกำจัดนั้น เป็นไปได้ยาก สิ่งที่ดีที่สุดคือ การหลีกเลี้ยงในการสัมผัสและใกล้ชิดกับสัตว์ที่มีโอกาสเป็นพาหะของพยาธิ
  3. ไม่รับประทานอาหารพวกกุ้งและปูแบบดิบๆ

โรคเท้าช้าง โรคจากยุง ทำให้ระบบน้ำเหลืองผิดปรกติ เกิดอาการบวมที่แขน ขา อัณฑะ

โรคเท้าช้าง โรคติดต่อ โรคพยาธิโรคเท้าช้าง ภาษาอังกฤษ เรียก Lymphatic filariasis หรือเรียกอีกอย่างว่า Elephantiasis โรคนี้เกิดจากหนอนพยาธิตัวกลม หนอนพยาธิโรคเท้าช้างนั้นอาศัยอยู่ในต่อมน้ำเหลืองและท่อน้ำเหลือง ลักษณะอาการที่เห็นได้ชัดเจน คือ แขน ขาบวม ผิวหนังจะหยาบหนา เหมือนเท้าช้าง เราจึงเรียกโรคนี้ว่า โรคเท้าช้าง

สำหรับประเทศไทยในสมัยก่อน พบว่ามีผู้ติดเชื้อมากถึง 300 คนต่อปี แต่ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้า มีอัตราคนป่วยลดลงอย่างต่อเนื่อง สำรวจล่าสุดปี 2558 อัตราการเกิดโรคนี้ 0.36 คนในประชากร 100,000 คน และอัตราการเกิดดรคผู้ชายจะสูงกว่าผู้หญิง ประเทศไทยพบผู้ป่วยที่จังหวัดนราธิวาส ในส่วนของประเทศอื่นๆ พบว่าทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคเท้าช้าง 110 ล้านคน มากพบในประเทศแถบเอเชีย แอฟริกา อเมริกาใต้ หมู่เกาะแปซิฟิก และหมู่เกาะแถบทะเลแคริบเบียน เป็นต้น

โรคเท้าช้าง คือ การติดเชื้อพยาธิฟิลาเรีย ชนิด Brugia malayi หรือ Wuchereria bancrofti  โดยพยาธิจะอาศัยอยู่ในระบบน้ำเหลืองของมนุษย์ และทำให้ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ ท่อน้ำเหลืองอักเสบ เมื่อระบบน้ำเหลืองของมนุษย์เกิดอุดตัน จะเกิดพังผืด น้ำเหลืองคั่ง ทำให้อวัยวะโตขึ้น ลักษณะแบบนี้ เราเรียกว่า ภาวะโรคเท้าช้าง

ในส่วนของพยาธิชนิด Wuchereria bancrofti พยาธิที่อาศัยอยู่ในระบบน้ำเหลือง บริเวณอวัยวะเพศ ส่งผลให้อัณฑะมีถุงน้ำ การปัสสาวะมีไขมันปน ส่วนพยาธิชนิด  Brugia malayi จะทำให้ขาโตเสียเป็นส่วนมาก

สาเหตุของการเกิดโรคเท้าช้าง

โรคเท้าช้างมีสาเหตุจากพยาธิตัวกลม ชื่อ Wuchereria bancrofti  Brugia malayi และ Brugia timori ซึ่งพยาธิตัวกลมเหล่านี้อาศัยในร่างกายมนุษย์ โดยมียุงเป็นพาหะโรคของโรค พยาธิ Wuchereria bancrofti จะพบในยุงลายและยุงรำคาญ พยาธิ Brugia malayi พบในยุงลายเสือ ส่วนพยาธิ Brugia timori พบในยุงก้นปล่อง

วงจรชีวิตของหนอนพยาธิตัวกลม

เริ่มจากยุงตัวเมียที่มีเชื้อพยาธิเท้าช้าง เป็นตัวอ่อนขั้นที่ 3 กัดและดูดเลือดมนุษย์ เชื้อพยาธิจะเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ทางผิวหนัง พยาธิจะไปที่ท่อน้ำเหลือง ภายในระยะเวลา 9 เดือน พยาธินี้จะกลายเป็นตัวเต็มวัย เมื่อตัวเต็มวัยเหล่าอยู่ในท่อน้ำเหลืองมากขึ้น เกิดการขยายพันธ์ ตัวอ่อน ซึ่งตัวอ่อนเหล่านี้ จะแพร่เข้าสู่เส้นเลือด เมื่อยุงดูดเลือดก็สามารถขยายพันธ์ต่อไปไม่มีวันจบสิ้น

พยาธิที่เป็นสาเหตุของโรคเท้าช้าง มี 2 ชนิด ซึ่งสามารถย่อยเชื้อโรคออกได้ 4 ชนิดด้วยกัน รายละเอียดดังนี้

  • พยาธิตัวกลม Wuchereria bancrofti ชนิด nocturnally periodic type สำหรับเชื้อโรคชนิดนี้ เมื่อผลิตตัวอ่อนจะเข้าสู่กระแสเลือดช่วงกลางคืน เป็นสาเหตุของโรคเท้าช้าง ในแถบภูเขาภาคเหนือ เช่น จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดราชบุรี จังหวัดตาก เป็นต้น
  • พยาธิตัวกลม Wuchereria bancrofti ชนิด nocturnally subperiodic type สำหรับเชื้อโรคชนิดนี้ตัวอ่อนสามารถเข้าสู่กระแสเลือดทุกเวลา เชื้อโรคชนิดนี้ เป็นสาเหตุของโรคเท้าช้าง ในแถบจังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดตาก เป็นต้น
  • พยาธิตัวกลม Brugia malayi ชนิด nocturnally subperiodic type เชื้อโรคชนิดนี้มียุงลายเสือเป็นภาหะนำโรค พบมากบริเวณป่าพรุ พบโรคเท้าช้างชนิดนี้ ในจังหวัดนราธิวาสและจังหวัดนครศรีธรรมราช
  • พยาธิตัวกลม Brugia malayi ชนิด diurnally subperiodic type ตัวอ่อน Microfilaria ตัวอ่อนของพยาธิสามารถเข้าู่เส้นเลือดได้ตลอดวลา พบมากที่อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฏร์ธานี

พยาธิตัวกลมชนิด Brugia malayi นั้นสามารถพบในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่าง อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และไทย โดยพยาธิเหล่านี้มาจากยุง และเชื้อโรคอาศัยอยู่ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น แมวบ้าน สุนัข ลิง ค่าง แมวป่า ชะมด นางอาย เป็นต้น

อาการของผู้ป่วยโรคเท้าช้าง

โรคเท้าช้างเกิดจากพยาธิตัวกลม ที่อาศัยในต่อมน้ำเหลืองและท่อน้ำเหลือง เมื่อพยาธิเหล่านี้อาศัยในร่างกายมนุษย์ และขยายพันธ์จนเต็มพื้นที่ จะทำใหเกิดอาการ โดยอาการของโรคเท้าช้างจะสามารถแบ่งอาการได้เป็น 3 กลุ่ม รายละเอียด ดังนี้

  1. กลุ่มผู้ป่วยเท้าช้างที่ไม่แสดงอาการ พบได้มากที่สุดในกลุ่มผู้ป่วย แต่เชื้อโรคสามารถตรวจได้ในห้องปฏิบัติการ ซึ่งจะพบว่ามีความผิดปรกติที่เลือด ปัสสาวะ หนังหุ้มอัณฑะ เป็นต้น
  2. กลุ่มผู้ป่วยเท้าช้างที่มีอาการที่ระบบน้ำเหลือง แบบเฉียบพลัน เราเรียก Acute adenolymphangitis เรียกย่อๆว่า  ADL ผู้ป่วยจะมีไข้สูงและอักเสบที่ท่อน้ำเหลือง ทั่วร่างกาย ผิวหนังก็จะเป็นเส้นสีแดง คลำ แข็งๆ และปวดเวลากด ผิวหนังจะบวมขึ้น มักเกิดที่ต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบและรักแร้ และถ้าเกิดกับพยาธิ ชนิด Brugia malayi จะพบว่ามีฝีหนองตามผิวหนัง ส่วนพยาธิ ชนิด Wuchereria bancrofti ผู้ป่วยจะมีปวดอัณฑะ อาการของผู้ป่วยจะ เกิดขึ้นทุกๆ 6 ถึง 10 วัน
  3. กลุ่มผู้ป่วยเท้าช้างที่มีอาการเรื้อรัง เป็นลักษณะของผู้ป่วยโรคเท้าช้าง ต่อเนื่องหลายปีและรักษาไม่หายขาด ท่อน้ำเหลืองจะมีอาการอักเสบ แบบเป็นๆหายๆ และเกิดพังผืด ส่งผลให้เกิดการอุดตันของท่อน้ำเหลือง ทำให้น้ำเหลืองไม่สามารถไหลได้ตามปกติ น้ำเหลืองจึงเกิดการคั่งตามเนื้อเยื่อรอบๆท่อน้ำเหลือง เนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง ทำให้เกิดการบวมโตของเนื้อเยื่อ

สำหรับอวัยวะที่บวมสามารถเห็นชัด เช่น แขน ขา และเต้านม ลักษณะคือ บวม จนเสียรูปทรง ผิวหนังจะหนาขึ้น สูญเสียความยืดหยุ่น ถ้าท่อทางเดินน้ำเหลืองที่อยู่ด้านหลังเยื่อบุช่องท้องถูกทำลาย ไตจะไม่สามารถถ่ายเทน้ำเหลืองเข้าหลอดเลือดดำได้ ส่งผลต่อท่อปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะสีออกขาวขุ่นคล้ายน้ำนม เราเรียกลักษณะแบบนี้ว่า Chyluria

การรักษาโรคเท้าช้าง

สำหรับการรักษาผู้ป่วยยโรคเท้าช้างนั้น มีแนวทางการรักษา 3 แนวทาง ที่ต้องทำควบคู่กันไป ประกอบด้วย การฆ่าเชื้อโรค การรักษาอาการของระบบน้ำเหลืองอักเสบ และรักษาอาการบวม ซึ่งรายละเอียดของการรักษามีรายละเอียด ดังนี้

  1. การฆ่าเชื้อโรค โดยการให้ยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อโรค แต่การใช้ยาปฏิชีวะนะสามารถตรวจเชื้อจาก การตรวจคัดกรองและในผู้ที่มีการอักเสบของต่อมน้ำเหลืองแบบเฉียบพลันและท่อน้ำเหลือง สามารถฆ่าได้ในตัวอ่อนแต่ไม่สามารถฆ่าได้หมดในพยาธิตัวเต็มวัย ผู้ป่วยจึงต้องกินยาซ้ำทุกๆปี เพื่อตัดวงจรการแพร่กระจายเชื้อไปสู่ผู้อื่นและลดการแพร่เชื้อตัวใหม่ ดังนั้นพยาธิตัวเต็มวัยที่อยู่ในร่างกายมนุษย์ จะตายเมื่ออายุ 5 ถึง 7 ปี
  2. การรักษาอาการของระบบน้ำเหลืองอักเสบ สามารถรักษาได้โดยการ ให้ยาลดไข้และยาแก้ปวด
  3. การรักษาอาการบวม ของแขน ขา การรักษาอาการบวมของแขนขานั้นสามารถทำได้ด้วยการป้องกันอาการติดเชื้อที่ผิวหนัง และป้องกันการเกิดแผล แต่ไม่มีวิธีลดขนาดของแขนขาให้กลับมาปกติได้ ส่วนอัณฑะที่บวมนั้น ต้องรักษาด้วยการผ่าตัดออก

การป้องกันและควบคุมการเกิดโรคเท้าช้าง

  • ป้องกันและหลีกเลี่ยงไม่ให้ยุงกัด โดยรายละเอียดดังนี้ นอนในมุ้ง หรือห้องมุ้งลวด ทายากันยุง ควบคุมการเกิดยุง พ่นยากันยุง กำจัดลูกน้ำ กำจัดวัชพืชและพืชน้ำที่เป็นแหล่งเกาะอาศัยของลูกน้ำ
  • ประชาชนที่อยู่ในแหล่งระบาดของโรคเท้าช้าง ให้กินยาป้องกัน โดยสามารติดต่อขอรับยาที่ หน่วยงานสังกัดกระทรวงสาธารณะสุข

loading...
สมุนไพรไทย แยกตามสรรพคุณทางยา


สมุนไพร ดูแลช่องปาก สรรพคุณดูแลช่อปาก
สมุนไพร ดูแลช่องปาก เหงือก ฟัน

สมุนไพร สรรพคุณ ขับลม ท้องอืด ท้องเฟ้อ
สมุนไพร ขับลม แก้ท้องอืด แก้ท้องเฟ้อ
สมุนไพร ถ่ายพยาธิ ช่วยในการถ่ายพยาธิ
สมุนไพร ช่วยถ่ายพยาธิ
สรรพคุณสมุนไพร บำรุงกระดูก
สมุนไพร บำรุงกระดูก
สมุนไพร สำหรับผิว สรรพคุณบำรุงผิว
สมุนไพร บำรุงผิว
สมุนไพร บำรุงสมอง สรรพคุณบำรุงสมอง
สมุนไพร บำรุงสมอง
บำรุงสายตา สมุนไพร สรรพคุณ รักษาตา
สมุนไพร บำรุงสายตา
บำรุงหัวใจ สมุนไพรไทย สรรพคุณบำรุงหัวใจ
สมุนไพร บำรุงหัวใจ
สรรพคุณทางยา สมุนไพร บำรุงเลือด บำรุงโลหิต
สมุนไพร บำรุงเลือด
สมุนไพรไทย สรรพคุณบำรุงศรีษะ และหนังศรีษะ
สมุนไพร บำรุงเส้นผม
สมุนไพรไทย สรรพคุณ ต้านมะเร้ง
สมุนไพร ป้องกันมะเร็ง
สมุนไพรไทย ใช้รักษาแผล สรรพคุณ รักษาแผล
สมุนไพร รักษาแผล
สมุนไพรไทย ลดความดันเลือด ลดความดันโลหิต
สมุนไพร ลดความดันโลหิต
สมุนไพรไทย สรรพคุณ ลดไขมันในเส้นเลือด
สมุนไพร ลดไขมันในเส้นเลือด
สมุนไพรไทย สรรพคุณ เป็นยาระบาย
สมุนไพร ยาระบาย
สมุนไพรไทย สรรพคุณ แก้ท้องร่วง แก้ท้องเสีย
สมุนไพร แก้ท้องร่วง
สมุรไพรไทย ขับสารพิษในร่างกาย ล้างพิษ
สมุนไพร ขับสารพิษในร่างกาย
สมุนไพรไทย ช่วยขับปัสสาวะ ฉี่
สมุนไพร ขับปัสสาวะ
สมุนไพรไทย ช่วยขับประจำเดือน
สมุนไพร ขับประจำเดือน
สมุนไพรไทย สรรพคุณ แก้ท้องร่วง แก้ท้องเสีย
สมุนไพร แก้ท้องเสีย
Advertising place
โรคต่างๆ
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพไข้หวักนก H7N9
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพไข้หวัดนก H5N1
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรคไข้เลือดออก
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรคไข้หวัดใหญ่
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
ไข้หวัด
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรคตากุ้งยิง
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรคเก๊าท์
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรคข้อเสื่อม
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรครูมาตอยด์
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรคคาวาซากิ
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
ไข้ทรพิษ
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรคหูด
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรคติดเชื้อHPVs
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพโรคกาลี
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพโรคแอนแทรกซ์
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพไข้กาฬหลังแอ่น
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพตาบอดสี
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพโรคต้อหิน
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพภาวะความดันตาสูง
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพต้อกระจก
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพโรคตาแดง
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
ตาเหล่
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพตาแห้ง
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรคกระดูกพรุน
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรคปลอกหุ้มเอ็นอักเสบ
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรคหัดญี่ปุ่น
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรคฝีดาษ
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพโรคไข้หวัดสายพันธ์ใหม่ 2009
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรควัณโรด
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
ไข้กาฬนกนางแอ่น
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรคติดเชื้อเมนิงโกค็อกคัส
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพไข้ไทฟอยด์
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพเลือดออกในวุ้นตา
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพจอประสาทตาลอก
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพเยื่อบุตาอักเสบ
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพเบาหวานขึ้นตา
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพต้อเนื้อ
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพต้อลม
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพริดสีดวงที่ตา
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพพังผืดที่จอตา
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรคกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรคปากเปื่อย เท้าเปื่อย
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรคไข้หวัดมรณะ (SARS)
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรคซาร์ (SARS)
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
โรคฉี่หนู
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพโรคเลปโตสไปโรซิส
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพโรคบาดทะยัก
โรค การรักษาโรค สาเหตุของโรค สุขภาพ
ไข้รากสาดน้อย